วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

"Secret of Love" part6 {OkaMori}


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปี้เจนสั่ง เอ๊ย! ส่งมาให้แปลง

เป็นเรื่องจากเล้าเป็ด เขียนโดยคุณ Sake จึงขออนุญาตมา ณ ที่นี้นะคะ





หมายเห็ด* กรุณาลบความคิดที่อิเม่นกลัวผีออกซะนะ 555








































หมอผีที่รัก


กลิ่นหอมอ่อนรวยระรินอวลอบภายในห้องนอนมืดสลัว ทว่าภายนอกเริ่มใกล้เวลาฟ้าสาง ผมนอนหลับลึกบนเตียงนุ่มกว้าง ซุกหน้ากับหมอนใบใหญ่อย่างเกียจคร้าน ไม่รับรู้ว่าเคย์โตะได้ผลักประตูเข้ามาภายใน หลังจากลุกไปทำกิจวัตรเช่นทุกวัน

ริวทาโร่...

เสียงกระซิบแผ่วเบาริมใบหูชวนจั๊กจี้ ผมครางในลำคอ กดใบหน้าตัวเองกับหมอนยิ่งขึ้น

ริวทาโร่ จะเช้าแล้วนะ

ผมพยักหน้ารับอย่างง่วงงุน หรี่ตามองคนเรียกทอดกายเคียงข้าง พลางเท้าคางจ้องอยู่แค่คืบ

ดวงตาใสแจ๋วแวววาวตรงหน้าทำให้ผมทะลึ่งตัวขึ้นเหมือนเพิ่งได้สติ หากก็ถูกอีกฝ่ายคว้าไว้แล้วกดลงนอนตามเดิม

คะ...เคย์โตะ!

โคมไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้น

ผมหน้าตาตื่นหลังความจำอันน่ากลัวกลับฉายภาพเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นในหัวเป็นฉากๆ

ผีทั้งนั้น!

คนยิ้มเย็นตรงหน้านี่ก็น่ากลัวไม่ต่างกับผีเลยซักนิด เพราะถึงไม่ใช่ผีแต่ก็เลี้ยงผีเป็นงานอดิเรก ใครที่ไหนเขาทำกัน!

ริวจะกลับบ้าน!

พูดออกไปก็นึกอยากตบปากตัวเอง ด้วยสายตาคู่อ่อนเชื่อมกลับแข็งขึงขึ้นมาเล็กๆ

อืม สายๆพี่จะไปส่งนะ

เคย์โตะตอบเสียงเรียบ หากมือไม้ค่อยๆเลื้อยขึ้นมาสะกิดเขี่ยผิวอ่อนบริเวณแผ่นอกช้าๆ ดวงตาหรี่ลงราวกับกำลังใช้ความคิด

แต่ริว...กะ...กลัว...อยากกลับตอนนี้

ผมตอบเสียงอ่อนระโหย สายตากวาดมองไปรอบๆห้อง ด้วยกลัวจะมีอะไรโผล่ออกมาอย่างไม่คาดฝัน

กลัวพี่ หรือกลัวอย่างอื่น

ทั้งสองอย่าง! ผมอยากตอบแบบนี้ใจจะขาด ติดแต่ดวงตาคู่คมกริบจับจ้องเขม็ง ทำให้ผมติดอ่างเป็นใบ้บื้อชั่วขณะ จากนั้นจึงตามมาด้วยน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มด้วยความคับแค้นใจ ให้เคย์โตะตกใจหน้าเสีย

ทำไงดี คิดไม่ออก กลัวก็กลัว แฟนยังดุอีก โอ๊ย!

ผมปาดน้ำตาสะอึกสะอื้น

เคย์โตะโกหกริว พี่หลอกริว

ริวทาโร่...ไม่เอา อย่าร้องๆ

เคย์โตะรีบดึงผมเข้าไปกอดแนบแน่น ขณะที่ผมตัวแข็งทื่อ บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมกลัวพี่เขาจริงๆ

พี่ไม่ได้โกหกริวทาโร่เลย ไม่ได้หลอกริวทาโร่ด้วยเคย์โตะยกนิ้วขึ้นเช็ดน้ำตาให้

แต่พี่พูดไม่หมด บอกไม่หมด พี่ปิดบังนี่

ผมตะเบ็งเสียงใส่อีกฝ่ายทั้งน้ำตานองหน้า คงน่าเกลียดไม่น้อยเชียวล่ะ

ริวทาโร่ ก็ริวทาโร่กลัวผีซะขนาดนี้ แล้วจะให้อยู่ๆไปบอกว่าพี่เป็นหมอผีได้ยังไง ทำแบบนั้นริวทาโร่คงไม่แม้แต่จะมองหน้าพี่ด้วยซ้ำ พี่ตั้งใจจะค่อยเป็นค่อยไป ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นซะก่อน พี่ก็ว่าจะพาริวทาโร่ไปบ้านวันทานาบาตะนี้ล่ะ จะได้คุ้นเคยกับครอบครัวพี่คนพูดสูดลมหายใจยาว ริวทาโร่ ฟังพี่นะ พี่ไม่เคยคิดทำร้ายหรือเหยียบย่ำน้ำใจของริวทาโร่เลยซักนิด อย่ากลัวพี่เลยนะ

เคย์โตะฟุบหน้าลงซอกคอผมแน่นิ่ง หากบีบมือผมไว้แน่น คล้ายกำลังขอความเห็นใจก็ไม่ปาน

ทำไมมาอ้อนกันซะงั้นล่ะพี่ แล้วจะให้ผมไปโวยวายกับใครล่ะ

ผมขืนตัวออกจากอ้อมแขนแข็งแรง แต่ก็ขยับได้ไม่มากนัก ด้วยคนซุกซบอยู่ที่ซอกคอไม่ยอมผ่อนปรน กลับเบียดตัวแนบสนิทยิ่งขึ้น

เคย์โตะ

มือข้างที่ว่างจับบ่าอีกฝ่ายแน่น คล้ายต้องการผลักออก แต่ก็ไม่สามารถตัดใจทำลง ทว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก็ทำให้เคย์โตะสะท้านจนรู้สึกได้

ริวทาโร่รังเกียจพี่แล้ว

น้ำเสียงแปร่งพร่าเจือเจ็บปวดกระตุกใจ ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ รู้สึกกลัวสูญเสียคนตรงหน้ายิ่งกว่ากลัวผีทั้งโขยงเสียอีก

ผมรีบตวัดแขนโอบตอบ

ร่องรอยความเจ็บปวดของอีกฝ่ายเรียกสติผมให้กลับมาจดจ่อกับคนที่พยายามออกแรงกอดผมอย่างสุดแรง จนหายใจยังลำบาก

พวกเรานิ่งเงียบกันไปชั่วขณะ แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังพยายามระบายออกแผ่วเบา คล้ายกลัวไปกระทบความนึกคิดอันเปราะบาง

ทว่ากลิ่นหอมสดชื่นของแชมพูจากเส้นผมอ่อนนุ่มอีกฝ่ายที่ระข้างแก้ม ทำให้ใจผมสงบลงไปมากโข จากนั้นค่อยๆมองเสี้ยวหน้าคมคาย

อยู่ๆความรู้สึกอิ่มเอิบในรักและผูกพันค่อยๆเอ่อขึ้นท่วมท้นหัวใจ ภาพเก่าในวันวานผุดพรายขึ้นในหัวไม่รู้จักจบ

ผมไม่เคยเสียใจเลยซักครั้งนับแต่วันที่ได้คบหา และเป็นผมต่างหากที่หาเรื่องกวนใจให้อีกฝ่ายตลอดเวลา

ยังจะมีใครรักผม คิดถึงผม ห่วงผม ได้มากเท่านี้รึเปล่า

ผมได้แต่ทอดถอนใจ จนอีกฝ่ายผงกศีรษะขึ้นมอง

ริวไม่ได้รังเกียจพี่นะ แต่ริวกลัวผีจริงๆนะเคย์โตะ

ในที่สุดผมก็ได้เอ่ยในสิ่งที่คิดออกไป ก่อนกลอกตามองไปรอบๆห้องอีกครั้ง มันจะโผล่มาอีกมั้ย

เคย์โตะไม่ตอบ หากฉวยกอดผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออก จากนั้นค่อยคลายอ้อมแขนแล้วจูบขมับผมหลายครั้ง

พี่รักริวทาโร่มากนะ ถ้าริวทาโร่รังเกียจที่พี่เป็นแบบนี้ พี่คงทรมานแทบตายเชียวล่ะ

ไม่ ริวไม่ได้รังเกียจที่เคย์โตะเป็นหมอผี เคย์โตะเป็นอะไร ริวก็รัก

ใบหน้าเคย์โตะสว่างวาบขึ้นมาทันตาเห็น

งั้นเราจะยังเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย

ผมพยักหน้าพร้อมกับส่ายหน้า ให้อีกฝ่ายขมวดคิ้ว

หมายความว่ายังไง

ต้องสัญญามาก่อน

ให้พี่สัญญาอะไร

ข้อเดียว

ผมชูนิ้วชี้ตรงหน้าอีกฝ่าย

พี่ห้ามเสกผีออกมาให้ริวทาโร่เห็นนะ ห้ามเด็ดขาดเลย

ผมพยายามทำเสียงขันแข็ง แต่มันก็ยังแตกพร่า ริมฝีปากสั่นกึกๆ

เคย์โตะก้มมองใบหน้ามีน้ำตาคลอเบ้าของผม ก่อนจุดยิ้มมุมปากปลุกปลอบ

พี่จะเสกออกมาให้ริวทาโร่กลัวทำไมกัน สบายใจเถอะ

ผมพยักหน้ารับหงึกๆ ซุกหน้ากับแผงอกกว้างอีกครั้ง ก่อนเอ่ย

พี่ยังมีอะไรที่ไม่ได้บอกริวอีกมั้ย

“...”

ท่าทางชะงักไปของเคย์โตะทำผมขมวดคิ้ว

มะ...มีอะไรผมขวัญผวา

ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรหรอก แต่คงต้องคุยกันยาว ไว้ทานข้าวเช้าแล้วพี่ค่อยๆเล่าให้ฟังดีมั้ย

เคย์โตะยิ้ม ก่อนแยกเขี้ยวดุ

ในเมื่อเข้าใจเรื่องพี่ก็ดีแล้วล่ะ ทีนี้มาเรื่องของเราบ้างดีกว่า

สังหรณ์ไม่ดีทำให้ผมหวาดผวารอยยิ้มแต่ปาก หากนัยน์ตาแวววาวจับจ้อง

พี่บอกว่าเลิกเรียนแล้วให้รีบกลับบ้านใช่มั้ย และพี่ก็จำได้ว่าริวทาโร่รับปากพี่ แต่ริวทาโร่ก็ยังไปร้านเกมหลังมอ แถมยังเป็นร้านนั้นอีกด้วยเคย์โตะเน้นเสียงหนักจนผมอดคอย่นไม่ได้

นี่พี่ไม่คิดจะลืมๆมันไปบ้างเหรอพี่!

แถมรู้ได้ไง?

ผมโอดครวญในใจดังลั่น เพราะอยากจะโกรธก็ทำไม่ได้ ก็เพิ่งใจอ่อนให้คนช่างเจรจาไปหยกๆ

ก็...ก็ที่บ้านไม่มีใครอยู่นี่ผมเถียงข้างๆคูๆ อยู่คนเดียวมันกลัวอะ

หูได้ยินเสียงคนตรงหน้าถอนหายใจยาว

คราวหน้าโทรบอกพี่ โอเคมั้ย

น้ำเสียงติดไม่พอใจเล็กๆของเคย์โตะ ทำให้ผมรีบพยักหน้ารับก่อนจะถูกไล่เบี้ยไปมากกว่าเดิม จากนั้นจึงค่อยมีโอกาสได้สังเกตสังกาบรรยากาศเงียบสงัดรอบตัว

ห้องปิดมิดชิด แสงไฟสลัวๆ กับคนบนเตียงสองคนกำลังนอนกอดกัน มันช่าง...

เหมือนจะทำหน้าไม่ถูก ผมจึงรีบหลุบตาหลบ รู้สึกสองแก้มอุ่นร้อน

ริวขอไปห้องน้ำหน่อยนะ ห้องน้ำอยู่ตรงไหน?”

ผมหันรีหันขวาง ในขณะที่เคย์โตะอมยิ้ม ก่อนจะฉุดผมลุกขึ้นแล้วพาไปยังประตูฝากหนึ่งของห้อง

พี่เข้าไปเป็นเพื่อน

อ๊ะ!

หืม?”

มะ ไม่ต้องก็ได้ผมรีบกันเคย์โตะให้รออยู่ด้านนอก ก่อนจะผลุบหายเข้าไปภายใน ทว่าไม่ยอมปิดประตู ปล่อยให้มันแง้มอยู่แบบนั้น เคย์โตะรออยู่ตรงนั้นล่ะ แป๊บเดี๋ยว

คล้ายได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากอีกฝ่าย หากผมไม่สนใจ รีบทำธุระส่วนตัวล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำอาบท่าเสร็จภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที

มีแฟนเป็นหมอผี ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผีโผล่มาหลอกนี่ครับ เผลอๆมาให้เห็นหัวกะไดไม่แห้งด้วยซ้ำ

เคย์โตะขอยืมเสื้อผ้าหน่อย

ผมพันผ้าเช็ดตัวรอบเอว โผล่แต่หัวไปบอกคนยืนพิงผนังคอยสบายอารมณ์

ทว่าเคย์โตะยิ้มนัยน์ตาแพรวพราว ดึงตัวผมเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มเย็นเปียกน้ำฟอดใหญ่ จากนั้นจึงพาผมไปล้มบนเตียงดังเก่า

พี่...!

ลมหายใจร้อนเป่ารดใบหน้ายามนี้ทำให้ผมกระดากอายพิกล เผลอมองใบหน้าขาวคมคายตัดกับเรียวปากสีสดชุ่มฉ่ำ จนต้องลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ในใจนึกประหวั่นกับเหตุการณ์ล่อแหลมตรงหน้า

ริวทาโร่พร้อมมั้ย

พร้อม! พร้อมอะไรเหรอพี่!

ผมตาโต อึ้งไปชั่วขณะกับคำถามจู่โจมของแฟนหนุ่มซึ่งคบกันมาก็นานไม่น้อย แต่ด้วยความที่อึ้งนานไปหน่อย ทำให้เคย์โตะกลายเป็นฝ่ายอึดอัดเสียเอง

ถ้าริวทาโร่ไม่ พี่ก็จะรอ

เคย์โตะคว้ามือผมไปบีบเบาๆ หากแต่ความร้อนผ่าวจากมือนั้นทำให้ผมรับรู้อารมณ์พลุ่งพล่านไร้ทางออกพยายามขืนไว้อย่างสุดกำลัง

เจ้าเล่ห์

ขอกันตรงๆแบบนี้ใครจะปฏิเสธลงกันล่ะ

ผมไม่ตอบแต่โน้มลำคออีกฝ่ายลงมาจูบเสียงดัง เคย์โตะยิ้มกริ่มพร้อมโต้ตอบคำตอบอันร้อนแรงของผมแบบไม่ต้องให้พูดซ้ำ

เสียงครางแผ่ว หากดังก้องเต็มสองหู ผมได้แต่หลับหูหลับตาทำตัวว่านอนสอนง่าย ลืมความตั้งใจเดิมไปหมดสิ้น ปล่อยให้ริมฝีปากร้อนสวยสดลากไล้ไปตามแนวโค้งของร่างกายสู่ส่วนอ่อนไหว ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งให้เคย์โตะต้องปลุกปลอบจนตายใจ ก่อนจะแหกปากร้องลั่นเจ็บจุกไปทั่วท้องในเวลาต่อมา

ริวทาโร่ พี่รักริวทาโร่มากนะ ถึงจะกินเหล้า ติดเกม พี่ก็รัก

เสียงกระซิบอ่อนหวานข้างหู

แต่อ๊ะ! คำบอกรักของพี่มันแปลกๆนะ เหมือนหลอกด่ายังไงไม่รู้

ท่ามกลางสติอันรางเลือน ไม่อยู่กับที่กับทาง ผมได้แต่คิดอย่างสับสน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้วางใจ ด้วยในกระแสเสียงนั้นเจือความรักใคร่ห่วงใยเป็นล้นพ้น

ผมคงเป็นคนเห็นแก่ตัวหากคิดเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว

วินาทีนั้นผมจึงตั้งใจจะปรับปรุงตัว ไม่ใช่ให้เคย์โตะดีใจ แต่ให้ผมได้รู้สึกภาคภูมิใจ

เพราะผมคงจะไม่สามารถรักใครเป็น ถ้าตัวผมเองยังไม่รักและศรัทธาในตัวเองก่อน

โอ๊ย! เคย์โตะ จะ...เจ็บ ช้าๆหน่อย อา....อื้อ!”

แต่ว่าการเป็นคนรักที่น่าภาคภูมิใจมันต้องเจ็บแบบนี้ทุกครั้งเลยเหรอพี่!


หลังสายลมเร่าร้อนสงบลง ผมก็แทบแห้งตายเพราะถูกเคย์โตะสูบเรียวแรงไปจนหมดสิ้น นอนสลบเหมือดคาเตียงให้อีกฝ่ายกกกอดสบายใจ

เพิ่งประจักษ์แจ้งก็วันนี้ล่ะว่า แม้อยากกดอีกฝ่ายแค่ไหนก็คงไม่มีปัญหาทำได้ เทคนิคสูงส่งแบบนี้ ผมคงต้องไปร่ำเรียนฝึกฝนอีกนาน หรือไม่ก็ตายแล้วไปเกิดใหม่ ถ้าคิดจะทำให้พี่เขาร้องครางเป็นแมวน้อยได้

ผมขมวดคิ้วใส่เคย์โตะซึ่งอมยิ้มไม่ยอมหุบ แต่หมดแรงจะกระดิกทำอะไร เจ็บครับ จึงหลับตาลง ถอนหายใจยาวจมสู่ห้วงนิทรา ไม่รับรู้สัมผัสจุมพิตอ่อนโยนที่หน้าผาก

ขอโทษ
                                                        
ไม่รู้ว่าตัวเองหลับลึกไปนานเท่าไร แต่ตอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงหนุงหนิงของเด็กผู้ชายเล็กๆคุยกันอยู่ข้างหู

เสียงคุ้นๆ

พ่อใหญ่รังแกพ่อเล็ก บุโป้งพ่อใหญ่

เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว ไปกินขนมไป๊เสียงเคย์โตะดุเบาๆ

หน้าซีดแบบนี้ ไม่สบายรึเปล่าพ่อใหญ่

ฟูกข้างตัวยุบลง รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังโน้มตัวมาใกล้ ผมจึงพลิกตัวหาทำให้เคย์โตะสะดุ้งเล็กน้อย

ตื่นแล้วหรือ รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่าดวงตาเคย์โตะเปล่งประกายวิบวับ พร้อมกับลูบศีรษะผมช้าๆ

ปะ...เปล่าผมขยับลุกแล้วต้องเบ้หน้า ความเจ็บแปลบแล่นปราดเข้าทิ่มแทง หากฝืนพยุงตัวขึ้นพิงหัวเตียง เคย์โตะคุยกับใครอยู่เหรอ?”

แววตาคู่คมไหววูบก่อนคืนสู่ปกติเกือบในทันที ผมจึงเอี้ยวตัวมองข้ามหัวไหล่เคย์โตะไปก็พบเด็กสองคนนั่งอยู่ปลายเตียง

ไม่ใช่แค่เสียงคุ้นแล้วล่ะ หน้ายังคุ้นๆอีกด้วย นั่น!...
ไอ้เด็กที่ลอยได้เมื่อคืนนี้!

ตาแทบถลนออกจากเบ้าหันมองหน้าเคย์โตะคล้ายขอคำอธิบาย

อ๊า!ผี เคย์โตะ

ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาคลุมหัวทันทีทันใด เหลือแต่ลูกตาไว้ขอความช่วยเหลือ

เคย์โตะดึงตัวผมเข้าไปกอดปลอบเสียงเบา

เขาไม่ทำอะไรริวทาโร่หรอก เขาเป็นห่วงริวทาโร่จนแย่ด้วยซ้ำ

ไม่เอาๆ ออกไปเถอะๆ ไหนพี่สัญญาแล้วไงผมกระถดตัวหนี หากหางตาค่อยๆเหล่แอบมองไปทางปลายเตียง

กลัวแต่ก็อยากรู้อะ!

ใบหน้าดวงน้อยสองดวงขาวซีด หัวคิ้วเรียวเล็กขมวดยุ่ง ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันแน่นคล้ายคนกำลังอยากร้องไห้เต็มแก่ แล้วก็...

แง๊ๆ!

ตายๆ ให้ดิ้นตายเถอะ ผมกำลังเห็นผีน้อยร้องไห้ขี้มูกโป่ง ทำเอาผมงงเป็นไก่ตาแตก หันมองเคย์โตะ

เขาเสียใจ พวกเขารักริวทาโร่มากนะ เห็นมั้ย ร้องไห้ใหญ่เลย

แล้วจะให้ริวทำยังไงพี่ ริวกลัวผี แล้วจะให้ปลอบผีร้องไห้เนี่ยนะ

ไม่ใช่หรอก แค่อย่าแสดงอาการรังเกียจพวกเขาก็พอ ถ้าริวทาโร่สงบใจลง ริวทาโร่ก็จะเห็นว่าพวกเขาเป็นเพียงกลุ่มพลังงานรูปแบบหนึ่ง ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่นึกหรอกนะ

ผมสั่นหน้าดิกให้อีกฝ่ายส่ายหน้าอ่อนใจทันที

พี่อย่าพยายามเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายสิ่งตรงหน้าได้มั้ยพี่

เอาเถอะ ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ แต่เรื่องที่ริวทาโร่ถามพี่เมื่อคืนว่ามีอะไรปิดบังอีกมั้ย ก็คือเรื่องนี้นี่ล่ะ พี่ให้บุกับฮิคเขาไปคอยดูแลริวทาโร่มาได้พักใหญ่ๆแล้ว

ห๋า!เหมือนได้ยินเสียงเส้นเลือดในสมองปูด

ตาค้างเลยครับงานนี้ นี่ผมอยู่กะเจ้าผมจุกลอยได้มานานแล้ว ไม่อยากจะเชื่อ

อ๊า! เคย์โตะส่งผีมาอยู่กับผม ถึงว่า ที่ผ่านมาเหมือนมีใครอยู่ด้วยตลอด ที่แท้ก็เจ้าพวกนี้เอง

ผมมองเคย์โตะอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ทว่าเคย์โตะก็พยักหน้ารับอย่างใจเย็น

พวกเขาชอบริวทาโร่นะ

โอย...อยากเป็นลม เรื่องจริงรึเนี่ย

ที่ผ่านมาพวกเขาเคยหลอกหรือทำร้ายริวทาโร่มั้ย ลองทบทวนดูสิ

ก็ไม่เคย แต่ถึงไม่เคยก็ใช่ว่าจะต้องอยู่ด้วยกันนี่พี่ ต่างคนต่างอยู่ได้มั้ย

ผมเงียบ ได้แต่ขบคิดในใจ พลางมองหน้าเคย์โตะไป และเหล่เจ้าเด็กทางปลายเตียงไปด้วย

น้ำตามันไม่รู้จักหมดรึไง ไหลเป็นท่อประปาแตกมาตั้งนานแล้ว

พ่อเล็กๆ

ดูๆยังมีหน้ามาเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน หลอนกันมาตั้งนาน

แง๊ๆ ต่อไปจะไม่มาให้เห็นหน้าอีกแล้วก็ได้ พ่อเล็กอย่าโกรธพวกเราเลยนะ แค่ขออาศัยอยู่ด้วยจนกว่าจะได้ไปผุดไปเกิดนะจ๊ะ นะจ๊ะ

ผมอึกๆอักๆไม่กล้าตอบ ได้แต่เหล่มองภูตน้อยสองตนกำลังเช็ดน้ำหูน้ำตาด้วยท่อนแขนเล็กๆ

ถ้าไล่พวกเราไป ก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหน ลอยไปลอยมาไปเจอหมอผีนอกคอกจับขัง พวกเราก็จะไม่ได้ไปเกิดอีกเลย สงสารพวกหนูเถอะนะพ่อเล็ก แล้วพวกหนูจะไม่ออกมาให้เห็นหน้า ไม่ให้พ่อเล็กกลัวเลย

เอาเข้าไป ยังมีเหตุผลอะไรอีกมั้ย ที่พูดมานี่ก็กลายเป็นผู้ร้ายใจดำจะแย่แล้ว

ผมขดตัวเบียดเคย์โตะ ใจอ่อนเป็นขี้ผึ้งถูกไฟลน ก่อนจะงึมงำเบาๆกับแผงอกกว้าง

ไม่ได้จะไล่ไปไหนซะหน่อย แค่อย่าผลุบๆโผล่ๆออกมาให้ตกใจเท่านั้นล่ะ

จริงนะ!

ว๊าก! อย่าเข้ามาใกล้

ผมแหกปากร้องเมื่อเด็กทั้งสองลอยมาหา หน้าบานยิ้มไม่หุบทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบ ไม่กล้ามองตรงๆ

บุรักพ่อเล็กจัง พ่อเล็กใจดี ให้กินช็อกโกแลตบ่อยๆ

นั่นเพราะขี้เกียจทำกับข้าวถวายหรอกเล่า

เลย์ก็อร่อย

นั่นก็อีก

ให้กินเปปทีนอีกด้วย

นั่นเพราะนมหมดหรอก ผมนึกตอบอยู่ในใจ

อยู่บ้านพ่อ พ่อให้กินแต่ไดฟุกุ เบื่อจะแย่

เอ มันแปลกๆนะ

ที่อยากอยู่ที่นี่เพราะได้กินของที่ชอบ ไม่ใช่เพราะกลัวเรื่องไม่ได้ไปผุดไปเกิดเสียล่ะมั้ง

ผมเงยหน้าขวับชนกะภูตน้อยซึ่งลอยมาอยู่ตรงหน้าพอดิบพอดี

อ๊าก!

อากาศเย็นยะเยือกโบกไล้ใบหน้า ใจผมยังไม่แข็งแรง มาเจอกันจะๆคาตาแบบนี้ก็จบกันสิครับ

ผมหมดสติไปอีกครั้ง และตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ตะวันตรงศีรษะพอดี

เคย์โตะเข้ามาลูบหน้าลูบตาด้วยผ้าเย็นหอมดอกมะลิโชยอ่อน

เคย์โตะ

หิวรึยัง เที่ยงแล้ว

ผมส่ายหน้าตอบ อีกฝ่ายจึงส่งยิ้มอบอุ่นมาให้

พี่เตือนบุกับฮิคแล้วว่าอย่าทำแบบนั้นอีก อย่าเคืองพวกเขาเลยนะ นี่เขาก็สำนึกผิดอยู่

จะให้ทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากพยักหน้ารับ มันจำยอมตั้งแต่ยอมรับรักหมอผีคนนี้แล้ว คงต้องทำใจสถานเดียว

เดี๋ยวพี่จะพาไปพบพ่อกับแม่พี่ ริวทาโร่ไหวมั้ย

พ่อกับแม่พี่?”

อืม รอเจอริวทาโร่ตั้งแต่เช้าแล้ว

หา! ทะ...ท่านจะว่าอะไรรึเปล่า

ไม่ต้องกังวล พวกท่านรู้ตั้งนานแล้ว ยิ่งพ่อพี่ ทำใจมาแล้วตั้งแต่พี่เกิด เป็นหมอดูนี่นะ ทำนายดวงลูกตัวเองไม่ถูกก็ไม่ต้องไปดูให้ใครแล้วล่ะเคย์โตะเล่าอย่างขบขัน

บ้านนี้เขาไม่มีความลับปกปิดกันเลยรึไง

ผมเข้าไปอาบน้ำอีกรอบอย่างเก้ๆกังๆ จากนั้นจึงตามเคย์โตะออกไปพบท่านทั้งสองซึ่งนั่งเล่นอยู่ที่เรือนหลังน้อย รับลมเย็นๆจากต้นไม้ใหญ่รอบๆกำลังดี

มารดาเคย์โตะเป็นแม่บ้านแม่เรือน แม้วัยจะล่วงเลย ทว่าเค้าความงามยังจับตา ส่งยิ้มฉายรอยปราณีให้ผมได้อุ่นใจมากโข ส่วนบิดาเคย์โตะไม่ต้องแนะนำ มองปุ๊บรู้ปั๊บ พ่อลูกกันแน่ ถอดแบบมาทุกกระเบียดนิ้ว

หล่อใหญ่หล่อเล็กมาเลย

นั่งสิไอ้หนุ่ม

ผมนั่งลงตามคำเชิญ ดวงตาจับจ้องบิดาเคย์โตะซึ่งนุ่งฮามากะสีดำ รู้สึกเลื่อมใสยังไงบอกไม่ถูก

หนียากหน่อยนะ ลองได้ตกล่องปล่องชิ้นกะไอ้ลูกชายหัวดื้อของฉัน

ไหงพ่อพูดงี้ล่ะ

ผมหันมองเคย์โตะทำหน้าปูเลี่ยนอยู่ข้างๆ ก่อนกลับมาสนใจคนตรงหน้า

อย่ากลัว มาหาบ่อยๆแล้วจะสอนวิธีนั่งสมาธิ จะได้ตั้งมั่นในสติ ไม่วอกแวก ให้เคย์โตะสอนไม่ได้ จะพากันเตลิดทั้งคู่ รายนั้นความอดทนต่ำ

เหมือนพ่อจะว่าเคย์โตะกลายๆ เพราะเคย์โตะหน้าแดงเรื่อ จากนั้นจึงฉวยคว้ามือผมไปบีบแรงๆ

เดี๋ยวเหอะ

พ่อนี่ก็ เจอหน้ากันไม่ทันไรก็จะจับสอนนั่งสมาธิกันซะแล้ว ไม่เอาๆ น้องเขาตกใจมามากแล้ว พักไว้ก่อนเถอะ มาทานขนมกันก่อน เมื่อเช้าเคย์โตะมาบอก แม่ก็ให้เขาทำน้ำแดงเย็นๆกับขนมอีกสองสามอย่างไว้ ทานด้วยกันนะจ๊ะ

ครับ

ผมอดเขินไม่ได้ ต้อนรับกันเหมือนผมมาเป็นลูกสะใภ้ บ้านนี้เขาเข้าใจอะไรกันง่ายดี ซึ่งผมก็ชอบหรอก ถ้าไม่มีผีสางด้วยจะดีกว่านี้โข

ระหว่างรอขนม คุณแม่ผู้มีอัธยาศัยดีก็ถามเรื่องของผมไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่รู้สึกกระดากที่จะตอบ แต่พอขนมมาถึงเท่านั้นล่ะ

ผมก็อ้าปากค้าง ลูกตาแทบหลุดมากลิ้งบนโต๊ะ

เพราะผมเห็นผู้หญิงผมยาวใส่กิโมโนงามตา ไม่รู้มาจากทางไหน ยืนอยู่ไม่ห่างจากที่ผมนั่ง ร่างกายคล้ายโปร่งแสงทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่คน ยังไม่หมดครับ ยังมีผู้หญิงผมยาวอีกตนปรากฏกายยืนเคียงข้าง ทั้งสองส่งยิ้มให้ผม และกำลังเคลื่อนเข้ามาหาผมช้าๆ

คุณผีบ้านผีเรือน เขากลัวนา วันหลังค่อยมาทักทายเถอะนะ

ผมหันหน้ามองบิดาเคย์โตะซึ่งกำลังพูดกับผู้หญิงทั้งสอง จากนั้นร่างโปร่งแสงก็ค่อยๆจางหายไป ผู้กล่าวจึงหันมาหาผม

ยังไม่ได้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง เคย์โตะพาน้องไปจุดธูปบอกก่อนไป๊

อ๊าก!

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นในใจ

ถ้าเป็นลมอีก ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สามในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมง ผมเหลือกตากลอกไปมา

แม่ครับ มารับผมกลับบ้านที T[]T


-end-

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

"Secret of Love" part5 {OkaMori}



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปี้เจนสั่ง เอ๊ย! ส่งมาให้แปลง

เป็นเรื่องจากเล้าเป็ด เขียนโดยคุณ Sake จึงขออนุญาตมา ณ ที่นี้นะคะ





หมายเห็ด* กรุณาลบความคิดที่อิเม่นกลัวผีออกซะนะ 555












































แฟนผมเป็นหมอผี!


ไอ้จูริช่วยกูด้วย!

ผมถลันวิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องน้ำในตึกเรียน มายืนเป็นหมาหอบแดดหน้าไอ้จูริซึ่งนั่งกินขนมปังปิ้งในสวนหย่อมกับเพื่อนๆระหว่างรอเรียนคาบต่อไป

เป็นอะไรไอ้ริวทาโร่ วิ่งตาเหลือกยังกับเจอผีมายังงั้นล่ะ

ไอ้จูริชักขนมปังออกจากปากก่อนที่จะติดคอ มองผมหน้าตาเหร่อหรา ผมรีบเข้าไปทรุดนั่งตรงหน้าเพื่อน กระชากขนมปังในมือใหญ่ออก แล้วเอ่ยเสียงสั่น

ในห้องน้ำมันต้องมีผีแน่เลยไอ้จูริ!

สิ้นเสียงผมเท่านั้นล่ะ ไอ้จูริหัวเราะก๊ากพลางกระชากขนมปังกลับคืน

ผีบ้าผีบอที่ไหนจะโผล่มาตอนกลางวัน เมาค้างเปล่ามึง

ไม่พูดเปล่า ไอ้จูริผลักหน้าผมออกห่าง แล้วส่ายหน้าเหมือนผมปัญญาอ่อนเสียเต็มประดา

จริงๆนะมึง กูจะโกหกหาหอกอะไร เมื่อกี้ยืนฉี่อยู่ดีๆก็เหมือนได้ยินคนคุยกันในห้องส้วม กูเดินเข้าไปดูก็ไม่มีใคร แล้วมึงเชื่อมั้ยว่าในห้องน้ำจะมีลมพัดไปมาโคตรแรง ยังกับมีลมบ้าหมูเลย

ผมจ้องหน้าไอ้จูริ หวังจะให้มันเชื่อ แต่มันกลับจ้องหน้าผมพร้อมขยับนั่งให้เข้าที่เข้าทางก่อนยกมือมาอังหน้าผากผม

ตัวก็ไม่ร้อน ละเมอเพ้ออะไรไอ้ริวทาโร่ ไอ้ปอดแหก

ไม่เชื่อใช่มั้ย ไม่เชื่อไปด้วยกันเลย ปะผมกระชากให้ไอ้จูริลุก

ไม่ไปเว้ย ไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรเหมือนที่ผ่านมาล่ะไอ้จูริจ้องตาผมเขม็ง ถามจริง พักนี้มึงเป็นอะไร แหกปากร้องเจอผีทั้งวัน ยังกลับบ้านมึงปลูกทับป่าช้างั้นล่ะ

บ้านมึงสิ ไอ้เวร แช่งบ้านกู

ผมปล่อยมือมันทิ้งทันที อาการหวาดผวาเมื่อครู่จางหายหลังจากได้ปล่อยหมาออกจากปาก

ไอ้นี่ งั้นคราวหลังมึงก็ไปแหกปากอ้อนพี่เคย์โตะมึงเลย ไม่ต้องมาร้องเอากับกู

หนอย ไอ้เพื่อนเลว ไอ้เพื่อนกิน ขอปรับทุกข์หน่อยก็ไม่ได้

ผมด่าไอ้จูริในใจ จากนั้นจึงขยับก้นออกห่างพลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆบริเวณ ท่ามกลางแสงแดดสว่างไสว ทว่ายังนึกระแวง ด้วยหลายวันที่ผ่านมา ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ใกล้ๆ บางครั้งได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นตัว และบ่อยครั้งเกิดลมบ้าหมูใกล้ตัวจนแทบลืมตาไม่ขึ้น

ผมไม่ได้บ้านะครับ แต่อยากจะบ้าแทน เพราะเล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อ

และพักนี้ผมนอนละเมอบ่อยแบบไม่เลือกเวลา ไม่ว่าจะกลางวันกลางคืน แถมความจำยังขาดๆหายๆ หลับบนเตียงอยู่ดีๆ ตื่นมาอีกทีก็มานอนอยู่กับไอ้ตูบหน้าบ้านได้ ผมล่ะงงกับความเพี้ยนของตัวเองจริงๆ

วันนี้เลิกเรียนแล้วรีบกลับบ้านไปนอนเหอะไอ้ริวทาโร่ มึงเล่นเกมยิงผีดิบหลังมอมากจนประสาทหลอนแล้วไอ้จูริเตือนเสียงห้วน

กูเปล่าหลอนนะมึง นั่นเกม ทำไมกูจะแยกไม่ออก

แล้วไอ้ที่แหกปากร้องว่าผีหลอกๆ นี่มันหมาที่ไหนวะ

ไอ้จูริมึง

โกรธครับ ผมจ้องไอ้จูริตาแทบถลน ก่อนสะบัดตูดหนีหน้าตาขี้ริ้วของมัน ปกติก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันอยู่แล้ว พักนี้ยิ่งหนัก ปากยังกะกรรไกร ขี้งอนอีกต่างหาก อยากจะบอกมันเหลือเกินว่าไม่เข้ากับหน้ามันซักนิด

ริวทาโร่

เสียงเรียกคุ้นหู ทำให้ผมชะลอฝีเท้าเหลียวมอง พี่ยูยะนั้นเอง บัญชีเก่ายังไม่ได้คิดเลยนะมึง ยังเสนอหน้ามาให้เห็นอยู่ได้บ่อยๆ

เห็นแบบนี้ผมก็รักเคย์โตะคนเดียวนะ ไม่วอกแวกกับไอ้หน้าหล่อนี่เป็นอันขาด

มีไรพี่

ผมทักน้ำเสียงยานคาง ด้วยเคย์โตะสั่งไม่ให้คุยกับคนหล่อ เอ้ย ไม่ใช่ กับคนแปลกหน้า

เป็นอะไรครับ ทำหน้ามุ่ยเชียว

เซ็งชีวิตพี่ แล้วพี่มีเรียนตึกนี้เหรอ

เปล่า พี่มาหาริวทาโร่นั่นล่ะ

พูดยังกับรู้ว่าจะหาผมเจอที่ไหน

ผมเอียงคอมอง ในขณะที่อีกฝ่ายยักยิ้มเจ้าชู้ใส่

ก็พี่อยากรู้จักริวทาโร่ ก็ต้องรู้สิว่าอยู่ที่ไหน

จะอ้วกพี่

ผมตอกกลับไม่ไว้หน้า เพราะพี่ยูยะก็จีบผมไม่ไว้หน้าเคย์โตะเช่นกัน ต่อหน้าต่อตายังปากว่ามือถึงจนผมพลอยซวยไปด้วยหลายรอบ อีกทั้งเวลาอยู่ใกล้พี่ยูยะนานๆผมว่าความคิดความอ่านของผมมันจะเพี้ยนๆใจเต้นตึกตัก เคลิ้มคล้อยตามพี่เขาตลอด ทั้งๆที่เคย์โตะเตือนนักเตือนหนา

ทางที่ดีอยู่ห่างๆไว้หน่อยก็ดี

และดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ จึงลดอาการกรุ้มกริ่มลง

พี่พูดจริงนะ แต่ริวทาโร่จะรีบไปไหนหรือ

ไปเรียนพี่

โกหก

สายตาพี่ยูยะประณามผมโต้งๆแต่ผมไม่สนใจ จนอีกฝ่ายมีท่าทางล่าถอย

งั้นไปเถอะ ไว้พี่จะหาโอกาสนั่งคุยกับริวทาโร่นานๆดูสักที ริวทาโร่คงไม่ว่าอะไรนะ

ถ้าว่างนะพี่

ผมเหลียวไปบอกพี่ยูยะ ก่อนวิ่งเข้าไปในตึกเรียน ไม่ทันเห็นสายตาแวววาวหมายมาด


ว่างสิ ถ้าพี่บอกว่าว่างก็ต้องว่าง

ยูยะหันมองความว่างเปล่าข้างๆ

มีของดีคุ้มตัวหนาแน่นแบบนี้ ก็แสดงว่าของเขาดีจริง น่าลิ้มลองสักครั้ง จริงมั้ย?” ริมฝีปากหยักโค้งขึ้นอย่างมีเลศนัย

เลิกเล่นกันเถอะ เจ้าของเขาหวงขนาดนี้ พลาดพลั้งไปเราจะอด


ตอนเย็นผมกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพจากการรับส่งของเคย์โตะเช่นปกติ เอ...ไม่ใช่ เข้มงวดกว่าปกติต่างหาก แต่ผมก็อุ่นใจด้วยเวลาอยู่ใกล้เคย์โตะ รอบตัวมันดูสงบเสงี่ยม ไม่มีลมบ้าหมู ไม่มีเสียงพูดคุยให้ผมหัวใจวายตายซะก่อนได้แอ้มเคย์โตะ

เคย์โตะอยู่กินข้าวเย็นกันก่อนนะ

ผมชวนและเคย์โตะก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนเดินตามผมเข้าบ้าน

วันนี้ยังไม่มีใครกลับ ในบ้านจึงเงียบกริบถ้าไม่นับเสียงเห่าหอนของไอ้ตูบหน้าบ้าน ผมเปลี่ยนเสื้อโยนทิ้งลงตะกร้า แล้วจึงเปิดตู้หยิบเสื้อยืดขึ้นมาสวม

สัมผัสอุ่นร้อนทาบทับด้านหลังทำให้ผมชะงัก หดคอลงด้วยจั๊กจี้ จากริมฝีปากนุ่มกดย้ำใบหูหยอกเอิน

พี่ เดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้วนะ

ผมเห็นเคย์โตะอมยิ้ม รู้สึกเก้อเขินขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ผมเปล่าเชิญชวนนา

นิดนึงนะ

ไม่รอให้ผมบ่ายเบี่ยงก็ถูกจู่โจมรวดเร็ว ผมเปิดรับลิ้นอุ่นชุ่มชื้นเข้ามาในโพรงปากอย่างยินดีนิดๆเล่นตัวหน่อยๆ ก่อนถูกลงโทษขบริมฝีปากล่างให้เจ็บๆคันๆ

เคย์โตะผมครางเสียงอ่อน

ริวทาโร่ พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำธุระ มารับส่งไม่ได้ ห้ามเถลไถลไปเล่นเกมหลังมอ รู้นะเคย์โตะบีบก้นผมสำทับ

ครับผมลากเสียงยางครางให้เคย์โตะถลึงตาใส่

พี่ไม่ได้พูดเล่นนะ และยิ่งร้านนั้นยิ่งห้าม ถ้ารู้ว่าไปล่ะก็ น่าดู เหล้าก็ห้ามกิน สร้อยที่คอก็ห้ามถอด

ผมสบแววตาคมไม่ต่างกับใบมีดโกน อยากจะเถียงใจแทบขาด แต่ก็กลัวเกินกว่าจะอ้าปาก ได้แต่พยักหน้ารับ

ดุชิบ

แล้วจึงตะบึงตะบอนหน้างอหน้าหงาย เอ่ยน้อยอกน้อยใจ

พักนี้เคย์โตะชอบดุริวอยู่เรื่อย ห้ามนั่นห้ามนี่ จนริวจะไม่มีใครคุยด้วยอยู่แล้ว

ก็มีแฟนเสน่ห์แรง เลยต้องหวงกันหน่อยสิ

เคย์โตะจิ้มจมูกผมเบาๆ แต่ยิ่งทำให้ผมหน้างอหนักกว่าเดิม

ไม่ต้องมาหาเรื่องเลย ริวรักเคย์โตะคนเดียว จะไปทำยังงั้นได้ยังไงผมแกะมือใหญ่ออกจากเอว

จริงเหรอ

เคย์โตะ!

พอรู้ว่าถูกกวนประสาทให้บอกความรู้สึก ผมก็เต้นเป็นเจ้าเข้า ยื้อยุดฉุดกระชากกันครู่เดียวก็ล้มกลิ้งลงบนเตียงนอนนุ่ม

พี่ก็รักริวทาโร่ อย่าโมโหเลยนะ

เคย์โตะกอดผมแรงๆแล้วจึงปล่อย

และผมซึ่งแพ้หน้าตาหล่อเหลาของเคย์โตะเป็นทุนเดิม พยักหน้ารับคำง่ายๆจนคิดไปว่าน่าจะเล่นตัวอีกซักหน่อย เดี๋ยวไม่มีราคา

ริวทาโร่ ไว้มีวันหยุดยาวอีก เราไปเที่ยวไหนกันสองคนนะ

คำพูดแฝงความนัยทำให้ผมหน้าแดง ซุกหน้ากับแผงอกอุ่น ส่ายศีรษะปฏิเสธลูกเดียว

ไม่ใช่ไม่อยาก แต่มันอายต่างหากเล่า!


==========================================


นาฬิกาปลุกเปล่งเสียงดังตรงตามเวลาที่ตั้งไว้ยามเช้า หากผมยื่นมือไปกดปิดเสียงแล้วทิ้งตัวนอนต่ออย่างมีความสุข

แว่วเสียงพูดคุยใกล้ๆทำให้ผมที่ยังสะลึมสะลือเงี่ยหูฟัง

สายแล้ว พ่อเล็กยังไม่ยอมลุกอีก เดี๋ยวก็ไปเรียนไม่ทัน วันนี้พ่อเคย์โตะไม่มารับด้วย

ปลุกสิ ยิ่งฉลาดน้อยอยู่ แต่ถ้าซ้ำชั้นความรู้คงจะแน่นนะ

อย่าว่าพ่อเล็กนะ โป้งด้วย

เค้าพูดเรื่องจริงต่างหาก

จะฟ้องพ่อเคย์โตะ

เชิญ

เชอะ ปลุกเองก็ได้

ผมใจเต้นระทึก เสียงมันดังอยู่บนหัวนี่เอง แต่เตียงนอนผมติดผนังห้องนี่นา นอกจากคนพูดจะลอยได้เหมือนลูกโป่งเท่านั้นล่ะจึงจะสามารถทำได้ นอกเหนือจากนี้ก็ผีล้วนๆ

คิดแล้วให้ขนตั้งไปทั้งตัว

และก่อนที่จะเตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้ ก็รู้สึกว่ากำลังถูกใครเป่าลมใส่หู

อ๊าก!

ผมทะลึ่งพรวดลุกขึ้น ก่อนกระโจนออกจากเตียงจนล้มลุกคลุกคลานมายืนหอบ มองเตียงนอนยับย่น หมอนไปทางผ้าห่มไปทาง แต่ไม่มีใครซักคน

ใครน่ะ! ออกมานะ ไม่ออกพ่อเตะลืมชื่อจริงๆด้วย

ผมกลั้นใจขึ้นเสียงเข้ม ใจเต้นตุบๆ หากทุกอย่างยังคงอยู่ในความเงียบ ผมฝืนความกลัวกวาดตามองบนเตียงไล่ไปถึงใต้เตียง ใต้เตียงที่สูงพอจะให้คนเข้าไปซ่อนได้

ต้องมีไอ้น้องเวรคนไหนแกล้งแน่ๆ ผมสาวเท้าเข้าไปใกล้ จากนั้นจึงยื่นเท้าเข้าไปในเงามืดใต้เตียงนอน ตั้งใจจะถีบไอ้คนที่อยู่ใต้เตียงเต็มตีน แต่แล้วผมก็ชะงักชักเท้ากลับอย่างรวดเร็ว

เพราะเส้นสัญชาตญาณกลัวผีขึ้นสมองของผมกำลังสั่นระรัว

ทางที่ดีปล่อยให้คิดว่ามีไอ้น้องคนไหนแกล้งผมอยู่ใต้เตียงดีกว่า

ว่าแล้วผมก็รีบเผ่นแนบลงไปหาแม่ซึ่งเตรียมอาหารอยู่ชั้นล่าง หน้าตาก็ไม่ได้ล้าง


ผมมาเรียนแบบหัวหางกระเซิง ก่อนออกจากบ้านแม่หัวเราะผมยกใหญ่ เพราะผมไม่กล้าขึ้นไปบนห้องนอนอีก เลยขอความกรุณาท่านแม่ขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าอุปกรณ์ต่างๆนาๆลงมาให้ แถมยังถูกว่าๆขี้ขลาดยิ่งกว่าเด็กสามขวบ

เอาเถอะ จะประณามอะไรก็เอา แต่เรื่องผีๆสางๆผมไม่เอาด้วยหรอก

ไอ้จูริมองผมนั่งเรียนหน้ามุ่ยตลอดคาบ พอเลิกเรียนมันเลยตามติดคอยเซ้าซี้ถามจนน่ารำคาญ

พอกูเล่ามึงก็ไม่เชื่อ แล้วจะถามหาสวรรค์วิมานอะไรวะ

ไอ้จูริเบิกตากว้างก่อนทำท่ากลั้นหัวเราะจนน่าถีบ

อย่าบอกนะว่าเรื่องผีๆสางๆอีกแล้วนะ คราวนี้ที่ไหนอีกล่ะ

ผมถลึงตาใส่ไอ้จูริแทบจะหลุดออกจากเบ้า

ที่บ้าน บนเตียง ได้ยินมั้ย หัวเราะพอรึยังผมเดินเข้าไปเผชิญหน้า

พอแล้ว

อยู่ๆไอ้จูริก็หยุดหัวเราะกะทันหัน

แล้วคืนนี้จะนอนได้เหรอมึง

ไอ้คนรู้ทัน

ไอ้จูริมันรู้ครับว่าถ้าผมเจอเรื่องประหลาดๆแปลกๆที่ไหน ที่นั่นจะเป็นที่ๆผมจะไม่ไปเหยียบซ้ำสอง ดีนะที่มันไม่เกิดทุกห้องส้วมในมหาลัย ไม่งั้นผมคงหน้าเขียวหน้าเหลืองไปทั้งวัน

นอนไม่ได้แล้วมึงจะให้กูไปนอนด้วยมั้ยล่ะผมจ้องหน้ามันเขม็ง

เห็นมันอึ้งครับ มันอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนรีบพยักหน้า หน้าตาเหมือนเด็กได้อมยิ้ม

เอาดิ กูยอมเสียสละเตียงให้มึงนอนเลย

ไอ้จูริตอบตกลง แต่ความใจดีผิดปกติของมันทำให้ผมไม่ไว้ใจ แสยะปากใส่

ขอบใจ แต่กูไม่ไปให้มึงมาแกล้งกูได้หรอกไอ้จูริ อย่าได้มาอ่อยให้กูหลงกลเสียให้ยาก กูไปนอนกะเคย์โตะซะยังดีกว่า

มันโกรธครับ ผมเห็นมันตาโตเท่าไข่ห่าน ชี้นิ้วแทบจะจิ้มตาผมบอด

มึง...

อะไร

แช่งให้ผีหลอกมึงไปเหอะ

ไอ้จูริ!

ผมขึ้นเสียงตวาด แต่ไม่ทันแล้วครับ ไอ้จูริมันวิ่งหนีตีนผมไปถึงไหนต่อไปแล้ว และก่อนจะพ้นสายตา มันยังชูนิ้วกลางให้ผมอีกด้วย

หงุดหงิดครับ เจอแช่งแบบนี้ก็ขนแขนแสตนด์อัพสิครับ วันนี้เรียนวิชาเดียวด้วย แม่ก็ยังไม่กลับบ้าน แล้วใครจะอยากกลับไปอยู่กับผีล่ะ

ว่าแล้วผมก็พาตัวเองไปยังร้านเกมหลังมหาลัย ลืมคำเตือนของเคย์โตะไปเสียสนิท

มาถึงร้านเกมก็ทักทายคุณพี่เจ้าของร้าน แล้วจึงเดินไปจับจองมุมเดิม เริ่มเล่นเกมอย่างเมามัน แบบลืมวันลืมคืน จนรู้สึกคอแห้งจึงหยุดมือ พักเกมไว้ชั่วคราว ลุกเดินออกไปซื้อน้ำดื่มร้านข้างๆ ถึงได้รู้ว่าฟ้ามืดแล้ว

ผมสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่น เล่นเอาจักกะจี้ไปถึงไหนต่อไหน แต่เห็นชื่อบนหน้าจอก็ทำให้ต้องรีบกดรับสาย

แม่โทรมาบอกว่าซื้อปลานึ่งมะนาวมาให้ ถ้าไม่รีบกลับไปกิน อดไม่รู้ด้วย

งั้นวันนี้พอแค่นี้ดีกว่า ผมคิดเมื่อวางสายจากแม่แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในร้าน

ไม่ได้สนใจว่าตัวเองนั้นไปสะดุดตาใครเข้าพอดี

ผมกลับเข้ามานั่งก้นยังไม่ทันร้อน ก็เจอพี่ยูยะโผล่หน้าเข้ามาในร้านเกม แถมตรงดิ่งมาหาราวกับสนิทกันมาแต่ชาติปางก่อนอีกต่างหาก

ไม่คิดว่าจะเจอริวทาโร่ คิดว่ากลับไปแล้วซะอีก

พี่ยูยะยิ้มหล่อ ทำให้ผมที่เผลอสบตาหน้าแดง แล้วรีบหรุบตาหนี

จะกลับแล้วล่ะพี่ เมื่อกี้แม่โทรมาตาม

พี่ยูยะเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง แล้วเขยิบมาเข้าใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น

เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ จะได้คุยกัน เราไม่ค่อยมีเวลาคุยกันนานๆเลยนะ ทำเหมือนคนไม่รู้จักกันไปได้

น้ำเสียงทุ้มรื่นหูทำให้ผมอยากใจอ่อนอยู่คุยกับพี่เขาสักนิด ถ้าไม่ติดคำสั่งเสียของเคย์โตะที่ดังก้องในสมองขึ้นซะก่อน

ขอบคุณพี่ แต่ไว้วันหลังดีกว่า ผมต้องกลับแล้วจริงๆ

ก็พี่ไปส่งให้ไง ไปต้องเบียดคนบนรถเมลล์ด้วย นะ

คือ...

ผมอึกอัก ไม่อยากจะบอกเลยว่าถูกแฟนห้ามไว้ ยิ่งหูไวตาไว้อยู่ด้วย

มีคนสั่งห้ามไว้หรือเปล่า

อ๊ะ! พี่รู้ได้ไง

ผมเบิกตากว้าง เมื่อถูกอีกฝ่ายจับพิรุธได้ และขยับถอยหนีใบหน้าหล่อๆยื่นเข้ามาใกล้

เรื่องของริวทาโร่พี่รู้หมดล่ะ

เสียงกระซิบเบาๆฟังแล้วชวนเคลิบเคลิ้มใจเต้นระส่ำ จนทำอะไรไม่ถูก เอาแต่มองริมฝีปากอิ่มขยับขึ้นลงน่ามอง คนอะไรปากน่าจูบชะมัด

โอ๊ย!

ผมลูบต้นแขนตัวเองแรงๆเหมือนถูกแมลงต่อย พอก้มมองดูก็เห็นเป็นจ้ำแดงๆแต่ไม่เห็นแมลงซักตัว

เจ็บรึเปล่า

ไม่ค่อยหรอกพี่ แค่คันๆ

ผมเหลียวซ้ายแลขวาอยู่ไม่สุข คิ้วขมวดยุ่ง สังหรณ์ในใจพิกล แต่พอเงยหน้าก็เห็นอีกฝ่ายกำลังยิ้มกริ่ม จนเผลอค้อนไปวงโต

ดุจัง

ใครดุ?”

พี่ยูยะส่ายหน้าไม่ตอบ ก่อนจะยื่นมือมาจับเส้นผม แล้วค่อยๆลูบเล่นเบาๆ

ผมตั้งท่าจะสะบัดศีรษะหนี แต่พอสบดวงตาคมทอประกายแสงวูบหนึ่ง ความคิดอันแรงกล้าก็อ่อนลงในฉับพลัน ในหูอื้ออึง เห็นเพียงริมฝีปากพี่ยูยะกำลังขยับพึมพำอะไรบางอย่างยาวๆ

ไปกันเถอะ คืนนี้พี่อยากคุยกับน้องริวทาโร่ทั้งคืนเลย เดี๋ยวเราแวะซื้อของแล้วค่อยไปบ้านพี่กันนะ

ไปบ้านพี่ ทั้งคืน ผมทวนคำพี่ยูยะในสมอง ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

ไม่ได้ๆเดี๋ยวเคย์โตะดุเอา

ไม่หรอก เชื่อพี่

ไม่...” 

ผมเสียงอ่อนลงจนแทบไม่ได้ยิน แต่ยังพยายามเค้นสมองตั้งสติคิด ตอนนี้ผมนึกอยากให้มีอะไรมาตบหน้าผมแรงๆซักที จะได้รวบรวมสติที่กำลังกระจัดกระจายกลับตัว

และไม่ต้องขอนานครับ เพราะผมหน้าหงายเหมือนมีใครมากระชากเส้นผมจากด้านหลังอย่างแรง

ผมทะลึ่งพรวดลุกขึ้นจ้องหน้าพี่ยูยะเขม็ง ดวงตาคู่คมที่ผมชมว่าสวยกลับดูเยือกเย็นน่าหวาดหวั่นขึ้นมาในใจ ผมรีบเอื้อมไปคว้ากระเป๋า หากถูกพี่ยูยะยึดแขนทั้งสองข้างไว้ พร้อมทั้งรั้งให้นั่งลงดังเดิม

โอม พาลี...

เสียงเย็นพึมพำข้างหู ผมเริ่มจมลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำ ไม่ต่างกับคนจมน้ำที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง ในสมองฉายภาพคนตรงหน้ายกยิ้มมุมปากเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมกลับได้ยินเสียงอื้ออึงดังรอบตัว

เสียงเหมือนเด็กทะเลาะกัน

พ่อเล็กตั้งสติสิ โอ๊ย!

สมน้ำหน้า อยากลองดีก็ต้องโดนแบบนี้

พ่อเล็ก!...พ่อ ช่วยด้วย ไม่ไหวแล้ว

เสียงร้องเล็กๆหายไปเมื่อผมถูกพาออกจากร้านเกม โดยที่ผมไม่คิดค้านพี่ยูยะซักแอะ แถมยังอยากจะมองแต่หน้าพี่ยูยะ อยากอยู่กับพี่ยูยะ อยากสัมผัส อยากแตะต้องปากสวยๆนั่นที่เอาแต่พูดจาอะไรที่ผมฟังไม่รู้เรื่อง

ริวทาโร่ ไปอยู่กับพี่นะ

คะ ครับ

เด็กดี

พี่ยูยะจูบขมับผมเบาๆแล้วค่อยๆเคลื่อนรถไปข้างหน้า ท่ามกลางรอยยิ้มยินดีเกลื่อนบนใบหน้าของผม

ในหัวไม่หลงเหลือภาพเคย์โตะติดอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งแม้สักน้อย



ผมมานั่งบนเตียงอ่อนนุ่มในบ้านหลังงามสไตล์โมเดิร์น นัยน์ตากวาดมองไปรอบๆแต่ไร้ซึ่งความคิดอ่านอ่อนเชื่อม มองพี่ยูยะรินน้ำสีทองมาประคับประคองให้ดื่มอึกใหญ่

อีกมั้ย?”

ผมพยักหน้ารับ ของชอบจะตาย และดื่มจนหมดแก้วก่อนยิ้มหวานให้อีกฝ่าย

ยิ้มแบบนี้พี่ก็แย่สิน้องริวทาโร่

มือพี่ยูยะเอื้อมมาบีบแก้มผมเล่นเบาๆ นุ่มจังดวงตาเยือกเย็นทอแสงเรืองรองก่อนก้มลงชิมริมฝีปากผมอย่างหยอกเอินราวผีเสื้อโฉบ

ชั่วพริบตาที่ผมออกแรงต้านทานโดยไม่รู้ตัว หลบอีกฝ่ายรวดเร็ว จนพี่ยูยะเลิกคิ้วฉงน และยกมุมปากยิ้มหมายมาด

สอนมาดีจริงๆ แบบนี้พี่ยิ่งชอบ รู้มั้ยปลายนิ้วเรียวเชยคางมนขึ้นมอง

ผมค่อยๆยื่นริมฝีปากตัวเองเข้าประกบจูบอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนเอ่ยน้ำเสียงอู้อี้

อยากให้พี่ยูยะสอนมากกว่า

ปากหวานจัง เดี๋ยวเจ้าตัวเขามาตาม แล้วจะกลับคำไม่ได้นะพี่ยูยะยักยิ้มเจ้าชู้ รู้รึเปล่าว่าเขาน่ะชื่อดังในวงการเชียวล่ะ ดังจนน่าลองของ แถมมีรางวัลน่ารักน่าใคร่เสียด้วย

ผมเอียงคอสงสัยในรอยยิ้มมีเล่ห์ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายกดลงบนที่นอน และใช้ฝ่ามือลูบไล้แผ่นอกเรียบ จากนั้นจึงปลดกระดุมสอดมือเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อให้ผมกระตุกวาบ แล้วถูกริมฝีปากอีกฝ่ายประกบปิด ดูดดุนลิ้นร้อนจนผมหายใจตามแทบไม่ทัน พี่ยูยะค่อยๆขยับตัวขึ้นคร่อม แทรกกลางหว่างขาและบดเบียดลงมาให้ผมใจสั่นขนลุกไปทั้งตัว

พี่ยูยะ...

เสียงครางอ่อนยวบยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายเพิ่มแรงกดคลึงเคล้นหนัก จนผมต้องหลับตาปี๋ บีบต้นแขนแข็งแน่น กระทั่งทุกอย่างหยุดชะงักและได้ยินเสียงหัวเราะหึๆข้างใบหู ผมจึงลืมตามอง

ไม่อยากจะเชื่อ เจ้านั่นมันตายด้านรึไง?” พี่ยูยะก้มกัดริมฝีปากล่างผมเบาๆ ก่อนเอ่ย ถ้าเจอ พี่คงต้องขอบใจมันหน่อยแล้ว

ปัง!

ไม่ต้องขอบใจหรอก เพราะฉันไม่รับของจากพวกใจบาปหยาบช้าอย่างนาย!

เสียงเคย์โตะดังขึ้นพร้อมๆกับหน้าต่างใกล้ตัวเปิดออกกระแทกผนังดังสนั่น ร่างเงาตะคุ่มค่อยๆชัดเจนขึ้นท่ามกลางแรงลมหวีดหวิวจนผมต้องหยีตามองคนตรงหน้าเหมือนคนไม่รู้จัก ก่อนขยับเข้าไปเบียดชิดพี่ยูยะ ด้วยอาการหวาดหวั่นกับเหตุการณ์ ทว่าหางตาผมเหมือนเห็นผู้บุกรุกกำลังหน้าเขียว เม้มปากแน่น จ้องผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งทำให้ผมซุกหน้ากับไหล่พี่ยูยะยิ่งขึ้น

ริวทาโร่! ลุกออกมาเดี๋ยวนี้

เสียงตวาดสร้างความตื่นตระหนก ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธเร็ว มองคนตาแทบถลนออกจากเบ้ากระโดดข้ามหน้าต่างมายืนไม่ห่าง

ดุแบบนี้ น้องเขาก็กลัวกันพอดี

พี่ยูยะยิ้มกับผมก่อนหันไปมองผู้มาใหม่แววตาเยือกเย็นแข็งกระด้าง จากนั้นจึงค่อยๆลุกขึ้นไปเผชิญหน้า

อยากคุยด้วยมานานแล้วพี่ยูยะเดาะลิ้น

ฉันไม่อยากคุย แต่จะมารับคนของฉันกลับ ถ้าไม่อยากให้เป็นเรื่องก็ส่งเขาคืนมา และเลิกทำอะไรต่ำทรามแบบนี้ซะที

พูดจาอวดดีเหลือเกิน แกไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในวงการนี้หรอกนะ อย่าได้ใจไปกับคำเยินยอนักเลย ฉันล่ะอยากสำรอก

พี่ยูยะประสานสายตากับอีกฝ่ายราวกับมีสายฟ้าแล่นปลาบแปลบรอบตัว ผมได้แต่ขดตัวคราง เพราะเริ่มเห็นเงาทะมึนที่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างหน้าตาน่ากลัวรอบคนทั้งสอง และร่างของเด็กตัวเล็กฝั่งละสองตนกำลังทำหน้าตาเยาะเย้ยใส่กัน

ชี่ พาริวทาโร่ออกไป ฉันไม่อยากให้ของขวัญชิ้นนี้บุบสลายก่อนจะได้ลิ้มชิมรสเสียก่อน

ผมมองเด็กลอยพุ่งมาหา แล้วฉุดให้ลุกขึ้นด้วยแรงมหาศาล

“บุ! พาพี่มาหาพ่อเร็ว ต้องถอนมนต์ให้พี่เขาได้สติ ไม่งั้นถูกพาไปไหนต่อไหนไม่รู้ตัวอีกแน่

สิ้นเสียงสั่ง เด็กอีกตนก็ทะยานเข้ามาหา พร้อมๆกับง้างเท้าถีบเด็กที่ลากผมอยู่เสียกระเด็น จากนั้นก็ลงมือตะลุมบอนกันนัวเนีย

ส่วนเงาทะมึนที่กลายร่างเป็นซากคล้ายมนุษย์ตรงเข้าหาเคย์โตะ จากการสั่งการของพี่ยูยะ ทว่าร่างน่าเกลียดน่ากลัวนั้นกลับเข้าใกล้เป้าหมายไม่ได้เลย เพราะผมมองเห็นเคย์โตะพนมมือกล่าวอะไรพึมพำ แล้วเกิดเป็นรัศมีสุกสว่างรอบกาย ทว่ากลับสร้างความเจ็บปวดให้ร่างที่ไม่ใช่มนุษย์ผงะถอยหลัง เป็นช่องว่างให้เคย์โตะเข้าประชิดตัวและออกหมัดชกพี่ยูยะจนคว่ำในหมัดเดียว เลือดกลบปาก

ผมมองชายหนุ่มที่ผมรู้สึกคุ้นเคยเข้ามาหาด้วยหน้าตาเหมือนโกรธใครมาสักสิบชาติ กระชากผมให้เข้าหา ฝ่ามือร้อนจัดจับต้นแขนผมไว้มั่นพลางเอ่ยวาจารื่นไหลเสนาะหู

นะโม...

ริวทาโร่...ริวทาโร่...

เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมมองใบหน้าซึ่งซ่อนทับกันมากมายรวมกันเป็นหนึ่งเดียวและกระจ่างในบัดดล

เคย์โตะ...

ผมงึมงำเรียกอีกฝ่ายอย่างมึนงง หากคนตรงหน้ามีท่าทางคลายกังวลลงเล็กน้อย

ไม่ต้องถามอะไร รีบตามฮิคออกไปข้างนอก

ผมถูกรุนหลังพร้อมๆกับยกมืออุดปาก เพราะเด็กที่เคย์โตะเรียกว่าฮิค กำลังลอยมาหาผม ขอย้ำ! กำลังลอยมาครับ ไม่ใช่เดิน ผมหูตาเหลือกขาแข้งไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า เหลียวมองเคย์โตะอย่างตื่นตระหนก พลางส่ายหน้าดิก

คะ...เคย์โตะ อะ...อะไร นะ...นั่น...ผะ...ผี มะอาว ไม่น้าเคย์โตะ!

ผมกระโดดเกาะคอพี่เขาแน่น แหกปากร้องโวยวาย จนเคย์โตะขมวดคิ้ว มีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด

พี่ก็กลัวใช่มั้ยล่ะ แล้วทำไมยังให้ผมไปกะไอ้นั่น!

หย๋า! ลอยมาแล้ว ไม่เอา ออกไปนะ ออกไป!

ผมไล่ส่งไอ้เด็กแก้มป่องที่ลอยมาอยู่ตรงหน้าไม่ยอมไปไหนอย่างรังเกียจสุดฤทธิ์ จนหน้าเล็กๆซีดๆหงอยลงไปถนัดใจ

พ่อเล็กอะ พ่อเล็กไล่ผมเหรอ พ่อเล็กไม่รักฮิคเหรอ อะ...ฮื่อๆ

เกิดมาผมเพิ่งเคยเห็นผีร้องไห้งอแงก็วันนี้ล่ะครับ แถมร้องได้น่าเอ็นดูซะด้วย เล่นเอาผมเอ๋อไปเลย หันมองหน้าเคย์โตะเลิ่กลั่ก ทว่าอีกฝ่ายที่ทำหน้าเคร่งเครียดดึงผมไปอยู่ข้างหลัง และมองพี่ยูยะกำลังลุกขึ้นมายืนจังก้า ปาดเลือดจากมุมปากคล้ายไม่แยแส

หมัดหนักดีนี่ แต่ไม่ง่ายหรอกถ้าจะกลับไป

พี่ยูยะทำไมพูดแมวๆยังงี้เล่าผมย้อนคนเลือดกบปากในใจ หากในสมองกำลังทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกระท่อนกระแท่น สายตาก็กวาดมองไปรอบๆตัว ที่มีแต่ผีลอยอยู่ให้เต็มห้อง จนนึกอยากสลบไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่อาการตื่นตัวก็ทำให้เมฆหมองที่บดบังสติให้เลือนรางค่อยๆแจ่มชัด ถึงชัดแจ๋ว

ผมไม่ได้ลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมา ผมจำได้ จำได้ทุกอย่าง ผมถูกพี่ยูยะชวนมาด้วย และผมก็ปฏิเสธ แต่พอพี่เขางึมงำอะไรซึ่งผมฟังไม่รู้เรื่อง ผมก็คล้อยตามพี่เขามาเฉยเลย

ตายห่าล่ะ ผมเป็นอะไรไป ทำไมผมใจง่ายขนาดนี้ แถมยังไปถึงไหนๆกะพี่ยูยะไปตั้งเยอะแล้วด้วย ซวยหละ เคย์โตะ!

ผมเหลือบมองซีกหน้าคนที่ยืนเป็นโล่กำบังทุกสิ่งให้อย่างหวาดๆ

จะโมโหมากมั้ยอะ

พอถึงเวลาคับขันผมเลือกกลัวเคย์โตะมากกว่าผีซะอีก

ก็แฟนประเสริฐแบบนี้ ชีวิตนี้ผมคงหาไม่ได้แล้วล่ะครับ

ถึงผมจะรู้สึกเป็นบุญท่วมหัว แต่ผมว่ามันตงิดๆยังไงไม่รู้ ก็เคย์โตะไม่ออกอาการกลัวภูตผีปีศาจรอบตัวซักกะติ๊ด นิ่งสงบเป็นน้ำในตุ่ม

พี่...เคย์โตะ ผมกลัวผมดึงชายเสื้อพี่เขาไว้หวาดๆ

ริวทาโร่อยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนจนกว่าพี่จะมารับ เข้าใจมั้ย

เคย์โตะสั่งเสียงเข้มโดยไม่หันมามองหน้าผมแม้แต่น้อย ฉับพลันพื้นที่ผมยืนเกิดเป็นแสงเรืองรองโอบล้อมตัวผมไว้ ละอองสีทองไหลวนเป็นสาย ดังม่านขวางกั้นสิ่งชั่วร้ายไม่ให้มากล้ำกราย

ผมเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้น นึกอยากวิ่งหนีก็ทำไม่ได้หรอกครับ ได้แต่มองเคย์โตะเดินไปประจัญหน้ากับพี่ยูยะซึ่งยืนคอยท่า กำหนดจิตส่งภูตผีเข้ามารุมทึ้ง ผมเห็นเคย์โตะล้วงบางสิ่งจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเป็นกำ แล้วสาดซัดใส่ภูตผีจนเกิดเป็นประกายไฟแดงวาบลามไปทั่งร่างจนค่อยๆสลายหายไปในอากาศ

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พี่ยูยะไม่รู้ไปปลุกซากศพมาจากไหน ถึงเดินทื่อเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังอีกหลายตน เหตุการณ์ชักไม่ดี เหมือนเคย์โตะกำลังเสียท่าหมาหมู่ ไม่ใช่สิ ผีรุมต่างหาก ผมได้แต่หันมองหาตัวช่วย กุมารทองของพี่ยูยะกำลังเตะต่อยกับกุมารน้อยที่เคย์โตะเรียกว่าบุอยู่ หน้าตาปูดกันเลยทีเดียว และเจ้าเด็กแก้มป่องที่ว่างงานลอยอยู่ตรงหน้าผมอีกตน น่าจะชื่อฮิค

บุ-ฮิคเหรอ?

เคย์โตะเลี้ยงบุ-ฮิคด้วย!

แม้จะกลัว แต่ร่างเล็กๆลอยอยู่ตรงหน้าก็ไม่คิดจะทำร้ายหรือหลอกหลอนผมแต่อย่างใด กลับกำลังทำหน้าที่ปกป้องผมจากวิญญาณที่จ้องมาเอาตัวผมออกไปจากแสงเรืองรองอบอุ่น ที่ซึ่งเคย์โตะสร้างให้ แต่เคย์โตะกำลังจะแย่แล้ว

ผมตะโกนออกไปสุดเสียง เมื่อเห็นเคย์โตะถูกซากศพจับได้ ขาจึงก้าวออกจากอาณาเขตปลอดภัยอัตโนมัติ

ห้ามออกไปนะพ่อเล็ก!

แต่ว่า...

พ่อใหญ่เก่ง ไม่เป็นอะไรหรอก พ่อเล็กออกไปจะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ

สะอึกครับ เจอภูตเด็กตอกหน้าหงายแบบนี้ แต่ไม่ยอมหรอก

งั้นนายก็ไปช่วยพ่อใหญ่ของนายสิ!

แต่พ่อสั่งให้หนูคอยคุ้มครองพ่อเล็กนะ

โว๊ย! สั่งไว้แล้วไงเล่า ถ้าพ่อนายเป็นอะไร ก็ตายกันหมดนี่สิ ไปเร็ว ฉันไม่เป็นไรหรอก รับรอง ฉันไม่ออกไปนอกเส้นนี้แน่

กุมารน้อยเม้มปากก่อนพยักหน้าแล้วพุ่งตัวไปช่วยพ่อใหญ่ให้หลุดจากการจับกุม พอสลัดตัวออกมาได้ เคย์โตะก็ร่ายคาถายาว บังเกิดแสงวาบ ดาบลงอักขระปรากฏขึ้นในฝ่ามือ จากนั้นเข้าฟาดฟันซากศพขาดเป็นท่อนๆ เข้าถึงตัวพี่ยูยะซึ่งยืนทำหน้าเคร่งเครียด ทว่าในแววตากลับมีรอยยิ้มเยือกเย็น

เคย์โตะใช้ไหล่กระแทกอกอีกฝ่ายจนไปนอนกับพื้น จากนั้นปักดาบลงเฉียดลำคอพี่ยูยะไปเส้นยาแดงผ่าแปด

แกร่ำเรียนวิชามาเพื่อสนองตัณหาตัวเอง ก็อย่าหวังว่าครูบาอาจารย์จะสอนแกอีกว่าหากทำผิดศีลเมื่อไร ของมันจะเข้าตัวแก

สิ้นคำพูดเคย์โตะ ผมเห็นพี่ยูยะกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ หากคนถูกกดไว้กลับหัวเราะออกมาดังๆ

ฉันก็หวังว่าแกที่แสนดีจะไม่หลงไปกับมนต์ตราของขลังพวกนี้เข้าสักวัน ไอ้เคย์โตะ!

อยู่ๆบนพื้นห้องก็มีอสูรกายสูงใหญ่ผุดขึ้นมาจนเคย์โตะต้องพลิกตัวออกห่าง เพียงชั่วหันหลัง พี่ยูยะก็หายไปแล้ว หายไปยังกับหายตัวได้ ทิ้งไว้เพียงวิญญาณที่ถูกมนต์คาถาตรึงไว้ใช้งานล่องลอย ไปไหนไม่ได้

เคย์โตะเสยผมตัวเองหนักๆก่อนรวบรวมสมาธิพนมมือ แล้วกล่าวบทสวดถอนมนต์สะกดให้วิญญาณเหล่านี้ได้ไปตามยถากรรมที่เคยสร้างสมไว้

สายลมดังหวีดหวิวสงบลงจนเหลือเพียงความเย็นเบาบางล้อมรอบตัว

ผมก้มมองเป้ากางเกงตัวเองซึ่งยังไม่เปียก และคลำหัวตัวเอง ผมก็ยังไม่ตั้ง ไม่หลุด แต่ผมอยากเป็นลม

ละอองสีทองดังอาณาเขตหายไปแล้ว เคย์โตะเดินตัดข้ามห้องมาหา ประคองผมให้ลุกขึ้น แต่ผมเป็นง่อยไปเสียแล้วครับ เคย์โตะเลยอุ้มผมเหมือนอุ้มเด็กเล็กๆออกจากบ้านที่เมื่อครู่ยังเป็นสมรภูมิภูตผีไปวางในรถยนต์ โดยมีบุ-ฮิคลอยตามมาอยู่เบาะด้านหลังด้วย

ผมเอาแต่จ้องหน้าเคย์โตะ ไม่กล้าเอ่ยในสิ่งที่ตนเองคิด ด้วยกลัวคำตอบที่ได้รับ

เคย์โตะไม่ได้แวะส่งผมที่บ้าน แต่เลยบ้านผมไปยังมุมหนึ่งของโตเกียว ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำหนักพยากรณ์ศาสตร์

ผมมองป้ายหน้าบ้านเขียนไว้ยังงี้จริงๆ

รถยนต์จอดสนิทหน้าเรือนโบรานหลังใหญ่โต ท่ามกลางความมืดสนิทแลดูถมึงทึงน่าเกรงขามจนขาสั่นผับๆ เคย์โตะไม่ยอมพูดอะไรตั้งแต่ออกมาจากบ้านพี่ยูยะ

พี่โกรธผมจนจะฆ่าหมกตำหนักเชียวรึพี่ ฮือๆ แค่นี้ผมก็อึ้งช็อกตาเหลือกจะแย่แล้ว

ถึงบ้านพี่แล้ว

บ้านพี่!?

ผมหันขวับมองคนนั่งข้างๆ และเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายวางลงในช่องว่างที่ขาดหาย สมองทำงานเต็มกำลังอย่างไม่เคยเป็น และทุกอย่างก็มาจ่ออยู่ที่คอหอย

พ่อเคย์โตะเป็นหมอดู แต่เคย์โตะไล่ผีได้ บ้านตรงหน้าก็เป็นเรือนโบราณ บวกกลิ่นธูปเทียนตลบอบอวล กุมารน้อยอีกสองตน ผีอีกเป็นโขยง

มะ...มันไม่ใช่ตำหนักหมอดูแล้วมั้งพี่

พี่...เคย์โตะ ผมถาม...ถามตรงๆนะ พ่อพี่นอกจากจะเป็นหมอดูแล้ว ยังทำอาชีพเสริมเป็นหมอผีด้วยเปล่าพี่

ผมเบิกตากว้างรอฟังคำตอบด้วยใจระส่ำ หากเคย์โตะพยักหน้ารับตั้งแต่ผมถามยังไม่ทันจบประโยค เพราะมัวแต่ติดอ่าง

หมอผี!...แล้วพี่ล่ะ พี่เป็นรึ...รึเปล่าผมยกนิ้วชี้หน้าเคย์โตะสั่นๆ

ริวทาโร่เคย์โตะถอนใจยาว

เป็นรึเปล่า!?” ผมไม่สนใจฟังพี่เขาอธิบาย ที่ผมสนใจตอนนี้คือคำตอบเท่านั้น

และพอเคย์โตะพยักหน้ารับเท่านั้นล่ะ ผมรู้สึกมีลมบ้าหมูพัดวนรอบศีรษะ หน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม

มิหน้าล่ะถึงไม่กลัวผีสางที่ไหน เพราะแบบนี้นี่เอง

ริวทาโร่...ริวทาโร่เป็นอะไร ริวทาโร่

โลกตรงหน้าค่อยๆมืดสนิทลง วันนี้ผมช็อกมามากพอแล้วครับ ขอผมหลับให้หายเหนื่อยแล้วค่อยปลุกผมขึ้นมารับความจริงเถอะครับ ไม่งั้นผมได้ลาโลกไปก่อนได้กดเคย์โตะแน่ๆ


เคย์โตะจ้องมองคนรักเป็นลมหมดสติคอพับคออ่อนให้รู้สึกเห็นใจอยู่ไม่น้อย หากไม่คิดปล่อยมือ จึงบรรจงอุ้มคนจิตอ่อนเข้าไปยังเรือนพักของตนเอง

ร่างเล็กถูกวางลงบนที่นอนขาวสะอาด เสื้อผ้าบนตัวถูกเคย์โตะถอดออกจนหมด สายตาคมกริบกวาดพินิจไปทุกตารางนิ้วบนผิวกาย ก่อนก้มลงชิดใบหน้านวล

บุ-ฮิค ไปพักเถอะ วันนี้เหนื่อยมาเยอะแล้ว แล้วพรุ่งนี้พ่อจะถวายของชอบให้

จ้ะพ่อ แล้วพ่อเล็กล่ะจ๊ะกุมารน้อยชะเง้อมองเป็นห่วงพ่อเล็กที่นอนล่อนจ้อน ด้วยฝีมือพ่ออีกคน

เดี๋ยวพ่อดูแลเอง แล้วก็คืนนี้ถ้าพ่อไม่เรียกก็ไม่ต้องออกมานะ

กุมารน้อยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนพยักหน้าแล้วหายวับไปจากสายตา ให้เคย์โตะกลับมาสนใจริมฝีปากอิ่มสีอ่อนอีกครั้ง

ตื่นขึ้นมาแล้วพี่จะพิสูจน์ให้รู้ว่าพี่มีน้ำยารึเปล่า

ชายหนุ่มยกยิ้มหมายมาด
หลับให้สบายไปเถอะ