วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"Secret of Love" part4 {OkaMori}

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปี้เจนสั่ง เอ๊ย! ส่งมาให้แปลง

เป็นเรื่องจากเล้าเป็ด เขียนโดยคุณ Sake จึงขออนุญาตมา ณ ที่นี้นะคะ





หมายเห็ด* กรุณาลบความคิดที่อิเม่นกลัวผีออกซะนะ 555
















































Festival


เสียงผู้สื่อข่าวแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดให้ผู้ชมทางบ้านฟังเจื้อยแจ้วไม่ทำให้ผมกลับไปสนใจมองจอโทรทัศน์ตรงหน้า ยังคงตั้งหน้าตั้งตาจัดเสื้อผ้าใส่เป้อย่างขะมักเขม้น ก็ทำไมผมต้องสนใจด้วยล่ะในเมื่อพรุ่งนี้ผมก็จะไปเที่ยวแบบนั้นแล้ว

แค่คิดผมก็หุบยิ้มไม่ลง รีบยัดข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดใส่เป้โดยเร็วแล้วกระโดดขึ้นเตียงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวอย่างมีความสุข พรุ่งนี้เคย์โตะจะมารับไปเที่ยวโอกินาว่าแต่เช้า ขับรถยนต์ไปกับเพื่อนอีกสองคน แค่คิดก็ตื่นเต้นจนข่มตาหลับไม่ลงแล้ว

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หัวเตียงก่อนที่ผมจะคิดเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหนเรียกรอยยิ้มได้อีก ก็เวลานี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสุดที่รักของผมเอง

ยังไม่นอนอีกเหรอริวทาโร่ พรุ่งนี้ต้องไปไกลแล้วจะเพลียนะเสียงทุ้มอ่อนโยนจากปลายสายยิ่งทำให้ผมยิ้มไม่ยอมหุบหนักขึ้นไปอีก ถ้าเคย์โตะรู้คงว่าผมบ้าแน่ๆ

ถ้าให้ริวนอนแล้วเคย์โตะโทรมากวนทำไมล่ะ ไม่งั้นริวหลับไปแล้วนะเนี่ยผมตอบยียวนกวนบาทาไปแบบเสแสร้ง ทำให้ได้ยินเสียงเคย์โตะหัวเราะมาจากปลายสาย

โอเคๆพี่ผิดเอง ก็กลัวว่าริวทาโร่จะทำโน้นทำนี่จนลืมเวลาเลยลองโทรมาดู ถ้านอนแล้วก็หลับซะ พรุ่งนี้พี่ไปรับหกโมงครึ่งนะ

ครับผมลากเสียงยาว ฝันดี แล้วก็รักนะ จุ๊บๆผมทำเสียงจูบใส่โทรศัพท์แล้วรีบวางสาย รู้สึกแก้มร้อนวูบๆก่อนคว้าหมอนข้างมากอดแนบแน่น

คิดผิดหรือเปล่านะที่ชวนเจ้าสองคนนั้นไปด้วย แทนที่จะไปกันสองคน ความจริงผมก็ไม่เกี่ยงหรอกแม้จะรู้สึกเขินๆอยู่บ้างหากไปกันตามลำพัง แต่เคย์โตะเป็นฝ่ายแนะนำให้ผมชวนเพื่อนไปด้วยจะได้ครึกครื้น เลยไม่ขัดศรัทธาชวนยามะจังกับยูโตะเพื่อนร่วมก๊วนที่กลัวผีขี้ขึ้นสมองเหมือนกันไม่มีผิดไปด้วย ส่วนไอ้จูริอดไปตามระเบียบเพราะไม่ถูกชะตากับเคย์โตะแล้วจะชวนมันไปทำไมจริงมั้ย ผมคิดอะไรไปเพลินๆอีกครู่เดียวก็ผล็อยหลับไปจนเช้า


เสียงรถยนต์มาจอดหน้าบ้านเป็นเวลาเดียวกับที่ผมลากกระเป๋าเป้ลงมาชั้นล่างพอดี เคย์โตะเข้ามายกมือไหว้แม่ก่อนพยักหน้าบอกให้ผมเตรียมตัวออกไปเลย ผมจึงเข้าไปหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่แล้วตามเคย์โตะออกไปด้วยความรู้สึกสดชื่นระคนตื่นเต้นที่จะได้เดินทางไปเที่ยวไกลๆแบบนี้ครั้งแรก

พวกผมแวะไปรับยามะจังและยูโตะที่บ้าน พอรวมตัวกันได้ก็นกกระจอกแตกรังดีๆนี่เองครับ

พี่เคย์โตะเมื่อยบอกนะครับ ผมรับไม้ขับต่อให้ยูโตะชะโงกหน้าฉีกยิ้มเห็นฟันสามสิบสองซี่ให้คนขับ

ดีเลย ขับรถไกลๆแบบนี้มีคนมาเปลี่ยนจะได้ปลอดภัยเคย์โตะยิ้มตอบยูโตะที่ดูจะมีประโยชน์ก็คราวนี้เอง ไอ้นี่ขับรถไว้ใจได้ ส่วนยามะจังอย่าหวัง แม้แต่จักรยานมันขี่เป็นรึเปล่ายังไม่รู้เลย

มันกลัวเจ็บพอๆกับกลัวผีนั่นล่ะ

แล้วทานข้าวเช้ากันมารึยังเคย์โตะถามแต่ตายังมองถนนตรงหน้านิ่ง

ยังเลยพี่ ยังเช้าอยู่ ไว้หิวแล้วค่อยแวะกินก็ได้ ไม่เน้นข้าวเน้นขนมครับยามะจังหัวเราะร่าตอบ

มึงคนเดียวสิเสียงของผมและยูโตะประสานเป็นหนึ่งเดียวจนเคย์โตะเหลือบมองแล้วอมยิ้มให้ผมหน้าร้อนวูบ

พวกผมขับรถกันไปแวะซื้อขนมตามริมถนนทานกันไปอย่างสนุกสนาน แม้รถตามท้องถนนจะมากเพราะเป็นช่วงเทศกาลแต่ความเร็วในการขับก็ดีทีเดียว แบบนี้เย็นๆก็ถึงที่หมาย คิดอีกทีชวนเจ้าพวกนี้มาด้วยก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ขืนให้ผมมากันตามลำพัง ผมคงเอาแต่นั่งปาดน้ำลายมองหน้าหล่อๆของเคย์โตะท่าเดียว โม้กันไปกินกันไปเผลอแป๊บเดียวก็เที่ยงซะแล้วเลยแวะทานข้าวกลางวัน จากนั้นเคย์โตะก็เปลี่ยนให้ยูโตะมาขับแทน

เคย์โตะชวนผมมานั่งเบาะหลังด้วยกัน รถออกตัวไปตามทางขึ้นๆลงๆของถนนพักใหญ่เคย์โตะก็ดูจะวางใจในฝีมือขับรถของเพื่อนผม ค่อยผ่อนแผ่นหลังแตะพนักแล้วหันมาพูดด้วย

เมื่อยมั้ย

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบพร้อมส่งยิ้มหวานตาเชื่อมไปให้ พี่แกเลยยกมือมาขยี้ศีรษะจนผมยุ่ง

หนังท้องตึงหนังตาหย่อนเชียว

เด็กกำลังโตก็แบบนี้ล่ะพี่

ผมยิ้มทั้งๆที่ตาจะปิดแต่หูก็ได้ยินเสียงยามะจังปากหมาแขวะลอยลมมาให้ได้ยิน

เด็กโข่งสิมึงอะ

ผมไม่ต่อล้อต่อเถียงแต่เอาเข่ากระแทกเก้าอี้นั่งจนยามะจังสะดุ้ง ก่อนจะผล็อยหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เห็นเคย์โตะกลับไปนั่งขับเหมือนเดิม แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลงมาก ผมขยับตัวแก้เมื่อย

ตื่นแล้วเหรอเคย์โตะเหลือบมองผมพยักหน้าให้ จากนั้นหันมองยูโตะซึ่งยังหลับสนิทข้างผม ส่วนยามะจังมันนั่งหลับคอตกกรนเบาๆอยู่เบาะหน้า

เดี๋ยวรอเพื่อนๆตื่นค่อยแวะหาอะไรทานนะ หรือว่าหิวแล้ว

ผมส่ายหน้า อีกไกลมั้ยเคย์โตะ

อีกสองชั่วโมงได้

งั้นไปทานที่โรงแรมเลยก็ได้ อยากถึงเร็วๆจัง

เมื่อยแล้วล่ะสิ

ประมาณนั้นล่ะผมยิ้มรับเสียงอ่อย การนั่งรถนานๆมันแย่แบบนี้นี่เอง แล้วคนขับจะเหนื่อยขนาดไหนกัน ผมมองซีกหน้าของคนรักด้วยความรู้สึกเห็นใจ และเคย์โตะก็เหมือนนกรู้แอบส่งสายตากรุ่มกริ่มมาให้

พี่ก็เมื่อยอยู่เหมือนกัน คืนนี้ริวทาโร่นวดให้พี่หน่อยนะ

ความหมายกินนัยทำเอาผมหน้าร้อน ก่อนยิ้มเก้อพยักหน้ารับ

นวดก็นวดสิ แต่นวดแผนโบราณนะ ไม่ใช่อาบอบนวดป้ายแดง

ค่ำๆพวกผมก็มาถึงโรงแรมที่พักซึ่งดูแล้วก็หรูหราโอ่โถงอยู่ไม่น้อย ขนาดไม่ใช่ห้าดาวนะเนี่ย จัดการเช็คอินเสร็จเรียบร้อยพวกผมก็รีบหาข้าวใส่ท้องทันที เพราะทุกคนลงความเห็นแล้วพร้อมใจกันหิ้วท้องมาทานที่นี่ จัดการกับอาหารจนอิ่มหนำสำราญก็ถึงเวลาขึ้นไปพักผ่อน เคย์โตะส่งกุญแจห้องพักให้ยามะจัง ก่อนจูงผมตามหลังไป แสดงว่าผมนอนกับเคย์โตะ ยามะจังนอนกับยูโตะ

หย๋า...ใจเต้นตุบๆเลย ไอ้อยากก็อยากอยู่ แต่กลัวใจยังไงพิกล

ผมแอบมองหน้าเคย์โตะแวบหนึ่งแล้วก้มลงเมื่อรู้สึกสองแก้มอุ่นขึ้นมากะทันหัน ก็พี่แกเล่นจ้องมาอยู่ก่อนแล้ว แถมอมยิ้มแปลกๆให้อีกต่างหาก

หรือว่าคืนนี้จะต้องเสียตัวแล้วก็ไม่รู้...

ถึงห้องแล้วเหม่ออะไรอยู่ล่ะริวทาโร่

เสียงเคย์โตะดังมาจากไกลๆดึงสติที่เตลิดเปิดเปิงของผมให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ผมรีบส่ายหน้าทันที มือเก้ๆกังๆเสลูบศีรษะตัวเองเก้อๆที่คิดอะไรไปไกล

ตื่นเต้นอยู่เหรอ?” เคย์โตะกระซิบข้างหูทำเอาผมขนลุกไปทั้งตัว

พี่ก็เหมือนกันไอ้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆนั่นก็ทำให้ผมอยากต่อยคนรักซักหมัดสองหมัด

ล้อเลียนอยู่ได้!

ผมถูกดุนเข้าไปภายในห้องหลังเคย์โตะไขกุญแจเสร็จ และไม่รอให้ประตูปิดสนิทเสียก่อนผมก็ถูกประกบปากทันที

อะไรมันจะร้อนแรงแต่หัววันอย่างนี้...

อืม...ปลายลิ้นร้อนดุนดันหยอกเย้าจนผมครางหวิว ก่อนตัดใจออกแรงผลักอีกฝ่ายเบาๆ พอแล้ว

เคย์โตะอมยิ้มมองผมหน้าแดงเรื่อ หากยอมผละออกแต่โดยดีแล้วจับจูงกันเข้าไปสำรวจภายในห้องพัก ผมลองเปิดโน้นดูนี่จนทั่วแล้วจึงทรุดตัวนั่งบนขอบเตียงพร้อมเคย์โตะ

ริวทาโร่อาบน้ำก่อนมั้ย

เคย์โตะก่อนก็ได้ ขับรถมาเหนื่อยๆ

เคย์โตะไม่ตอบกลับเขยิบเข้ามาชิด ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาติดหน้าผมแล้วเอ่ยเสียงราวกระซิบ

ถ้าริวทาโร่ยอมช่วยพี่อาบก็คงหายเป็นปลิดทิ้ง

ลมหายใจอุ่นร้อยเป่ารดใบหน้าทำเอาผมหน้าร้อนซู่ กอปรกับคำพูดสองแง่สองง่ามที่ตั้งแต่เดินทางมาดูเคย์โตะจะหยอดไม่เลิก ผมเลยเริ่มรู้สึกวางตัวไม่ถูก

อาการอึกๆอักๆของผมอยู่ไม่นานเคย์โตะก็กดริมฝีปากลงบนขมับชื้นเหงื่อแรงๆ ขอโทษ พี่ล้อเล่น ริวทาโร่ทำตัวตามสบายเถอะเคย์โตะวางมือใหญ่บนหลังมือผมเบาๆ ไว้ใจพี่มั้ย?”

ผมมองคนรักยิ้มอ่อนโยนแววตาไม่วอกแวกให้รู้สึกมั่นใจแล้วจึงพยักหน้า พลางนึกอยากเขกกะโหลกตัวเองนัก เพราะเวลาเอาเข้าจริงกลับไม่กล้า

คนมันกลัวเจ็บนี่! เห็นอยู่ชัดๆว่าต้องรับบทอะไร ถ้าให้รุกก็ว่าไปอย่าง!

งั้นริวทาโร่ไปอาบน้ำก่อนเถอะ

ผมพยักหน้าขยับตัวลุกไปรื้อกระเป๋า แต่เปลี่ยนใจก้มลงหอมแก้มเคย์โตะก่อนเผ่นแนบคว้าเสื้อผ้าเข้าไปยังห้องน้ำ ทิ้งมือยาวคว้าได้แต่อากาศ

เดี๋ยวเหอะ ยังจะมายั่วกันอีก

เสียงบ่นลอยลมทำให้ผมอมยิ้ม อาบน้ำอย่างสบายอกสบายใจ ไม่เห็นท่าทางอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในฉับพลัน ก่อนเดินไปเปิดประตูตรงระเบียงแล้วออกไปภายนอกหายลับเข้าไปในความมืดสลัว


พะ...พี่!ผมตกใจเมื่อออกจากห้องน้ำมาก็เจอร่างสูงใหญ่ยืนรออยู่หน้าประตู ที่ไหล่มีเสื้อพาดไว้ แววตาคมกล้าเปล่งประกายระแวดระวังก่อนหายวับไปอย่างรวดเร็วแล้วคลี่ยิ้มละไม

อาบนานจังเคย์โตะไม่พูดเปล่า ยืนมือมาคว้าเอวผมเข้าไปประชิดแล้วก้มลงสูดกลิ่นหอมใกล้ซอกหู ผมหดคออย่างจั๊กจี้

ก็มันร้อนนี่ เคย์โตะนั่นล่ะรีบเข้าไปอาบเลย เหม็นผมแสร้งทำจมูกย่นแล้วรีบแกะมือใหญ่ออกจากเอวพลางดันเข้าไปภายในห้องน้ำ

เดี๋ยว...เคย์โตะคว้าข้อมือไว้แน่น ทำให้ผมจ้องตาอย่างสงสัย อย่าแอบไปไหนในที่เปลี่ยวๆล่ะ

นึกว่าอะไร ผมลอบถอนหายใจใส่คนขี้ห่วง หากก็พยักหน้าตอบ พอเคย์โตะปิดประตูผมก็เดินไปทิ้งตัวนอนบนเตียงนุ่ม ฟังเสียงน้ำไหลซู่ๆพลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข ผมหลับตานิ่งคิดถึงไอ้เพื่อนยากอีกสองคน ไม่รู้พวกมันจะเป็นยังไงบ้าง นอนกลิ้งไปกลิ้งมาสองตลบแล้วจึงลืมตาเหล่มองประตูห้องน้ำที่ยังปิดสนิท

คงอีกซักพักกว่าจะเสร็จ แอบไปดูไอ้สองคนนั่นแป๊บหนึ่งคงไม่ว่าอะไรหรอก

ผมคิดอย่างชะล่าใจเดินออกจากห้องโดยไม่นึกถึงคำเตือนของคนรักแม้แต่น้อย


ยามะจังผมเคาะประตูไม่นานยามะจังก็เปิดประตูรับผมด้วยรอยยิ้มฉีกแทบถึงหู อาบน้ำแล้วเหรอ?” ผมถามทั้งๆที่เห็นหัวมันเปียกน้ำ

เออ กูเพิ่งอาบเสร็จ

เข้าไปภายในห้องเห็นยูโตะนอนดูทีวีสบายอารมณ์ และมันก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ผมอดทึ่งในความสามารถของพวกมันไม่ได้

วิ่งผ่านน้ำกันรึไงวะ

เป็นไง เข้าท่ามั้ยวะ วิวข้างนอกเห็นทะเลด้วยผมพยักพเยิดหน้าไปทางระเบียงที่ยังปิดสนิท

อืม เจ๋งเลย เสียดายมันมืดแล้วเลยไม่เห็นยูโตะลุกขึ้นมาจากที่นอนเดินไปยืนหน้าประตูกระจกบานใหญ่ แล้วค่อยๆเลื่อนประตูเปิดออกกว้าง ให้สายลมพัดพากรุ่นกลิ่นไอเกลือเข้ามาภายใน

ผมกับยามะจังเดินไปสมทบ พวกเราเท้าแขนกับระเบียงมองฝ่าความมืดไปยังแสงไฟเบื้องล่างที่ยังมีคนเดินพลุกพล่าน จากชั้นเก้ามองลงไปเห็นคนตัวนิดเดียว

ลงไปเดินเที่ยวกันมั้ย ถนนด้านหน้าโรงแรมเขายังมีเทศกาลกันอยู่เลยยูโตะหันมาชวน

เอาจริงดิ พรุ่งนี้ต้องไปดำน้ำอีก จะไหวเหรอวะยามะจังตีหน้าเศร้าเพราะอยากไปหลีสาวแต่ก็เพลียจนขาอ่อนไปหมด แล้วมึงว่าไงไอ้ริวทาโร่

ผ่านว่ะ กูอยากนอน

อ้าว ไม่ครบก็ไม่มันดิยูโตะประท้วง

มึงอยากก็ไปเหอะ กูเก็บแรงไว้ดำน้ำพรุ่งนี้ดีกว่าผมทำหน้ามั่นอกมั่นใจ และตั้งใจแบบนั้นจริงๆ

กูเปล่าอยากกลับไปนอนกับเคย์โตะนะ

ผมร้องเถียงในใจเมื่อต้องจ้องตากับยูโตะ จนมันล่าถอยจึงลอบพรางพรูลมหายใจ

เอางั้นก็เอา ไว้พรุ่งนี้ดำน้ำเสร็จแล้วค่อยกลับมาเดินเล่นก็ได้ เทศกาลทั้งทีกูอยากเดินส่องสาวๆว่ะยูโตะยักคิ้วให้พวกผม

อยากแตะอั๋งสาวก็บอกมาเหอะยูโตะผมแซวไอ้เพื่อนชีกอทันที

ใครจะเหมือนมึงล่ะยูโตะยักคิ้วมีความนัย ผมเลยยกเท้าถีบมันไปส่งๆแก้คัน

เรื่องของกู

แต่พวกมันยังคงยิ้มกรุ่มกริ่ม สายตาเหมือนจะชอนไชไปทั้งเนื้อทั้งตัวจนผมร้อนฉ่าไปทั้งหน้า ไอ้เวร ทะลึ่ง

คืนนื้มึงเสร็จแน่ไอ้ริวทาโร่ยูโตะถือดีโอบกระชับไหล่ผมและเขย่าแรงๆเหมือนปลอบใจแต่หน้ามันเจ้าเล่ห์เป็นหมาจิ้งจอก

เพ้อล่ะพวกมึง เสร็จบ้าเสร็จบออะไรผมเตะเข้าที่หน้าแข้งไอ้คนพูดจนมันร้องโอย

เจ็บนะเว้ย

ถ้ายังไม่หายบ้ากูจะจับโยนลงตึกนี่เลยไอ้เพื่อนเวร

กล้าเหรอมึงยูโตะตบศีรษะผมเบาๆพลางมองความสูงอย่างนึกขยาด สูงนะมึง ตกไปเละ ศพไม่สวยแบบนี้กูไม่ชอบว่ะ เห็นแล้วกินข้าวไม่ลง จะอ้วก

เฮ้ย! อย่าพูดเป็นลางได้ปะ เดี๋ยวผีก็ทำจริงหรอกยามะจังทำหน้าตื่นๆร้องท้วง ทำเอาพวกผมสะดุ้งกันถ้วนหน้า

ก็ปอดแหกกันทุกคนนี่ครับ แถมปากดีกันทั้งนั้น...

ยูโตะคนพูดถึงจะหน้าเสียแต่ก็มีสติ ยิ้มเก้อๆปลอบใจยามะจังที่ตาขาวกว่าใครเพื่อน กูพูดเล่น มึงก็คิดมาก ไม่มีอะไรหรอก ผีเผอที่ไหน โรงแรมมีดาวแบบนี้ไม่มีหรอก

สิ้นคำพูดของยูโตะ สายลมเย็นก็พัดวูบผ่านใบหน้าพวกผมทั้งสามคนพร้อมกัน ทำเอามองหน้ากันลอกแลก และไม่เท่านั้น จู่ๆสรรพเสียงรอบตัวก็เงียบลงจนดูวังเวงขึ้นมาทันตาเห็น ต้นคอเย็นวาบแต่ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงอะไรออกมาซักคำ สายตากำลังพยายามสอดส่ายหาอะไรบางอย่าง ผมกลั้นลมหายใจ

บรรยากาศตอนนี้มันช่างเหมือนกับตอนไปโรงพยาบาลร้างคราวนั้นไม่มีผิด ผมหันหน้ามองยูโตะปากเสียทันที

ถ้ามีจริงๆจะทำยังไงล่ะคราวนี้ ผมคิดอย่างกลัดกลุ้มแต่ขามันแข็งจนไม่ยอมขยับ แต่ก่อนจะมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นตามจินตนาการของพวกผม เสียงเคย์โตะก็ดังขึ้นหน้าห้อง ดึงแรงดึงใจที่แขวนค้างกลางอากาศกลับคืน และไม่รอให้ใครพูด พวกผมก็วิ่งกรูกันไปที่ประตูแย่งกันเปิดรับเคย์โตะกันพัลวัน

มี...มีอะไรกันรึเปล่าเคย์โตะเห็นหน้าตาตื่นๆของพวกผมก็ทำหน้าสงสัยแล้วแทรกตัวเข้ามาภายในห้อง

ปะ...เปล่าครับ พอดีพวกผมกำลังจะไปหาพี่อยู่พอดีผมโกหกเหงื่อแตกซก ไม่กล้าเล่าความรู้สึกแปลกๆเมื่อครู่ เพราะเคย์โตะดูจะไม่เชื่อเรื่องผีๆสางๆพวกนี้ เล่าให้ฟังทีไรถูกดุทุกที

เคย์โตะพยักหน้ารับแล้วเดินไปยังระเบียงที่ยังเปิดกว้าง เลื่อนปิดให้อย่างเบามือก่อนหันมาบอก

ลมแรง เปิดทิ้งไว้จะไข้กินกันเปล่าๆ

ผมพยักหน้าเห็นด้วยแล้วหันไปมองหน้ายามะจังที่ยังดูตื่นๆ เห็นทีถ้าไม่สร้างความมั่นใจให้มัน เที่ยวคราวนี้คงหมดสนุกแน่ๆ และในที่นี้คงมีคนเดียวที่ไม่กลัวเรื่องผี

เคย์โตะๆ ที่นี่จะมีผีมั้ยอะ โรงแรมแบบนี้ไม่รู้จะเคยมีคนตายมาก่อนหรือเปล่า พี่ว่ามั้ย?” ผมเข้าไปเกาะแขนเคย์โตะแจ

น้องริวทาโร่เคย์โตะลงเสียงเข้ม มันจะมีไปได้ยังไงล่ะครับ คนออกเต็มโรงแรม สว่างโร่แบบนี้ผีที่ไหนจะมากัน ไม่มีหรอกครับ มีแต่คนที่จะหลอกกันเองซะมากกว่า แล้วถ้ากลัวเพราะมันผิดที่ผิดทางก่อนนอนก็สวดมนตร์ไหว้พระจะได้สบายใจ

ท่าทางไม่สนใจเรื่องผีเรื่องสางและบุคลิกเข้มแข็งดูน่าเชื่อถือทำให้พวกผมถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อครู่คงคิดกันไปเองเพราะความปอดแหกของพวกผมอีกนั่นล่ะ

เออ แล้วเคย์โตะจะลงไปเดินเล่นข้างล่างมั้ย

ไม่ล่ะ พี่เห็นริวทาโร่หายไปเลยเดินมาดู ว่าจะนอนแล้วเลยเอากุญแจห้องมาให้

เหรอครับ งั้นกลับห้องเลยดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปหลายที่

ผมรีบสวมรอย อยู่ใกล้เคย์โตะอุ่นใจกว่าเยอะ และคล้อยหลังผมไอ้สองคนก็เปิดไฟสว่างพรึบไปทั่วห้อง

คิดถูกแล้วล่ะที่นอนห้องเดียวกัน ผมมองเสี้ยวหน้าคมคายพลางอมยิ้มทำให้เจ้าตัวรู้สึกเอียงหน้ามองแล้วส่งยิ้มหวานแต่ปาก ตางี้แวววาวยังกะเสือ

ไปไม่บอกแบบนี้มันต้องถูกลงโทษ

อา...ก็พี่อาบน้ำ กะว่าจะแวบไปดูพวกนั้นแป๊บหนึ่งเท่านั้นเอง

ไม่ฟัง

เคย์โตะล็อกตัวผมพาไปล้มลงบนที่นอน ศีรษะทุยซุกซบลงซอกคอผมแล้วไซร้แรงๆให้ผมจั๊กจี้ หากแต่ความใกล้ชิดก็ทำให้ผมใจเต้นระส่ำร้อนวูบไปทั้งตัว

เคย์โตะ...จะนอนก็ไปนอนอีกเตียงสิเพราะห้องที่จองเป็นแบบเตียงคู่ แยกนอนกันสบายๆ แต่ดูท่าเคย์โตะจะแปลงกายเป็นตุ๊กแกเกาะเอวผมเหนียวหนึบ

ขอนอนด้วยนะ

เจอคำขอดื้อๆออดอ้อนหน่อยๆก็ทำคนฟังอึ้งไปได้เหมือนกัน ผมก้มหน้าไม่กล้าสบตา ก็บทจะรุกพี่แกก็รุกซะผมตั้งรับไม่ทัน

ก็...ก็ได้...แต่นอนเฉยๆนะแม้จะเสี่ยงเสียตัวอยู่ไม่น้อย แต่ใจผมก็ต้องการอยู่ในอ้อมกอดของคนรักเหมือนกันล่ะ

เคย์โตะคงเห็นแววตาสั่นไหวเต้นระริกฉายความกังวลจึงยิ้มแล้วกดริมฝีปากข้างขมับหนักๆ

ครับๆ พี่แค่อยากนอนกอดริวทาโร่ อยากตื่นมาเห็นริวทาโร่คนแรก แค่นี้ล่ะ

ผมหันไปประสานสายตาคู่คมทอประกายอ่อนโยนอย่างซาบซึ้งใจ จึงยกศีรษะขึ้นจูบปลายคางสากหนักๆหลายหน

ริวทาโร่รักเคย์โตะนะ

อืม...พี่ก็เหมือนกันเคย์โตะตอบรับพลางถอนใจ แต่อย่าพูดตอนนี้เลย พี่จะแย่เอาเคย์โตะงึมงำแล้วยื่นมือไปปิดไฟที่หัวเตียง

ผมอมยิ้มจนแก้มแทบปริในความมืดสลัวก่อนผล็อยหลับไปในอ้อมกอดแข็งแรง

เป็นเพราะผิดที่ผิดทางหรือยังไง ทำให้ผมหลับๆตื่นๆ ไม่รู้เวลาเท่าไรที่ผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง รอบตัวยังคงมืดสนิทได้ยินเพียงเสียงแอร์ครางเบาๆ ผมซุกหน้ากับอกเคย์โตะอย่างมีความสุขแล้วหลับตาลงอีกครั้ง หากแต่เสียงคล้ายมีใครเคาะกระจกตรงระเบียงซึ่งมีผ้าม่านปิดไว้แต่ไม่สนิทนัก ยังเว้นช่องให้มองเห็นภายนอกได้

ผมเงี่ยหูฟังจนคิดว่าหูแว่วไปเอง ตั้งใจจะหลับต่อหากแต่เสียงดังกล่าวกลับดังขึ้นมาอีก คราวนี้เสียงนั้นลากยาวคล้ายกระจกถูกมือใครตะกายดังแกรกๆ ผมขมวดคิ้วเริ่มรู้สึกหนาวๆร้อนๆรีบหดแขนหดขาเงยหน้ามองเคย์โตะที่ยังหลับสนิท

เสียงคล้ายประตูกระจกบานเลื่อนถูกเขย่าดังกุกกักจากเบาๆเริ่มเพิ่มความดังและความถี่ของเสียงจนผมอดไม่ได้ กลั้นใจผงกศีรษะขึ้นมองลอดรอยแหวกผ้าม่านไปยังภายนอกทันที

เงาลางๆไหววูบทำใจแทบหยุดเต้น เสียงร้องติดอยู่แค่ลำคอ แต่มือกำต้นแขนคนรักไว้แน่น

พี่...เคย์โตะผมเรียกเสียงสั่นพร่า ไม่กล้ามองไปยังนอกระเบียงอีก

เคย์โตะค่อยๆลืมตาขึ้นมาลูบศีรษะผมเบาๆ เป็นอะไร หลับซะเถอะ

ริวกลัว เหมือนมีใครอยู่นอกระเบียง

นี่ชั้นเก้า ไม่มีใครหรอกริวทาโร่

แต่เมื่อกี้ริวเห็น แล้วเหมือนได้ยินเสียงเรียกด้วยนะพี่...เคย์โตะผมบอกเสียงสั่นระคนหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด พลางหลับหูหลับตาซุกหน้ากับอกอีกฝ่าย ถ้าไม่ใช่คนก็ผีสิเคย์โตะ

ผมรู้สึกว่าเคย์โตะเงียบไปอึดใจก่อนโอบตัวผมไว้

เดี๋ยวพี่ไปดูให้ จะได้สบายใจเคย์โตะจูบหน้าผากผมแผ่วเบาแล้วลุกขึ้น ผมซึ่งยังหลับหูหลับตาเลยไม่เห็นดวงตาคมกร้าวทอประกายสีเพลิงโทสะ

เคย์โตะย่ำโครมๆออกไปเปิดประตูอย่างไม่อินังขังขอบ หายไปชั่วครู่ก็กลับมานั่งเคียงข้างผมซึ่งซุกหน้ากับหมอน

ไม่มีอะไรเลยริวทาโร่ คงเป็นเงาของผ้าม่านที่มันไหวๆ แล้วก่อนนอนพี่คงปิดประตูไม่สนิท ข้างนอกลมแรงมันเลยรอดผ่านเข้ามาจนเกิดเสียงแปลกๆนั่นล่ะ

จริงๆเหรอผมเงยหน้ามองคนรักหูหางลู่

อืม ทีนี้ก็นอนซะ เลิกกังวลได้แล้วเคย์โตะหอมแก้มผมหนักๆแล้วยกยิ้ม ขี้กลัวทำไม มีพี่อยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัวหรอก

ผมเหล่มองระเบียงอย่างขลาดๆแล้วมองหน้าเคย์โตะอย่างชั่งใจ

ไม่เชื่อเหรอเคย์โตะทำหน้าดุแล้วก้มลงจูบริมฝีปากผมรวดเร็ว ลิ้นร้อนรุกไล่ดูดกลืนจนความกลัวผีที่ติดอยู่ในใจกระเจิดกระเจิง กลับกลายมาเป็นกลัวใจคนตรงหน้าแทน

อืม...ผมครางออกมาเบาๆเมื่อมือใหญ่เริ่มไต่เป็นหนวดปลาหมึก รอดใต้สาบเสื้อเข้าไปคลึงเคล้นหน้าอกแบนราบจนปลายยอดอกบวมแดงแข็งเป็นไต จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอ ขบเม้นติ่งหูนิ่มจนต้องนิ่วหน้า

ผมรู้สึกถึงฝ่ามือร้อนลากไล้ไปตามแนวหน้าท้องก่อนผลุบหายเข้าไปในกางเกงโดยที่ผมทักท้วงไม่ออก ปล่อยให้เคย์โตะจับต้องตามอำเภอใจ และเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองนั้นไม่มีทางห้ามเคย์โตะหรือใจตัวเองได้เลยถ้ามันเกิดขึ้น

ว๊าก!

เฮ้ย! ทั้งผมและเคย์โตะต่างสะดุ้งกันสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงร้องดังขึ้นภายนอกห้อง อารมณ์หวามไหวหายวูบ ผมดันไหล่คนรักออกห่างเพราะเสียงนั้นมันคล้ายเสียงยามะจัง

และไม่ต้องรอให้สงสัยกันนานก็ได้ยินเสียงทุบประตูหน้าห้องดังปังๆ

ไอ้ริวทาโร่ช่วยกูด้วย!ยามะจังตะโกนเสียงหลง

เปิดประตูไอ้ริวทาโร่ เปิดเร็ว ตื่นยังวะ!ยูโตะรัวลิ้นตะโกน และทุบประตูดังปังๆ

ไอ้ริวทาโร่ ผีหลอกกู เปิดเร็ว!

ผมทะลึ่งสุดตัวเบิกตามองเคย์โตะแทบถลนออกจากเบ้า เมื่อกี้!

จู่ๆขาเกิดแข็งขึ้นมากะทันหัน ได้แต่มองประตูฟังเสียงเพื่อนทุบดังปังๆ ไม่กล้าไปเปิด เสียง พึ่บพั่บดังขึ้นใกล้ๆก็เห็นหลังเคย์โตะเดินลิ่วๆไปเปิดประตูรับเพื่อนผมที่หน้าตาตื่นแทบจะล้มลงมากองทันทีที่เคย์โตะเปิดประตูรับ

พี่! ผีหลอก ผีผู้หญิงผมยาวเฟื้อยยามะจังเข้ามาเกาะแขนเคย์โตะแน่นพลางเขย่าแรงๆ

จริงๆนะพี่ ที่ระเบียงผมเห็น หน้างี้เละ เลือดท่วมตัวเลยยูโตะผสมโรงเล่า แถมไม่เล่าเปล่า มันเข้าไปยึดเกาะไหล่อีกข้างที่ว่างอยู่ไว้แน่น

นั่นแฟนกู...

เคย์โตะพาตุ๊กแกสองตัวที่เกาะติดซ้ายขวามานั่งข้างๆผม แล้วค่อยๆปลุกปลอบ

ผีอะไรกัน พี่นอนอยู่ไม่เห็นมีอะไรเลย

จริงๆนะพี่ นอนๆอยู่ก็ได้ยินเสียงใครไม่รู้เคาะกระจก ผมเดินไปเปิดดูเห็นจะๆเต็มสองตาเลย ผีนั่นชี้หน้าผมด้วย ตางี้แดงเป็นเลือดเลยพี่ยูโตะลูบหน้าตัวเอง

โอย...ไม่ไหวแล้วกูจะหัวใจวายตายอยู่แล้วไอ้ริวทาโร่ยามะจังจับหน้าอกตัวเองหน้าซีดหน้าเสีย

ผมเองก็ไม่รู้จะปลอบเพื่อนยังไง ในเมื่อตัวเองก็กลัวไม่น้อยหน้ามัน แถมไม่แน่ว่าผีตนนั้นอาจมาที่ห้องนี้ก่อนด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงไม่เจอ

กูนอนห้องนั้นไม่ได้แล้ว กูขอเปลี่ยนห้องยามะจังยังคงคร่ำครวญ

เฮ้ย! กูไม่เปลี่ยนไปนอนห้องโน้นแทนหรอกนะผมแย้งหน้าเสียทันที ถึงจะรักเพื่อนแต่ก็ไม่เสียสละตัวเองขนาดนั้นแน่ๆ

ไอ้บ้า กูไม่ได้หมายถึงแบบนั้น กูหมายถึงให้พวกเราเปลี่ยนไปนอนที่อื่นกันเถอะ ที่นี่ต้องมีคนมาโดดตึกตายแน่ๆ กูไม่อยากถูกหลอกอีก

ผมหันไปมองเคย์โตะอย่างอับจนคำพูด เพราะถึงไม่ถูกผีหลอกกับตัวแต่มันก็สะกิดใจห้องแถวนี้ยังไงพิกล ย้ายไปคงสบายใจกว่า เคย์โตะลอบถอนใจก่อนพยักหน้าเห็นด้วย

แต่ให้ย้ายออกตอนนี้คงลำบากไปหาที่พักที่อื่น ขอเปลี่ยนไปนอนชั้นอื่นไปพลางๆก่อนได้มั้ย เดี๋ยวให้เขาเอาเตียงมาเสริมให้ นอนด้วยกันหมดนี่ล่ะ

เคย์โตะเลิกคิ้วถามดูไม่ยี่หระในสิ่งที่พวกยามะจังประสพพบเจอ ในดวงตาไม่มีความหวาดกลัวหากมีร่องรอยความกังวลใจแฝงอยู่ และดวงตาคู่นั้นก็มองมายังผม

ก็ได้พี่ยูโตะพยักหน้ารับข้อเสนอ

งั้นพี่ลงไปบอกเจ้าหน้าที่ข้างล่างก่อน

เฮ้ย! พี่จะทิ้งพวกผมไปเหรอยามะจังแทบจะคลานไปกอดขาเคย์โตะ

ไม่มีอะไรหรอกยามะจัง พี่นอนมาทั้งคืนยังไม่เจออะไรเลย อะ...ถ้ากลัวก็ใส่นี้ซะเคย์โตะถอดสร้อยพระในคอส่งให้ เพราะขืนกว่าจะพากันลงไปคงได้หัวหกก้นขวิด เผลอๆได้แผลกันไปเปล่าๆ

พี่...กลับมาเร็วๆนะ

พวกผมมองตามหลังเคย์โตะตาละห้อย ก่อนเดินมานั่งรวมกันบนเตียงเดียว แล้วกวาดตามองรอบๆด้วยความหวาดระแวง

กูบอกแล้วว่าอย่าพูด กูว่าแล้วยามะจังหันไปว่าเพื่อนที่หน้าซีดไม่แพ้กัน
กูตั้งใจที่ไหนล่ะยูโตะก็หันไปสวนกลับทันที ใครจะไปคิดว่าผียังห่วงสวยไม่สวยจนตามมาหลอกคนว่ากันล่ะวะ

ยูโตะ!

พวกผมร้องกันเสียงหลง ยามะจังโถมตัวไปปิดปากเพื่อนด้วยความหวาดผวา มึงพูดมาทำบ้าอะไร ยิ่งดุๆอยู่

กูลืม

ไอ้เชี้ย

สิ้นเสียงคำผรุสวาทลมเย็นก็พัดวูบผ่านหน้าพวกผมไปยังระบียง ด้วยผ้าม่านที่นิ่งสนิทเกิดสั่นไหว ผมและเพื่อนนั่งกันตัวแข็งทื่อ มือไม้กอดจับกันนัวเนีย รอยแหวกของผ้าม่านทำให้เห็นระเบียงมืดสลัวแต่ไม่ปรากฏเงาดำมืดอย่างที่นึกกลัว

พวกผมต่างเพ่งมองความว่างเปล่าภายนอก แต่กลับรู้สึกได้ถึงเสียงลมพัดแรง คล้ายๆสายลมสองสายฟาดฟันใส่กัน ก่อนทุกอย่างจะเงียบสนิทลง ผมจึงหันหน้ามองเพื่อนที่หันมาเช่นกัน

เกิดอะไรขึ้นวะยูโตะเอ่ยทำลายความเงียบ ผะ...ผีหรือเปล่า ท้ายประโยคที่ไม่ได้หลุดออกไปเพราะยามะจังยกมืออุดปากเพื่อนไว้ก่อน

มึงหุบปากไปเลยยูโตะ ไอ้ปากหมา เพราะมึงนั่นล่ะ

ผมไม่สนใจไอ้สองคนที่โต้เถียงกันไปมา ดวงตายังคงเพ่งไปที่ระเบียงผ่านประตูกระจกเลื่อน ทุกอย่างมันเงียบสนิท บรรยากาศรอบตัวก็ดูคลายความกดดันลงจนหายใจหายคอได้สะดวก

คงไม่มีอะไรจริงๆ

ผมมองยูโตะปากดีลุกขึ้นเดินอย่างขลาดๆไปใกล้ระเบียง หลังจากนั่งกอดกันจนเมื่อย และจากที่จ้องมองความว่างเปล่าอยู่ซักพักก็ไม่เห็นมีอะไรโผล่ออกมา จึงยืดตัวเต็มความสูงแล้วหันมายิ้มแห้งๆให้เพื่อน ไม่มีอะไร

ไหล่หนักๆจึงผ่อนคลายลงแล้วเดินไปหายูโตะ กะจะชวนมันลงไปสมทบเคย์โตะข้างล่าง และท่าจะให้ดีก็หาแอลกอฮอล์กรอกปากให้สมองโล่งหน่อยคงจะเป็นดีที่สุด แต่จังหวะที่คว้าคอยูโตะหางตาผมเห็นอะไรแวบๆที่ระเบียง ใจตอนนี้ตกไปที่ตาตุ่มทันที

เพราะเมื่อหันไปมองเต็มตา ภาพที่เห็นคือร่างเงาที่บ่งบอกว่าเป็นผู้หญิงผมยาวเนื้อตัวแดงฉาด และภาพที่เขย่าขวัญคนมองได้ดีคือศีรษะของร่างจางๆไม่ชัดเจนนั้น มีเลือดไหลอาบหน้า กะโหลกยุบหายไปข้างหนึ่ง

อ๊าก!ทั้งผมและยูโตะที่หันมองตามต่างร้องเป็นเสียงเดียว แต่ภาพนั้นยังคงอยู่ทั้งยังเคลื่อนเข้าใกล้กระจก นิ้วมือทั้งสิบกรีดกระจกจนเกิดเสียงสั่นประสาท รอยแดงทั้งสิบนิ้วพาดผ่านฝากรอยไว้ที่แผ่นกระจกเป็นทางยาว

เคย์โตะ...เคย์โตะผมครางเหมือนคนง่อยเปลี้ยเสียขา ไม่อาจถอนสายตาจากดวงตาแดงก่ำนั้นได้ ลำแขนสีซีดเป็นรอยจ้ำยื่นชี้นิ้วมาอย่างหมายมาด ความกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก ไม่ไหวแล้ว...ไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วย!

ผมปิดหูปิดตาร้องเสียงหลง เขาว่าเวลาเจอผีให้สวดมนตร์แต่เวลานี้ผมนึกไม่ออก นึกไม่ออกแม้กระทั่งของดีที่เคย์โตะมอบให้ยังสวมอยู่ที่คอ และมีอิทธิฤทธิ์ไม่ให้ภูตผีมากล่ำกรายแม้ปลายก้อยก็ยังไม่รู้ ไม่นึกถึง

เหมือนสติใกล้จะหลุดลอยจวนล้มทั้งยืน สัมผัสของมืออุ่นคุ้นเคยก็เข้ามาประคองไว้แนบอกให้ผมรู้สึกอุ่นใจแม้ไม่เห็นหน้า

เคย์โตะ

ริวทาโร่ๆเสียงเคย์โตะเรียกเบาๆจากนั้นจึงอุ้มร่างอ่อนยวบของผมไปวางบนเตียง ก่อนผละออกไปทางระเบียง ผมได้ยินเสียงเคย์โตะงึมงำอะไรบางอย่างยาวๆเบาๆ แล้วกลับมาทรุดนั่งเอามือลูบศีรษะผมอย่างเอื้ออาทร

ริวทาโร่...ไม่ต้องร้อง ไม่มีอะไรแล้ว ลืมตามองพี่สิริวทาโร่เคย์โตะรั้งตัวผมไปโอบกอด มองผมค่อยๆลืมตาขึ้นมอง ไม่มีอะไรริวทาโร่ พี่มาแล้ว

ผมพยักหน้ารับรู้ ริวเห็น...มีผีจริงๆด้วย ริวกลัวพูดได้เท่านั้นผมก็สะอื้นไห้ออกมา

ไม่มีหรอกริวทาโร่

พี่ไม่ต้องมาหลอกเลย! ริวทาโร่เห็นกลับตา มันมีจริงๆผมเถียงไปสะอื้นไป ริวไม่อยากเจอเรื่องพวกนี้เลยเคย์โตะ ริวกลัวจะทำยังไงดีถึงไม่ต้องเจออีกน้ำตาอุ่นไหลพราก ดวงตาคู่คมทอประกายเสียใจวูบหนึ่งก่อนกลับเป็นปกติ

ถ้ามี...พวกเขาก็คงมาขอส่วนบุญส่วนกุศล เป็นเพราะเรามีบุญมีกุศล พวกเขาเลยมาขอแบ่งปั่น พรุ่งนี้ตอนเช้าเราไปใส่บาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พวกเขากัน จะได้ไม่มารบกวนกัน ดีมั้ย

จะช่วยได้จริงๆเหรอ ทำแล้วพวกเขาจะไม่มาให้เห็น มาหักคออีกหรอกนะ

ริวทาโร่ พวกเขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เชื่อพี่เถอะ ไปทำบุญทุกอย่างจะดีขึ้น

ผมพยักหน้ารับ ทำบุญแล้วริวอยากกลับบ้าน ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว

เคย์โตะนิ่งไปชั่วอึดใจ

ไหนริวทาโร่อยากมาเล่นน้ำที่นี่ไง

ไม่เอาแล้ว ริวกลัว

งั้นเปลี่ยนโรงแรมดีมั้ย แล้วหาจองห้องใหญ่ๆนอนรวมกัน จะได้สบายใจ พี่ไม่อยากให้เราเสียโอกาส อุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกล

แต่...

ริวทาโร่ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก เชื่อพี่นะ พี่จะอยู่ใกล้ๆตลอด พรุ่งนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อยแล้วเราไปเล่นน้ำกัน...นะ

ผมหันไปมองเพื่อนๆที่นั่งบนพื้นพรมเกาะขาเคย์โตะไว้คนละมือ พวกมันพยักหน้าเห็นด้วยกับเคย์โตะ ผมเลยพยักหน้าตาม

เคย์โตะพาพวกผมมาห้องพักที่เปิดรอไว้ชั้นล่าง ได้ยินเสียงคึกคักจากภายนอกให้อุ่นใจมากกว่าชั้นสูงๆ พวกผมนั่งล้อมวงไม่ยอมหลับยอมนอนจากความหวาดกลัวเมื่อครู่ หากแต่พอนั่งไปนานๆร่างกายก็เริ่มประท้วง ค่อยๆผล็อยหลับกันไปที่ละคน ก่อนจะหลับผมเห็นเคย์โตะยังคงทำหน้าที่ยามที่ดีจึงอุ่นใจหลับลึกในทันที


ร่างสูงรอดูคนทั้งสามหลับสนิทจึงยืดตัวยืน หันไปพูดกับบุ-ฮิคที่ปรากฏกายให้เห็น ทั้งสองตนทำหน้าสลดเมื่ออยู่ต่อหน้าหมอผีหนุ่ม

พ่อบอกให้ดูแลให้ดี แล้วพี่เขายังเจอผีตนนั้นได้ยังไงฮึ ก็รู้ว่าพี่เขากลัวเคย์โตะเอ่ยน้ำเสียงเรียบรื่นหากหนักแน่น

บุบอกน้าผู้หญิงคนนั้นแล้วนะพ่อ ว่าอย่ายุ่งกับพี่ริวทาโร่ แต่น้าเขาไม่ยอม เขาว่าเพื่อนพี่ริวทาโร่พูดไม่ดีต้องถูกสั่งสอนซะบ้าง แล้วพี่ริวทาโร่ก็เป็นเพื่อนกัน สมควรจะโดนด้วย

แล้วกันจนกว่าพ่อจะมาไม่ไหวหรือ ตั้งแต่ไปอยู่กับพี่เขาฤทธิ์เดชหายไปไหนหมดฮึ

ไม่ใช่ซะหน่อย น้าเขาตัวโตกว่าหนู หนูเลยสู้แรงไม่ไหวต่างหากฮิคน้อยค้านเสียงอ่อย หนูยังถูกผลักกระเด็นไปชนต้นมะพร้าวเลย

ร่างสูงใหญ่มองกุมารน้อยทั้งสองตนแก้มป่องปากยื่นเหมือนเด็กกำลังสำนึกผิดจึงได้คลี่ยิ้มปลุกปลอบ ไม่ผิดหรอกที่กันไว้ไม่อยู่ เพราะวิญญาณเหล่านี้มักยึดติด ผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ไปผุดไปเกิด จึงสั่งสมฤทธิ์เดชไว้ไม่น้อย เขาต่างหากที่ชะล่าใจ คิดว่าได้บอกกล่าวกันก่อนแล้วจะไม่เกิดเรื่อง ก็ดันมีเจ้าคนปากไม่ดีพูดจาไม่เข้าหูภูตผีซะนี่

เอาเถอะๆแล้วพ่อจะซื้อของเล่นให้นะ

บุ-ฮิคน้อยคล้ายอาการเกร็งฉีกยิ้มกว้างก่อนหายวับไป ร่างสูงจึงเดินไปนั่งมองใบหน้าคนรักที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว

เจอผีครั้งเดียวยังร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าต้องอยู่กับหมอผีไปตลอดชีวิตจะไม่แย่หรอกเหรอริวทาโร่


วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"Secret of Love" part3 {OkaMori}



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปี้เจนสั่ง เอ๊ย! ส่งมาให้แปลง

เป็นเรื่องจากเล้าเป็ด เขียนโดยคุณ Sake จึงขออนุญาตมา ณ ที่นี้นะคะ





หมายเห็ด* กรุณาลบความคิดที่อิเม่นกลัวผีออกซะนะ 555






































Bloody Valentine


ผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่มาไม่นานก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก เดินไปทางไหนก็จะเห็นรูปหัวใจและดอกกุหลาบจัดตกแต่งอยู่ตามซุ้มหรือตามหน้าร้านค้าต่างๆมากมาย เห็นแล้วก็รู้สึกสดชื่นตามถ้าตอนนี้ผมไม่มีเรื่องกลุ้มใจอยู่นะ

เครียดจนหัวคิ้วแทบชนกันอยู่แล้ว ไม่น่าเชื่อคนอย่างผมจะมาเครียดเรื่องแบบนี้กะเขาด้วยเหมือนกัน

เพราะตอนปีใหม่ผมได้ของขวัญจากเคย์โตะ วันวาเลนไทน์นี้ผมจึงอยากให้อะไรเคย์โตะบ้าง แต่ปัญหาโลกแตกคือไม่รู้ว่าจะให้อะไรพี่เขาดี

เงินก็ไม่ค่อยจะมีอีกต่างหาก ครั้นจะเอาตัวเองผูกโบว์ใส่พานถวายก็ดูจะไม่ลงทุน แถมยังทุเรศตาเลยต้องพับไป

ไอ้จูริมันคงรู้สึกขวางหูขวางตากับท่าทางกระสับกระส่ายจนไม่เป็นอันเรียนของผม มันเลยหวังดียกเท้ากระแทกเก้าอี้จนผมสะดุ้งปัดปากกาดินสอตกพื้น เรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมชั้นได้ชะงัก ผมหันไปยิ้มแหยๆ360 องศา แล้วก้มเก็บของพร้อมส่งสายตาอาฆาตไปให้ไอ้ตัวต้นเหตุ หากมันกลับยิ้มเยาะเชิงบอกว่า มึงเหม่อเองช่วยไม่ได้

ผมควานมือหาดินสอที่คาดว่าจะตกอยู่ใกล้ๆกับปากกา แต่กวาดตามองหาเท่าไรก็ไม่เจอ

แปลก?...ไอ้จูริ! เพราะมึงนั่นล่ะ ช่วยกันหาดินสากดของกูเลย

ไอ้จูริมันยักไหล่แต่ก็ก้มลงช่วยหาสักพักจนปวดคอ ผมก็เริ่มตัดใจคิดว่ามันคงกระเด็นกระดอนไปไกล

อยู่นี่

แววเสียงหัวเราะดังคิดคักขึ้นข้างหู พร้อมกับสายลมอ่อนพัดวูบวาบจนเส้นผมพลิ้วไหวทำให้ผมชะงัก และยืดตัวขึ้นมองไปรอบๆก่อนจะสะดุดตากับดินสอกดที่นอนนิ่งสนิทบนโต๊ะ เหมือนมันอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ผมหยิบมันขึ้นมาพิจารณาอย่างงุนงง ในขณะที่ไอ้จูริทำหน้าเอือมระอากับความเซ่อพร้อมตบกบาลผมไปที่หนึ่ง

เฮ้ย! เจ็บนะ

เซ่อ

ผมตั้งท่าจะยกเท้าถีบมันหากไม่ถูกเพื่อนหญิงข้างๆสะกิด และกระซิบบอกว่าอาจารย์ให้จับกลุ่มทำรายงาน ผมจึงหันไปคาดโทษไอ้จูริด้วยสายตา ก่อนยิ้มประจบเพื่อนหญิงขอเข้ากลุ่มด้วยคน

แต่ว่า...ยังมีสิ่งหนึ่งที่คาใจ ก็ผมเห็นชัดๆว่าดินสอกดที่อยู่ในมือตอนนี้ตกลงไปบนพื้นแท้ๆ แล้วมันมาอยู่บนโต๊ะได้ยังไงในเมื่อผมไม่ได้เก็บมันขึ้นมา?

หรือว่าจะละเมอกลางวันแสกๆ ผมเกาศีรษะตัวเอง จะว่าไประยะนี้ผมรู้สึกเหมือนมีคนมองหรือไม่ก็ได้ยินเสียงแววบ่อยๆ เคยเปรยๆเรื่องนี้กับเคย์โตะ พี่เขาก็บอกว่าผมคิดมากแถมพาลพาโลหาว่าผมชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว จนรุ่นพี่ชมรมกรีฑาตามจีบตามดักเจอ แล้วจะไม่ให้รู้สึกว่ามีคนมองคนตามได้ยังไง

ไม่รู้พี่เขารู้ข่าวนี้มาจากไหน เพราะผมอุตส่าห์ปิดปากเงียบ

ยังกับมีหูทิพย์ตาทิพย์ยังงั้นล่ะ

แต่เพราะเรื่องนี้ทำเอาพี่เขายั้วผมไปหลายวัน ง้อตั้งนานกว่าจะหาย เลยลืมเรื่องประหลาดๆรอบตัวไปเลย

หมดชั่วโมงเรียนพวกผมชวนกันไปนั่งทานข้าวในศูนย์อาหารของทางมหาวิทยาลัย เพราะมันถูกดี พวกผมจึงมาใช้บริการทุกวัน เก็บตังไว้เล่นเกมหลังมอแทน

ลูกใครแฟนใครก็ไม่รู้ คิดได้ประเสริฐแท้!

ไอ้ริวทาโร่ วันพรุ่งนี้มึงมีนัดที่ไหนเปล่า พวกกูจะไปกินเหล้าแถวรปปงงิ ไปเปล่า?” ไอ้จูริเอ่ยขึ้นมาขณะตักข้าวราดแกงเข้าปาก

หึ...กูมีนัดแล้ว

กับผัวมึงอะเหรอ

เฮ้ย!คำพูดตรงไม่มีงอของมันทำเอาตาแทบถลนออกจากเบ้า ไอ้เวร! ยังไม่ได้กำหนดซะหน่อย ใครเป็นผัวเป็นเมีย ทะลึ่งแล้วมึงอะ

ผมยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแก้ติดคอ มองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดขึ้นที่มุมปากไอ้จูริแล้วเส้นเลือดในสมองผมพาลจะปูด

ถึงกูจะเปิดเผยแต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาล้อเลียน เดี๋ยวโดดกัดหูแม่งเลย ผมนึกด่ามันในใจ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้เป็นจุดสนใจใครๆ เพราะถ้าได้ทะเลาะกับมันเป็นยาวทุกที

แล้วกินข้าวเสร็จจะไปไหนต่อ รึว่ากลับบ้านเลย?”

ไม่ล่ะ กูจะไปเล่นเกมหลังมอ แล้วรอกลับพร้อมเคย์โตะ

งั้นกูไปด้วย ขี้เกียจกลับบ้านเร็วเหมือนกัน

ผมถลึงตามองมันอีกรอบ เพราะแค่นี้เคย์โตะก็แทบจะกินหัวผมอยู่แล้ว มันยังจะตามประกบอีก ที่นี้ไม่ต้องได้ผุดได้เกิดกันพอดี

จะตามไปหาพระแสงไรวะ เจอทุกวันเหม็นหน้ามึงจะแย่แล้วไม่พูดเปล่า ผมยกจานข้าวซึ่งเหลือแต่ซากพร้อมสะพายกระเป๋าลุกขึ้นเดินนำจานไปเก็บที่แล้วรีบชิ่งหนีไอ้จูริออกมา

ร้านเกมหลังมหาวิทยาลัยมีตั้งเยอะ มันไม่รู้หรอกว่าผมเข้าร้านไหน ก่อนถึงร้านเกมก็แวะซื้อน้ำอัดลมติดมือเข้าไปในร้านด้วย ผมเลือกนั่งโต๊ะสุดท้ายมีเสาบังพอดิบพอดี เวลาเล่นเกมมันให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย แต่เพลิดเพลินอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อมือของใครไม่รู้ตบลงบนบ่าแรงๆ

น้อง! ในร้านนี้เขาห้ามนำเครื่องดื่มเข้ามา ไม่เห็นป้ายบอกไว้รึไงน้ำเสียงคุกคามดังขึ้นเหนือศีรษะ ผมเตรียมพร้อมจะหันไปด่ากลับ

ใครวะ! เจ้าของร้านยังไม่ว่าเพราะซี้กัน แล้วมันเป็นใคร?

หากใบหน้าที่ลอยเด่นค้ำศีรษะทำให้ผมชะงัก และอีกฝ่ายก็ดูจะอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนหรี่ตาคู่คมแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นพิจารณาผมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

อะ...อะไรของนายน่ะผมเอี้ยวตัวหลบเมื่อร่างสูงก้มหน้าลงมา หัวใจราวกับถูกแช่แข็งเฉียบพลันเมื่อสบสายตาดำมืด เหมือนหลุดเข้าไปเคว้งคว้างกลางสุญญากาศชั่วอึดใจ

เลี้ยงของแบบนี้ด้วยเหรอ หน้าไม่ให้เลยนะ

ผมขมวดคิ้วกับคำพูดกำกวมนั้น พลางเหลียวมองตามสายตาอีกฝ่ายไปด้านหลังก็ไม่เห็นมีหมาแมวสักตัว นอกจากกำแพงสีขาวกับจอคอมพิวเตอร์

นายพูดอะไร?” หน้าตาผมคงดูเหลอหลามากล่ะมั้ง เจ้าคนหน้าตาอวดดีถึงได้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างฉงน ก่อนเพ่งพิจารณาหน้าผมเหมือนเจอญาติก็ไม่ปาน แต่แล้วดวงตาคู่เย็นเยียบดุจสายน้ำในถ้ำมืดกลับกระจ่างใสราวมีดวงดาวหล่นใส่วูบวาบจนหัวใจผมเต้นตึกตักขึ้นมาเฉยๆ ชายหนุ่มแปลกหน้าโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเผลอกลั้นหายใจและหลุบตาลงจนไม่เห็นรอยยิ้มประหลาดมุมปากอีกฝ่าย

กระป๋องน้ำอัดลมถูกอีกฝ่ายริบไปหน้าตาเฉย

เฮ้ย! จะเอาไปไหน?”

ห้ามดื่มในนี้

แต่พี่เคย์เขาอนุญาตผมทุกทีล่ะผมอ้างชื่อเจ้าของร้าน หากอีกฝ่ายหรี่ตาลงยกยิ้มกวนประสาท

แต่วันนี้ฉันเป็นคนเฝ้าร้านว่ะไอ้น้อง

เห็นหน้ากวนๆของเจ้าคนตรงหน้าผมเลยขี้คร้านจะต่อล้อต่อเถียง ด้วยเห็นแววแพ้ทางไอ้หมอนี่มาแต่ไกล จึงหันหลังกลับไปเล่นเกมต่อ หากไอ้หล่อมันยังคงยืนนิ่งไม่ไปไหน จนรู้สึกหงุดหงิดแอบเหล่มองตาขวาง ไม่รู้ไอ้หน้าหล่อมันมองอะไรอยู่หน้าตาถึงได้ดูถมึงทึง พอรู้สึกถึงสายตาทิ่มแทงของผมจึงได้ยกยิ้มยียวนก่อนเดินหายไป

ผมระบายลมหายใจทันที รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นอีกโข ก็เวลาที่เจ้านั่นอยู่ใกล้รู้สึกกดดันแปลกๆ บรรยากาศรอบตัวดูไม่น่าเข้าใกล้เอาซะเลยทั้งๆที่หน้าตาก็ดี จมูกโด่งๆนั่นก็น่าหยิก ปากก็ได้รูปเป็นกระจับเชียว น่าฟัดซะมัด

นี่ถ้าเคย์โตะรู้ว่าผมคิดอุตริแบบนี้ ได้เคืองหน้าคว่ำหน้าหงายแน่ๆ

ผมทำหน้าเคลิ้มฝันได้ไม่ทันไรก็รู้สึกปวดหูจี๊ดขึ้นมากะทันหันจนต้องรีบยกมือคลำ

อูย...เจ็บ ตัวอะไรต่อยรึเปล่าเนี่ย

เป็นอะไรน่ะ

เสียงไอ้หล่อเจ้าเก่า ผมเอี้ยวหน้าไปมองก่อนทำหน้าเหยเกอีกครั้ง เพราะรู้สึกเจ็บที่หูอีกข้าง

ไอ้หน้าหล่อลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆก่อนจะวางขวดน้ำเปล่าบนโต๊ะ

ดื่มไอ้นี่แทน มีฝาปิดจะได้ไม่หก

ผมประหลาดใจกับความใจดีของไอ้หน้าหล่อแต่ก็อดฉุนนิดหนึ่งที่เห็นผมเป็นเด็กเล็กๆกินเลอะกินเปื้อนไปได้ แต่เพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่ใบหูทั้งสองข้างจึงได้แต่พยักหน้ารับ

เป็นอะไร?”

ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไอ้หน้าหล่อรู้คำตอบอยู่แล้ว

เจ็บหู

ไหนขอดูหน่อยไอ้หน้าหล่อตั้งท่าโน้มตัวเข้ามาใกล้ แต่เพราะไม่รู้จักมักจี่ด้วยผมจึงเอี้ยวหลบอย่างไว้ตัว ทำให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนเท่ห์ก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำ

ฉันเป็นเพื่อนไอ้เคย์ ชื่อยูยะ...ทาคาคิ ยูยะ วันนี้ไอ้เคย์เขาไปธุระเลยขอให้ฉันมาช่วยเฝ้าร้าน ก็แค่นี้ ไม่ได้เป็นไอ้บ้าที่ไหนหรอก เป็นรุ่นพี่นายด้วย ชื่ออะไรล่ะเรา?”

คำอธิบายยาวยืดยังกับอ่านใจคนได้ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยเผลอตอบ ลืมแววตาเย็นยะเยือกไปจนสนิท

ริวทาโร่ครับ

แล้วเป็นอะไร? ไหนดูหน่อยพี่ยูยะขมวดคิ้วย้ำเสียงเข้ม ผมจึงต้องเอียงหน้าเปิดหูให้ดู

นิ้วมือเรียวสวยจับใบหูนิ่มของผมพลิกดู ชั่วขณะที่ผมได้กลิ่นธูปอบอวลจากตัวพี่ยูยะก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว

และเพราะบรรยากาศรอบตัวคล้ายเคย์โตะ ผมจึงคลายความหวาดระแวงบุคคลที่พึ่งรู้จักตรงหน้า ไม่ใช่เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่แทบจะจิ้มตาบอด

ผมเปล่านอกใจเคย์โตะนะ!

แดงเลยพี่ยูยะพลิกหน้าผมไปดูใบหูอีกข้าง ดุจริงๆ

อะ...อะไรนะครับผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่พี่เขาพูดออกมา หากพี่เขากลับยิ้มแทนคำตอบแล้วลุกขึ้นยืน

เดี๋ยวเอายามาทาให้

ผมมองพี่ยูยะเดินหายไปทางหลังร้านแบบไม่คิดจะถามผมเลยสักคำ ว่าต้องการรึเปล่า สักครู่ร่างสูงก็กลับมานั่งข้างๆพร้อมกับถือวิสาสะหมุนเก้าอี้ให้ไปประจันหน้า นิ้วสวยๆป้ายขี้ผึ้งในตลับตั้งท่าจะทาให้

อ๊ะ! ผมทาเองผมยิ้มแห้งๆให้พี่ยูยะพร้อมกับดึงตลับขี้ผึ้งในมืออีกฝ่ายมาถือเอง หากพี่ยูยะกลับยื้อพร้อมกุมมือผมไว้ ผมชะงักแต่ไม่กล้าชักมือออกเมื่อสบสายตาคู่ล้ำลึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปภายในหลุมดำมืด

พี่ทาให้ผมมองพี่ยูยะยิ้ม หากในสมองกลับหยุดการสั่งการเสียเฉยๆ ยื่นหน้าไปให้พี่ยูยะทายาอย่างว่าง่าย

นิ้วมือเรียวสวยนวดคลึงยาให้อย่างเบามือ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านทางปลายนิ้วทำให้ผมเคลิ้มสบตากับอีกฝ่ายที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

ริวทาโร่มีแฟนรึยังคนตรงหน้าเอ่ยเพียงเสียงกระซิบ

ครับผมตอบทั้งๆที่ยังสบตากับอีกฝ่ายในระยะเผาขน แต่กลับไม่คิดจะหลบเลี่ยง ยังคงดำดิ่งไปกับดวงตาคู่ลึกลับอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ขี้หึงมากด้วยใช่มั้ย

ครับ

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกลระบายไปทั่วใบหน้าหล่อเหลา หากแต่ภาพนั้นกลับผ่านมาแล้วผ่านไปโดยที่ผมไม่ติดใจเลยซักนิด

น่าสนใจดี โดยเฉพาะ...พี่ยูยะมองตาผมก่อนหรุบลงมองริมฝีปากเป็นใบ้บื้อของผมชั่วอึดใจ

ริมฝีปากน่าจูบที่ผมนึกชอบใจ มาตอนนี้มันกำลังขยับอยู่ไม่ห่าง หัวใจไร้เกราะป้องกันของผมเลยเต้นตุบๆเหมือนกลองรัว และเผลอไผลไปกับกลิ่นหอมประหลาดจนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมึนเมาควบคุมไม่อยู่ ไปกับแรงกระตุ้นเล็กๆความสนใจเล็กๆที่ตอนนี้ดูไม่เล็ก

ผมไม่ขยับหนีพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผาก สัญญาณบางอย่างร้องเตือนให้ผมรีบหยุดความคิดอยากลองสัมผัสริมฝีปากเต็มอิ่มตรงหน้า

แต่ผมไม่ทำ!

ผมเคลื่อนเข้าหาพร้อมกับที่อีกฝ่ายก็เคลื่อนเข้ามา

พ่อเล็กอย่า!

แว่วเสียงกรีดร้องดังข้างหูพร้อมกับมือที่มองไม่เห็นทึ้งเส้นผมจนผมหน้าหงาย ตื่นจากภวังค์อย่างสิ้นเชิง กุมศีรษะร้องคราง

อู๊ย...เจ็บ!ผมหันมองด้านหลังก็ไม่เห็นใคร จึงหันกลับมาเล่นงานคนตรงหน้าตาขวาง

พี่เล่นอะไรเนี่ย เจ็บนะ

ดวงตาคู่ลึกล้ำนิ่งสนิทไม่รับและก็ไม่ปฏิเสธ และนั่นก็ทำให้ผมงงเกาหัวตัวเองแกรกๆอย่างสับสน

เมื่อกี้มันอะไร? ผมกำลังจะ...จะ...จูบ!

ตายห่าล่ะ!

ผมสะดุ้งทะลึ่งพรวดลุกขึ้น ตกใจในการกระทำของตัวเอง รีบคว้ากระเป๋าสะพายไหล่ละล่ำละลักลาร่างสูง

ไป...ไปละพี่ผมมองอีกฝ่ายยิ้มเย็นก่อนเผ่นแนบออกมาจากร้านเกม ไม่คิดหันกลับไปมองรอยยิ้มประหลาดเดาไม่ออกนั้นอีก

ผมยกมือขึ้นลูบศีรษะตัวเองอีกครั้งอย่างแปลกใจพิกล แต่ก็โล่งอกที่ไม่เกิดอะไรขึ้น นึกขอบคุณอาการผงะจนหน้าหงายของตัวเองที่ทำให้ตั้งสติได้ ไม่งั้น...มลทินนี้คงทำให้ผมเข้าหน้าเคย์โตะไม่ติดไปหลายวัน

ขอบคุณผมตบอกบอกตัวเองเบาๆ

ไม่เป็นไรครับ

หากเสียงแว่วดังสายลมพัดผ่านทำให้ผมยืนอึ้ง แล้วรีบจ้ำกลับมหาวิทยาลัยไปอย่างรวดเร็ว เห็นท่าผมคงไม่มาร้านเกมพี่ยูยะไปอีกนาน

แต่นั่นคงเป็นเพียงความคิดของผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับเจ้าของแววตาเยือกเย็นคู่นั้น ที่หมายตาเหยื่ออย่างผมไว้เรียบร้อยแล้ว

พอตกเย็นเคย์โตะก็มารับผมกลับบ้านตามปกติ เจอหน้ากันตอนแรกพี่เขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แต่เพียงลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหน้าผมไปวูบเดียว พี่เขาก็หน้าเป็นตูดอย่างไม่มีสาเหตุ

กูทำอะไรผิดเนี่ย!

ถ้าทำได้ผมก็อยากจะร้องตะโกนบอกฟ้าด้วยประโยคนี้จริงๆ

เพราะไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าลูกบุฮิคที่แอบแฝงเข้ามาในชีวิตผมกำลังรายงานความประพฤติที่ผ่านมาให้เคย์โตะฟังอย่างละเอียดยิบ!

---------------------------------------------------------------------

และแล้ววันวาเลนไทน์ก็มาถึง ของขวัญที่ผมคิดจนหัวแทบแตกก็คือ ดอกกุหลาบสีขาวช่อกำลังดีมีการ์ดติดไปด้วย ข้อความว่า

รักเคย์โตะที่สุดในโลกเลย!

เด็กดีมั้ยล่ะครับ

แต่ผมคิดออกได้แค่นี้ล่ะ มีความหมายแถมสบายกระเป๋าอีกต่างหาก ผมเตรียมจะมอบให้เคย์โตะตอนเย็น ทันทีที่เจอหน้าผมก็จะกระโดดเข้าไปหอมแก้มและยื่นช่อดอกไม้นี้ให้ก่อนที่เคย์โตะจะพาไปทานข้าวเย็น

เป็นไงความคิดของผมบรรเจิดมั้ยล่ะครับ

ผมนึกอย่างครึ้มอกครึ้มใจเดินผิวปากลงจากอาคารเรียนมานั่งใต้ตึกมุมหลังเสาเช่นเคย สักพักพวกไอ้จูริก็ตามมารังควานอย่างเคย

แม่งจะปล่อยให้กูใช้สมองน้อยๆคิดอะไรเงียบๆคนเดียวบ้างก็ไม่ได้

ผมด่าไอ้จูริทางสายตา แต่อย่างว่าหนังหนาอย่างมันจะรู้สึกอะไร และที่เจ็บใจไปกว่านั้นคือ หลังจากที่มันวางเป้ลงบนโต๊ะเสียงดังตุ๊บ! ของขวัญกล่องเล็กกล่องน้อยภายในก็ทะลักทลายออกมาจนผมตาลุกด้วยความอิจฉาตาร้อนในความHotของมัน แม่ง...ได้ช็อกโกแลตจากสาวๆมาเพียบเลย

ช่วยกันกินหน่อย กูกินคนเดียวไม่หมดหรอก

ไอ้จูริหันมายิ้มให้ผมจนตาปิด ทำนองเยาะเย้ยเต็มที่ จนน่าต่อยให้ตาปิดสนิทไปเลย

มึงกินให้จุกอกตายไปคนเดียวเหอะผมบอกไอ้จูริเสียงลอดไรฟัน มองมันโยนกล่องของขวัญให้เพื่อนๆช่วยกันแกะกินแกะดู

อะ

ผมมองไอ้จูริยื่นขนมสุดหวานเจี๊ยบมาให้ชิ้นหนึ่ง พลางเหล่ตามองมัน

ไม่กิน เขาให้มึง เรื่องอะไรมึงมาให้กูกิน

เออน่า...อันนี้กินได้ไอ้จูริดูอึกอักอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนทำหน้าขึงขัง คนอื่นเขานั่งกินกันทุกคน มีมึงคนเดียวไม่กิน จะนอกคอกไปแล้วมึงอะ ช่วยมีส่วนร่วมกับเพื่อนฝูงหน่อย

ไอ้จูริทำเสียงนักเลงใส่ แต่คนอย่างผมรึจะสนใจหน้าปลาจวดอย่างมัน เลยถอนหายใจใส่หน้ามันไปทีหนึ่ง ไอ้จูริคงอึ้งเห็นเดาะลิ้นหาวิธีจัดการกับผม จากแววตาของมันทำให้ผมเห็นท่าไม่ดี รีบคว้ากระเป๋าเตรียมหนี แต่ก็ช้าไป ไอ้จูริตะโกนบอกให้เพื่อนในกลุ่มช่วยกันจับผมไว้ และไอ้เพื่อนพวกนี้มันก็บ้าจี้ตาม เฮกันมายึดแขนยึดขาพลางหัวเราะกันสนุกสนานที่ได้แกล้งคน

เล่นเชี่ยไรเนี่ยพวกมึงผมถลึงตาใส่ไอ้จูริ ในขณะที่มันยิ้มกวนประสาทพลางยัดช็อกโกแลตใส่ปากแถมเอามือปิดไม่ให้ผมคายทิ้ง จนต้องกระเดือกคงคออย่างทุลักทุเลแทบขาดใจตายมันถึงปล่อยมือ แต่ยังครับ คนอย่างไอ้จูริไม่จบแค่นี้ มันยังยัดใส่ปากผมอีก ดูแววตามันมีความสุขบนความทุกข์ของผมอย่างยิ่ง

ความสุขของมันที่ผมไม่รู้เลยว่า ไอ้ช็อกโกแลตที่มันยัดใส่ปากผมนั้นมันอุตส่าห์ไปสรรหาแทบตาย

ถึงว่าอร่อยชะมัด แต่ก็ทำเป็นเล่นตัวไปยังงั้นล่ะ

เล่นอะไรกันครับน้องๆ...ริวทาโร่?”

น้ำเสียงเย็นๆของใครคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ผมขนตั้งในบัดดล ก็เสียงนี้มันเพิ่งผ่านหูไปวันก่อนเอง พี่ยูยะ!

ทุกคนหันไปมองชายหนุ่มหน้าตาดี สูงโปร่ง ยืนถือดอกกุหลาบแดงช่อกำลังน่ารักไว้ด้านหลัง ทำให้พวกผมที่มองอยู่รู้สึกว่าเข้ากันยังไงก็ไม่รู้

รึว่าคนหล่อทำอะไรก็ดูดีไปหมด

ผมสลัดมือเพื่อนที่ยึดตัวไว้ออกแล้วก้าวไปหาพี่ยูยะอย่างไม่ค่อยแน่ใจ เรื่องประหลาดวันก่อนยังจำไม่ลืมเลย

หวัดดีพี่ผมยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นก็ทำตามบ้างไม่ทำบ้าง โดยเฉพาะไอ้จูริ มันยืนมองผมตาเขม็ง

กำลังกินช็อกโกแลตกันอยู่ครับพี่ ของฟรีผมยิ้มแหะๆตอบรอยยิ้มกระจ่างสว่างไสวไม่เย็นเฉียบดังวันแรกที่เจอ

หล่อกระแทกตาเลยครับ

ผมเลยหยิบช็อกโกแลตของไอ้จูริให้พี่ยูยะแก้เก้อ พร้อมกับตวัดสายตาดุดันใส่ไอ้จูริที่ทำท่างกไม่ยอมจะให้

พี่ยูยะแกะทานก่อนเอ่ย

เนื้อหอมจังนะเราพี่ยูยะเหล่มองของขวัญบนโต๊ะซึ่งเกลื่อนกลาดไปด้วยซาก ทำเอาผมหน้าร้อนผ่าว

มะ...ไม่ใช่ของผมหรอกครับ ของไอ้จูริ มันเอามาให้ช่วยกิน

เหรอพี่ยูยะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ

มันก็น่าแปลกใจอยู่หรอก ถึงผมจะเป็นเกย์แต่ทุกปีก็ได้ของขวัญจากสาวๆบางชิ้นสองชิ้น แต่ปีนี้มันหายไปไหนหมดอะ

เจอแบบนี้เข้าไปผมก็เสียความมั่นใจไปมากโข

ไม่รู้ว่าผมทำหน้าแบบไหนออกไปพี่ยูยะเลยหลุดเสียงหัวเราะออกมา

ไม่ต้องห่วง เสน่ห์นายไม่ได้หายไปไหนหรอก แค่มีไอ้ตัวประหลาดสองตัวคอยกวนอยู่เท่านั้นล่ะ

ไอ้ประโยคแรกผมก็ฟังเข้าใจอยู่ แต่ไอ้ประโยคสุดท้ายฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ พี่แกหมายถึงอะไร จนผมต้องเกาศีรษะหยิกๆ

ไอ้ตัวที่ว่าคงจะเป็นเหาซะละมั้ง เพราะตั้งแต่เจอพี่ผมก็คันบ่อยจัง

แล้วพี่มาทำอะไรแถวนี้ล่ะครับผมเสหาเรื่องคุยอย่างสุภาพ เพราะยังไงในมหาวิทยาลัยเขาก็ยังเป็นรุ่นพี่

มาหาคนน่ะ พอดีได้ยินเสียงโหวกเหวกคุ้นหูเลยเข้ามาดู

ผมเหล่มองกุหลาบช่อสวยอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมหรี่ตามองพี่ยูยะอย่างรู้ทันเต็มที่

ตามหาเจ้าของช่อดอกไม้อยู่เหรอพี่ผมหัวเราะในขณะที่พี่ยูยะยกยิ้มบางไม่ตอบ

คงจะเขินล่ะสิ ช่างกล้าเดินถือดอกไม้ร่อนไปทั่วมหาวิทยาลัยแบบนี้ ผมคิดอย่างอารมณ์ดี กำลังจะอ้าปากแซวพี่ยูยะต่อ เสียงเคย์โตะก็ดังมาแต่ไกล

ริวทาโร่! ทำอะไรอยู่ พี่โทรหาไม่รับสายเลยเสียงเข้มมาพร้อมสายตาดุๆของเคย์โตะทำเอาผมใจแป้ว ก็ปกติพี่เขาจะไม่เสียงดังใส่นี่นา

ผมละความสนใจจากพี่ยูยะหันหน้าไปรับคนรักด้วยหน้าตาเหลอหลา

ไมพี่เลิกเรียนเร็วล่ะผมไม่ได้ตอบคำถามแต่ถามกลับอีกฝ่ายอย่างคนตั้งตัวไม่ถูก

อาจารย์ปล่อยเร็วน่ะ แล้วทำไมไม่รับสายเคย์โตะถามย้ำพลางเหลือบตามองร่างสูงยืนปั้นหน้าตายอยู่ข้างๆผมอย่างสบายอกสบายใจ

ผม..เปิดระบบสั่นไว้ตอนเรียนแล้วลืมเปลี่ยนกลับ เลยไม่ได้ยินน่ะครับผมหัวเราะแห้งๆ

แค่นี้ก็ต้องโกรธด้วย แถมตัวเองเลิกก่อนเวลาที่นัดไว้ ทำแผนผมรวนกันพอดี

ผมหน้านิ่วนึกคำนวนแผนในใจ พร้อมกับรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มหมุนคว้างเหมือนกำลังจะเกิดลมบ้าหมูอย่างแปลกใจ ก่อนมองตามสายตาเคย์โตะไปยังพี่ยูยะ

สองคนนี้จ้องหน้าเหมือนมีความแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน ผมหันมองเคย์โตะทีพี่ยูยะที รู้สึกหนาวยะเยือกแปลกๆและก่อนที่อะไรมันจะเลวร้ายตามการคาดเดา ผมจึงรีบแนะนำเพื่อนใหม่ให้เคย์โตะรู้จัก ขืนช้าพี่เขาจะกระโดดงับหัวไอ้พี่ยูยะซะก่อน

เคย์โตะ นี่พี่ยูยะรู้จักกันที่ร้านเกมวันก่อน

หากเคย์โตะกลับยืนนิ่ง เป็นอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มเย็นทักทายก่อน

ยินดีที่ได้รู้จัก ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ไม่เคยเจอตัวเป็นๆซะที

โฮ้...เคย์โตะดังขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมอดทึ่งไม่ได้

เหมือนกัน...และทางที่ดีก็ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า อย่าหาเรื่องมาเจอ เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่อง!

ผมตาค้างกับคำทักทายประโยคแรกของเคย์โตะ ผิดไปจากที่ผมรู้จักลิบลับ แม้กระทั่งไอ้จูริที่เคย์โตะไม่ชอบขี้หน้า พี่เขายังสุภาพด้วยเลย

ปะริวทาโร่ กลับเถอะเคย์โตะฉุดข้อมือผมในขณะที่ไอ้จูริร้องขัด

เฮ้ย! จะรีบกลับไปไหนล่ะ

นั่นสิพี่ยูยะเองก็เออออไปกับเขาด้วย ไม่รอไปกินเหล้ากับเพื่อนๆก่อนเหรอสายตาเยือกเย็นมองหน้าไอ้จูริราวกับล่วงรู้ว่าคิดอะไรอยู่ และไอ้จูริก็ละเมอพยักหน้ารับซะด้วย

ผมมองหน้าเคย์โตะและอีกฝ่ายก็ถอนหายใจก่อนให้ผมไปหยิบกระเป๋าแล้วตอบไอ้จูริ

ไว้วันหลัง วันนี้ฉันจะต้องติววิชามนุษยสัมพันธ์ให้ริวทาโร่ก่อนเคย์โตะมองผมด้วยหางตาคมกริบ

เฮ้ย! ผมตาโตกับชื่อวิชาที่ไม่เคยได้ยิน ก่อนถูกฉุดไปตามแรงคนรัก หากแต่ว่า...

พ่อเล็กระวัง!

เสียงร้องเล็กๆดังขึ้นพร้อมกับสายลมพัดวูบผ่านหน้าไป ยังไม่ทันตั้งสติ อีกมือหนึ่งของผมก็ถูกพี่ยูยะยึดไว้ซะแล้วท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเคย์โตะและไอ้จูริที่ตาแทบถลนออกจากเบ้า

พี่ยูยะ!ผมร้องครางตกใจ ด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าจับมือถือแขนผมต่อหน้าต่อตาคนรัก

เคย์โตะหันขวับมองมือผมที่ถูกอีกฝ่ายกุมไว้พลางเม้นปากแน่น

ตายแน่ๆ ผมครางอยู่ในอก คราวนี้ต้องง้อกี่วันเสียก็ไม่รู้

ผมยื้อมือตัวเองกลับ พยายามทำตัวลีบๆ เพราะกลัวจะถูกไฟจากสายตาทั้งสองคู่เผาเป็นจุลอยู่ตรงนี้

พี่ยูยะดูจะไม่ครณาสายตาทิ่มแทงของเคย์โตะ ยักไหล่ไม่ยี่หระแล้วส่งยิ้มหวานจ๋อยจนผมหน้ามืดตาลาย ใจสั่นระรัวทั้งๆที่แฟนก็ยืนอยู่ข้างๆ

และสิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น พี่ยูยะยัดช่อดอกไม้ที่ผมเพิ่งชมว่าสวยอยู่หยกๆใส่มือ ทำเอาผมตาค้างเหงื่อแตกเหมือนลมจะจับ รู้สึกร้อนวูบไปทั้งมือยังกับถือเผือกร้อน

พี่ให้

ไม่เอา! ผมลากเสียงตอบในใจอย่างโหยหวน ด้วยตอนนี้ใบ้กินไปเรียบร้อยแล้ว ผมพยายามสะบัดช่อดอกไม้ออกจากมือ หากแต่กรุ่นกลิ่นหอมรัญจวนของดอกไม้ในมือโชยแตะจมูกเพียงบางเบาก็ทำให้ผมมึนเมาเคลิ้มคล้ายคนละเมอ กำช่อดอกไม้ไว้ตามที่พี่ยูยะบอก ไม่สนใจเสียงทักท้วงของเคย์โตะที่ดูจะดังมาจากที่ไกลๆแสนไกล

หากก็เพียงชั่วอึดใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นชุ่มฉ่ำจึงสูดเข้าไปเต็มปอด ผมหลุดจากภวังค์มองหน้าพี่ยูยะทีเคย์โตะทีอย่างไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร ก่อนเพ่งมองช่อดอกไม้ที่ตนเองกำไว้แน่น

ผมพยายามจะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่มันก็เลือนรางจนน่าหงุดหงิดที่พยายามเค้นเท่าไรก็ไม่ชัดเจน

ทำไมผมถึงรับดอกไม้จากพี่ยูยะมา ทั้งๆที่ตั้งใจจะปฏิเสธ?

ถือว่าพี่ตอบแทนที่ให้กินช็อกโกแลตเมื่อกี้นี้ก็แล้วกันพี่ยูยะทำลายความเงียบจนน่าอึดอัดขึ้นก่อนที่ผมจะประสาทกิน ราวกับล่วงรู้ความในใจ แล้วยักยิ้มท้าทายไปให้คนข้างๆผม

ผมมองพี่ยูยะซึ่งกำลังประสานตากับเคย์โตะ รู้สึกเหมือนมีประกายไฟแล่นเปรี๊ยะๆท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดสะท้านเข้าไปในอก และน่ากลัวจนผมต้องบีบมือเคย์โตะแรงๆ

เคย์โตะหันมองหน้าเหลือสองนิ้วของผม แล้วค่อยๆสูดลมหายใจสงบอารมณ์ ก่อนหันไปหาชายหนุ่มที่จ้องจะงาบแฟนตัวเองด้วยดวงตาคมกล้าแลเย็นยะเยือกหนาวเหน็บยิ่งกว่า

อย่ามาลองดี! และอย่ายุ่งกับริวทาโร่!

หวงจริงพี่ยูยะสวนกลับทันควันพลางพ่นลมหายใจพรืดไม่สนใจคำเตือน แถมยังเป็นการท้าทายอีกฝ่ายไปในตัว ก่อนแสยะยิ้มให้เคย์โตะ ก็ใช้ไอ้สองเปี๊ยกนั่นเฝ้าให้ดีๆก็แล้วกัน! เดี๋ยวมาเดินตามฉันไม่รู้ตัว แล้วจะมาโวยวายทีหลังไม่ได้นะ

พี่ยูยะผู้ถือวิสาสะเข้ามาในชีวิตผมเหยียดยิ้มหมายมาด เพราะฉันไม่คืนให้!

สิ้นเสียงอยู่ๆก็มีกระแสลมแรงจนใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อนไปทั่วใต้ตึกเรียน จนผมต้องเอามือป้องตากันฝุ่นผง

เฮ้ย! ลมบ้าหมูรึไงวะเสียงไอ้จูริดังขึ้นใกล้ๆพร้อมกับที่ทุกคนที่นั่งเล่นอยู่ใต้ตึกต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก

ผมเห็นเคย์โตะกวาดตามองผู้คนพวกนั้น เหมือนเป็นคนอื่นที่ผมไม่รู้จัก และครู่เดียวลมแรงนั้นก็สงบ ผมถูกฉุดให้ออกเดินไปพร้อมคนรัก โดยไม่เห็นสายตาที่เคย์โตะทิ้งท้ายให้พี่ยูยะ

สายตาที่แทบจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับคำพูดที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ย หากแต่รู้กันแค่สองคนว่า

ถ้ามันร้อนวิชามากนักก็ไปหาคนอื่น ไม่ใช่กับแฟนฉัน!

บังเอิญถูกใจว่ะ...โอ๊ย!

พี่น้องบุฮิคตบปากกล้าตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อก่อนหายวับไปไม่ทันให้อีกฝ่ายได้เอาคืน จากนั้นเคย์โตะก็ลากผมออกมา และผมสังหรณ์ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาชวนปวดกะโหลกที่ผมจะต้องวุ่นวายไปอีกนาน

ผมมองแผ่นหลังที่ลากผมออกมาด้วยรู้สึกเกรงกลัวนิดๆ เพราะเคย์โตะดูจะอารมณ์เสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แรงบีบจากมือที่ผมนึกชื่นชอบในความเรียวยาวของมัน ทว่าตอนนี้มันทำให้ผมเจ็บจนร้องครางก็แล้ว โอยก็แล้ว พี่เขาก็ไม่รู้สึกตัว ผมจึงต้องร้องบอก

เคย์โตะ เจ็บผมส่งเสียงบอกแต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน หรือไม่ได้สนใจความรู้สึกของผม ด้วยความน้อยใจผสมโมโหผมเลยเอาช่อกุหลายที่ติดมือมาด้วยฟาดใส่หลังเคย์โตะเต็มรัก

และก็ได้ผล เคย์โตะหันมาตีหน้ายักษ์ใส่ พร้อมกับกระชากช่อกุหลาบช้ำๆโยนใส่ถังขยะใกล้ๆ จากนั้นก็หันมาฉุดลากผมไปต่อจนถึงรถยนต์

เมื่อเข้าไปนั่งภายในรถ เคย์โตะก็จับบ่าผมให้หันไปมอง

ริวทาโร่ อย่าไปยุ่งกับเจ้านั่นอีกเด็ดขาดนะ

ถึงไม่บอกผมก็ไม่คิดอยากจะเจอพี่ยูยะอีก แต่พอมาถูกกำชับแบบนี้ทำให้ผมสงสัยตงิดๆ

ทำไมล่ะครับ?” แค่ถามดูเท่านั้นล่ะ ตาเคย์โตะก็แทบจะถลนออกมา ทำเหมือนผมขอมีชู้ยังงั้นล่ะ

แค่นี้ก็แทบจะกราบเช้ากราบเย็นอยู่แล้วคร๊าบ

เคย์โตะเห็นผมหน้าเจื่อนจึงถอนใจก่อนลูบศีรษะผมเบาๆ

พี่ไม่ไว้ใจเขาเคย์โตะเอ่ยพร้อมดึงผมเข้าไปกอด

ผมรู้สึกร้อนวาบที่โพรงจมูก สิ่งที่เคย์โตะสื่อออกมาคือความเป็นห่วง ไม่ใช่การหึงหวง มันทำให้ผมตื้นตันจนน้ำตาซึม แล้วพยักหน้ารับคำพร้อมรับจุมพิตแผ่วๆบริเวณขมับ

ริวทาโร่ แล้วพี่ขอเตือนอะไรไว้อีกอย่าง อย่าทานของคนอื่นหรืออย่ารับของๆใคร แม้จะรู้จักก็ต้องดูให้ดี พี่กลัวใจคน ไม่รู้ว่าใส่อะไรไว้รึเปล่าสายตาเคย์โตะมองผมอย่างร้องขอ ใจผมก็ตกไปอยู่แทบเท้า ไม่คิดจะหาเหตุหาผลให้ยุ่งยากว่าทำไม

“...นะเจอน้ำเสียงอ้อนๆเข้าไปอีกผมเลยพยักหน้ารับอย่างเคลิบเคลิ้ม พร้อมรั้งใบหน้าชวนฝันนั้นเข้ามาจูบด้วยห้ามใจไม่อยู่

ยังไงปากเคย์โตะก็น่าจูบที่สุด...

ผมแลกความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นจนตัวอ่อนเป็นขี้ผึ้ง เคย์โตะจึงเป็นฝ่ายถอนใบหน้าแล้วอมยิ้มมองใบหน้าแดงเรื่อ ยกนิ้วขึ้นปาดน้ำใสๆตรงมุมปากให้

งั้นกลับกันเลยนะ

ผมพยักหน้าคล้อยตาม ก่อนสะดุ้งเมื่อนึกถึงแผนที่อุตส่าห์วางไว้เสียดิบดี ห๊ะ!ผมออกอาการตกใจจนโอเวอร์

มีอะไร?”

เออ...กุ...กุหลาบก็ผมสั่งกุหลาบให้พี่ไว้ จะไปได้ยังไง เสียตังไปแล้วด้วย

เคย์โตะเลิกคิ้วชั่งใจมองผมเม้มปากแน่น ดวงตาดุเปล่งประกายกร้าวใส่หน้าผม ก่อนเอี้ยวตัวไปยังเบาะหลัง

อาลัยอาวรณ์กุหลาบเพื่อนใหม่นักรึไง...เอ๊า!เคย์โตะกระแทกกระทั้นช่อกุกลาบสีชมพูใส่ตักผม แล้วเข้าเกียร์ออกรถด้วยความรวดเร็วจนผมหมดสิทธ์อธิบาย แถมหน้าบูดหน้าบึ้งไปตลอดทาง

หน้าแบบนี้พูดให้ตายก็ไม่ฟัง!

แต่ผมก็ไม่ท้อพยายามจะง้อจะอธิบาย แต่พี่แกก็เงียบแทบอยากกระโดดงับหัวให้รู้แล้วรู้รอด เพราะบทจะดื้อพี่แกก็ดื้อจนอ่อนใจเชียวล่ะ

เว้ย...นี่มันวันอะไรกันแน่วะ

ผมพยายามเค้นหาคนผิด และก็ได้ตัว ก็คือไอ้พี่ยูยะหน้าหล่อนั่นคนเดียว ทำแผนผมเหลวไม่เป็นท่า อย่าได้เจออีกนะมึง พ่อจะ...

พ่อจะ...จะจูบให้ปากเยินเลย

อุ๊บ! ผมรีบเอามือปิดปาก เหลือบมองคนข้างๆอย่างกลัวอีกฝ่ายจะล่วงรู้ความพิเรนทร์ทางความคิดของผม

แล้วแบบนี้มันจะเป็นยังไงต่อล่ะเนี่ย!

ช่วยผมด้วย!...

ผมได้ยินเสียงตัวเองร้องโหยหวนจากก้นบึ้งของจิตใจ ที่ไปเข้าทางคนยืนพิงกำแพงหลับตานิ่ง หากมุมปากยกยิ้มหมายมาด



วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"Secret of Love" part2 {OkaMori}


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปี้เจนสั่ง เอ๊ย! ส่งมาให้แปลง

เป็นเรื่องจากเล้าเป็ด เขียนโดยคุณ Sake จึงขออนุญาตมา ณ ที่นี้นะคะ





หมายเห็ด* กรุณาลบความคิดที่อิเม่นกลัวผีออกซะนะ 555





























Gift




หนาว

ผมมองท้องฟ้าแล้วบ่นกับตัวเองเพราะปีนี้โตเกียวหนาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา โลกมันชักแปรปรวนขึ้นทุกวัน หนาวอยู่ดีๆฝนก็ตกซะงั้น ไอ้ผมมันก็คนกระหม่อมบางขี้หนาวเลยน้ำมูกยืดต้อนรับปีใหม่ แถมเคย์โตะก็ใจดำปล่อยให้แฟนทั้งคนโหนรถเมล์ไปมหาลัยเองได้ลงคอ

คนป่วยนะคนป่วย! ผมสบถในใจยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดรอรถเมล์ จะว่าไปเมื่อก่อนก็โหนรถเมล์ไปมหาลัยอยู่ทุกวันไม่เคยจะเป็นจะตาย แต่เดี๋ยวนี้หงุดหงิดครับ ก็เคย์โตะนั่นล่ะทำผมเสียนิสัย กอปรกับบ้านผมเป็นทางผ่านไปมหาลัย พี่แกเลยอาสามารับมาส่งจนผมเคยตัว แต่ผมก็ไม่ได้งี่เง่าถ้าวันไหนไม่มารับ ด้วยเขาก็ต้องมีธุระปะปังส่วนตัว แต่ที่หงุดหงิดอยู่นี่เพราะพักนี้เคย์โตะหายตัวไปบ่อยๆติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง ถามก็บอกว่าต้องช่วยที่บ้านทำงาน ผมก็ไม่ได้อยากทำตัวงี่เง่าพูดไม่รู้เรื่องหรอกนะครับ แต่เพราะคราวนี้หายไปสามวันสามคืน เลยขอโมโหหน่อยเถอะ

หึ!อยากรู้นักว่าที่บ้านทำกิจการอะไร จะปีหม่งปีใหม่แล้วไม่หยุดพักผ่อนกันรึไง

ผมเม้นปากเข้าหากันเมื่อเห็นรถเมล์สายที่จะไปลิบๆ จำไว้เลย! เพราะน้อยใจเลยบ่นคนไม่เห็นตัวไปตามเรื่องตามราวเตรียมตัวขึ้นรถเมล์ หากไม่เห็นรถเก๋งสีเงินคันคุ้นตาวิ่งแซงรถเมล์เข้ามาจอดเทียบท่าและลดกระจกลง

พี่มารับ ขึ้นมาสิริวทาโร่

“...เคย์โตะอาการดีใจจนออกนอกหน้าทำให้ผมต้องปรามตัวเอง เราโกรธอยู่ๆ อะไรฟระ แค่เห็นหน้าไอ้ที่เคืองๆอยู่แทบจะปลิวหาย ใจอ่อนเกินไปแล้วไอ้ริวทาโร่ ว่าแล้วผมก็ทำคอแข็งเชิดหน้าแสร้งไม่สนใจ

หางตาผมแอบเห็นเคย์โตะหน้าสลดลง ทิฐิที่มีอยู่น้อยนิดก็พังทลายไม่เหลือเศษซาก แต่ไอ้ครั้นจะหายงอนกันง่ายๆก็เสียเชิง เลยยืนนิ่งเงียบให้อีกฝ่ายง้อ และเคย์โตะก็ไม่ปล่อยให้ผมยืนเอ๋ออยู่นานนัก

ริวทาโร่ ขึ้นมาก่อนเถอะ แล้วค่อยๆคุยกันนะเคย์โตะมองผมด้วยสายตาลุแก่โทษ ริวทาโร่...น้ำเสียงทุ้มนุ่มแบบที่ผมชอบเอ่ยง้องอน ผมเลยก้มตัวเข้าไปนั่งในรถพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าพี่เขาไม่ง้อทำไงเนี่ย แต่เสียงถอนหายใจของผมกลับทำให้เคย์โตะเข้าใจผิด คิดว่าผมโกรธมากมาย พอรถออกตัวได้ก็รีบละมือจากคันเกียร์ออโต้มากุมมือผมแล้วบีบเบาๆทันที

พี่ขอโทษนะริวทาโร่ ที่บ้านพี่ช่วงนี้งานยุ่งจริงๆ

ริวก็ไม่ได้ว่าอะไร ที่บ้านพี่มีกิจการใหญ่โตนี่ครับน่าน...ประชดเข้าไปให้มันขาดใจตายกันข้างหนึ่งเลย แค่โทรบอกกันบ้างไม่ใช่เงียบหายจนผมเกือบลืมว่ามีแฟนกับเขาอยู่เหมือนกันอันนี้ย้ำให้จำ กันลืมครับ

ริวทาโร่...น้ำเสียงครางอ่อนใจทำให้ผมรู้สึกสะใจพิลึก ริวทาโร่ พี่จะพยายาม...พยายามให้ดีกว่านี้ไม่มีประชดกลับมาซักคำพร้อมกับมือใหญ่หากเรียวสวยบีบกระชับมือผมแน่น และนั่นก็ทำให้ผมพยักหน้ารับ คลายใบหน้าบูดบึ้งที่ต้องแสร้งทำแทบตาย

ครับไม่รู้ว่าผมยอมรับง่ายไปหรือเปล่า เคย์โตะจึงเหลือบมองคล้ายไม่แน่ใจ

เหงาเหรอริวทาโร่

เปล่าซักหน่อย เพื่อนออกเยอะแยะ

เยอะมันก็ดีอยู่หรอก แต่อย่าพากันไปเล่นพิเรนทร์ๆกันอีกเลย พี่เป็นห่วงนะ

ครับผมตอบยานคางด้วยไม่อยากฟังเคย์โตะบ่นเรื่องทัวร์ลองของคราวก่อนอีก แต่ถึงจะเล่นแผลงๆยังไงไอ้จูริมันก็ไม่ทิ้งริวหรอก ปากดีไปงั้นล่ะ

ไม่รู้เคย์โตะคิดอะไรอยู่ ดวงตาถึงได้ดูดุ๊ดุ

เจ้านั่นน่ะเหรอเคย์โตะเม้นปากสวยๆของตัวเองครู่หนึ่งแล้วคลายออก เมื่อก่อนเห็นไม่ค่อยชอบหน้า สนิทกันแล้วเหรอ

เปล่า ก็ยังไม่ชอบหน้ามันเหมือนเดิมล่ะ

แต่ก็เห็นไปไหนด้วยกันบ่อยๆ

ก็มันชวน

ก็ไป?”

อืม ถึงมันจะปากหมาไปหน่อยแต่ก็เพื่อนเยอะ เลยสนุกดีจนลืมนึกถึงหน้ามันทุกทีล่ะ

ผมเล่าไปหัวเราะไปไม่ได้สังเกตว่าเคย์โตะเงียบลง นี่เห็นว่าจะชวนกันไปทะเลซักวันสองวัน ริวก็ว่าจะไปอยู่

ค้างคืนเลยเหรอ

อืม ไปทั้งทีก็ต้องค้างคืนสิ จะได้ก๊งเหล้าให้ฉ่ำปอด เคย์โตะจะไปด้วยกันมั้ยล่ะ

วันไหนล่ะ ถ้าไม่ติดอะไรพี่ก็ไปด้วย

ยังไม่ได้กำหนดหรอก

เคย์โตะพยักหน้าแต่หัวคิ้วขมวดแทบชนกัน หรือจริงๆแล้วไม่อยากไปแต่ขัดไม่ได้หรือเปล่า ผมนึกแหยงเวลาพี่แกไม่สบอารมณ์ ตาแกงี้ดุยังกะเสือเลยรีบออกตัว

ถ้าพี่ไม่สะดวก ริวไปคนเดียวได้ เพื่อนกันทั้งนั้นขณะที่พูดอย่างเกรงใจออกไปก็รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าปลาบแปลบจากร่างสูงข้างๆ ทำให้ผมถึงกับขนลุกขนพอง แม้จะไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม

เอาเถอะ ไว้ถ้าพี่ไปด้วยไม่ได้ พี่ก็ไม่ปล่อยให้เราไปลำพังหรอก

คำพูดเหมือนเป็นห่วงแต่ทำเอาผมหน้ากระตุก เห็นเป็นเด็กสามขวบไปได้ ผมบ่นในใจพลางแอบเหล่มองคนรัก

จะพูดไปที่ได้เจอเคย์โตะก็เพราะรู้จักกับไอ้จูริที่เรียนห้องเดียวกันชวนไปดูบาสเก็ตบอล แล้วเพราะเชียร์กันคนละข้างเลยได้พนันขันต่อกับมัน งานนี้ผมชนะได้ตังค์มันมากินหนมหลายพันเลยเผื่อแผ่ซื้อน้ำซื้อขนมไปขอบคุณนักกีฬาที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ แต่ก็รับของกินกันหน้าชื่นตาบาน ส่วนเคย์โตะก็มาเชียร์เพื่อนเขาที่เป็นนักกีฬาเลยได้รู้จักกัน และเลยเถิดมาถึงป่านนี้ล่ะ

ไงก็ได้ครับ แต่เย็นนี้กลับด้วยกันมั้ย จะได้แวะกินข้าวที่บ้าน แม่บอกว่าจะทำหมูทอดกระเทียมพริกไทยของโปรดพี่ด้วย

เอาสิ เรียนเสร็จแล้วโทรหานะ เดี๋ยวพี่ออกมารับ วันนี้พี่เลิกก่อน

ครับผมรับคำพอดีกับที่ถึงมหาวิทยาลัย

หายโกรธพี่แล้วนะเคย์โตะยิ้มกว้างเมื่อจอดรถบนตึกจอดรถเสร็จเรียบร้อย

ไม่ได้โกรธซะหน่อยผมแสร้งเมินหน้าหนี ก็ไม่ได้โกรธจริงๆนี่ แค่งอนเฉยๆ

งั้น...เสียงเงียบหายไปพร้อมกับเงาร่างสูงเข้ามาใกล้จนต้องหันกลับไปมองฝั่งคนขับ สัมผัสอุ่นๆบริเวณแก้มทำเอาผมหน้าร้อน เขินครับ แม้จะคบกันมาได้พักใหญ่แต่ก็ยังไม่ได้เกินเลยไปถึงขั้นร่วมเตียง กอดๆหอมๆกันอยู่แค่นี้ล่ะครับ ไม่ได้จะเล่นตัวแต่ไม่อยากใจเร็วด่วนได้ และเคย์โตะก็ไม่ได้ทำตัวรุ่มร่าม ผมเลยสบายใจเวลาอยู่ใกล้

แรงกดของริมฝีปากหนักขึ้นจนผมเบี่ยงหน้าหนี ก็นี่มันในมหาลัยนี่ครับ ถ้าเป็นที่อื่นเคย์โตะไม่ได้ทำแบบนี้หรอก เพราะผมจะกระชากปากแดงๆนั่นมาจูบเสียเอง หมั่นเขี้ยวพี่แกครับ คนอะไร ทำอะไรก็ดูดีไปหมด ไม่นับเวลาทำลูกกะตาดุๆใส่ผมนะ

ถ้าอยากไปเที่ยวไว้รอพี่พาไปมั้ย ไปกันสองคนไม่วุ่นวายด้วย อยากไปไหนล่ะ

ดวงตาสีเข้มส่องประกายวิบวับจนผมรู้สึกอุ่นไปทั่วหน้า ไม่เอาหรอก

ทำไมล่ะ ไม่อยากไปกับพี่เหรอ

“....อยาก...แต่ไม่อยากอยู่กับพี่สองคนไม่ใช่กลัวพี่ปล้ำผมนะ แต่ผมกลัวอดใจไม่อยู่ลงมือปล้ำพี่ซะเอง ก็ทั้งเนื้อทั้งตัวพี่อะน่ากินเป็นบ้าเลย ผมลอบมองลงไปในคอเสื้อ เห็นแผงอกแน่นตึงร่ำไร ถึงกับลอบกลืนน้ำลายตัวเอง...

กลัวพี่ปล้ำเหรอ

ผมถูกเคย์โตะหัวเราะใส่พลางขยี้หัวจนผมยุ่ง แต่ไม่กล้าพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา ได้แต่เงียบปล่อยให้พี่แกคิดเองไปคนเดียว ขืนรู้เป็นถูกมะเหง็กน่ะสิ เลยเสหาเรื่องอื่นขึ้นมากลบเกลื่อนความลามกของตัวเอง

ยังไม่เคยพาเข้าบ้านแล้วจะพาลูกเขาไปนอนค้างอ้างแรมข้างนอก ฝันไปเถอะ

ก็รอให้ริวทาโร่คุ้นเคยกับพี่เยอะๆอยู่เนี่ย แล้วจะพาไปบ้าน

พูดเข้าข้างตัวเอง เมื่อไรก็ไม่รู้ มากินข้าวบ้านริวเป็นกระสอบๆแล้วมั้ง แต่ไม่เห็นเคยพาไปเลี้ยงข้าวบ้านตัวเองคืนบ้างเลย...หรือพ่อแม่พี่ยอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ผมทำหน้าหวั่นวิตกจนเคย์โตะต้องดึงเข้าไปกอดเบาๆ

ไม่ใช่หรอก อย่าคิดมาก พ่อแม่พี่ใจดีจะตาย ไว้โอกาสดีๆพี่ก็จะพาไป ไม่เคยหวง แถมอยากให้ไปด้วยซ้ำ แต่จังหวะไม่อำนวยยุ่งๆกันน่ะ

เหรอ ริวนึกว่าพี่ซ่อนใครไว้ซะอีก ถึงไม่ค่อยอยากให้ไป

หึๆ ใครน่ะไม่มี แต่อย่างอื่นซ่อนไว้เยอะ

อะไร?”

ไม่บอก

เคย์โตะ...

เอาเถอะๆ ไว้จะพาไปนะ

อืมผมพยักหน้า ว่าแต่บ้านพี่ทำอะไรครับ ทำไมดูยุ่งจังเพราะผมถามเรื่องส่วนตัวเกินไปหรือเปล่าเคย์โตะเลยนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนตอบ

จะพูดไงดีล่ะ...พ่อพี่เป็นนักพยากรณ์ เลยมีคนเข้าคนออกที่บ้านเยอะ ต้องอยู่ช่วยรับแขกไม่ก็คอยหยิบนู้นหยิบนี้ให้พ่อตลอดผมมองหน้าเคย์โตะอย่างอึ้งๆ ตกใจรึเปล่าที่บ้านพี่เป็นแบบนี้

ผมพยักหน้าก่อนถามเหมือนยังงง นักพยากรณ์นี่คือหมอดูใช่มั้ยพี่

ก็ทำนองนั้นล่ะ

โฮ้...งั้นแบบนี้พี่ก็ได้ดูหมอฟรีตลอดเลยสิ ผมก็อยากดูบ้างจังผมคงทำหน้าตาตื่นดีใจจนออกนอกหน้า เคย์โตะถึงได้หลุดขำพรืดออกมา

ก็นะ

แล้วพ่อพี่ชื่ออะไร หรือมีสมญาอะไรที่รู้จักกันบ้างหรือเปล่าครับผมจะได้อาศัยความใกล้ชิดขอดูฟรี ค่าดูของหมอดูดังๆแพงจนล้มทั้งยืนล่ะครับ ผมเตรียมถูมือรอ แต่เคย์โตะส่ายหน้าแทนคำตอบทำเอาผมเสียศูนย์

แต่ถึงไม่ดังก็แม่นใช่มั้ยล่ะ ไว้ดูให้ริวบ้างได้เปล่าผมพูดอย่างเขินๆ

ไม่ต้องถึงพ่อหรอก แค่พี่ก็ดูได้ ดูให้มั้ยล่ะ

เอาๆผมรีบยื่นมือยื่นหน้าไปให้เคย์โตะดู

มือผมถูกอีกฝ่ายจับพิจารณาอยู่ซักพักแล้วเงยขึ้นสบตา ใบหน้าเอาการเอางานทำให้ผมคอยด้วยใจระทึก ใครๆก็อยากรู้ดวงรู้อนาคตดีๆของตัวเองกันทั้งนั้นล่ะครับ ไอ้ที่ไม่ดีๆไม่ค่อยอยากจะรู้กันหรอก

รูปมือสวยแบบนี้ คู่จะต้องหน้าตาดี ฉลาด แล้วก็อยู่ใกล้ๆแถวนี้ด้วย

อะ...เคย์โตะ!ผมโวยวายใส่พี่แก ล้อเล่นไม่เป็นเวลา คนอุตส่าห์จริงจัง

เคย์โตะยิ้มล้อเลียนแถมแอบหอมแก้มผมอีกหนึ่งฟอดใหญ่ พี่ล้อเล่นน่ะ พี่ไม่เก่งเท่าพ่อหรอก

ถึงว่า ตัวพี่มีกลิ่นคล้ายกลิ่นของธูปของเทียนอยู่ตลอดเวลา

ระ...เหรอ ก็ต้องบูชาครูบาอาจารย์อยู่ทุกวัน บ้านพี่เลยอวลไปด้วยกลิ่นพวกนี้ล่ะ เหม็นเหรอเคย์โตะยกแขนเสื้อขึ้นมาดม

ผมสายหน้าแทนคำตอบแล้วหยิบหนังสือเรียนตัดบทสนทนา เพราะขืนอ้อยอิ่งอยู่นาน เดี๋ยวได้มีอนาจารกลางลานจอดรถ พี่แกเล่นทำหน้าน่ารักน่าฟัดชะมัด

แล้วตอนเย็นห้ามเบี้ยวด้วยลงจากรถแล้วผมหันหลังไปสำทับเคย์โตะก่อนแยกย้ายกันไปเรียน

คล้อยหลังเคย์โตะได้ไม่เท่าไรผมกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบพิกล เกิดความคิดบ้าๆขึ้นมาในสมองซะเฉยๆ กับเรื่องที่คุยกันเมื่อครู่นี้ ดีนะที่เคย์โตะไม่บอกว่าคุณพ่อเป็นหมอผีเข้าทรง! คนกลัวผีขึ้นสมองอย่างผมจะหัวหงอกก่อนเวลาอันควรก็คราวนี้ล่ะครับ

ผมเดินขึ้นตึกเรียนแล้วรี่เข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งรอเรียนอยู่แล้ว และในนั้นก็มีไอ้จูริอยู่ด้วย มันมองมาทางผม ผมก็มองมันกลับ ไม่รู้มันมีอะไรในใจ ตั้งแต่ทัวร์ลองของคราวนั้นดูมันสงบปากสงบคำขึ้นเยอะ สงสัยมันจะเสียเซลฟ์เพราะแหกปากร้องเสียงดังพอๆกับผม สมน้ำหน้ามัน ปากดี อวดดี ก็เจอดีแบบนี้ล่ะ

แล้วจนถึงตอนนี้ผมยังไม่กล้าถามมันเลยว่า ไอ้กองผ้าที่ผมล้มไปเจอวันนั้นมันมีอะไรอยู่ข้างในหรือเปล่า ถึงได้เหม็นนรกแตกแบบนั้น

แต่ถ้าการไม่รู้ทำให้เราสบายอกสบายใจ ผมก็เลือกที่จะไม่รู้ครับ รู้แล้วผวาไม่เอาดีกว่า

คิดไปวันนั้นเคย์โตะของผมเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมายามที่ชาติต้องการพอดิบพอดี โอ๊ย!แฟนใครฟระ ทั้งหล่อทั้งเก่ง แถมเอางานเอาการ ที่สำคัญ!ไม่กลัวผี เป็นที่พึ่งอย่างดีให้กับคนอย่างผม

อะไรมันจะสมพงษ์ขนาดนี้ไม่มีอีกแล้ว เป็นโชควาสนาของผมโดยแท้ แต่อาจเป็นกรรมของเคย์โตะ ลองคิดดูสิ การเรียนผมก็งั้นๆ ฐานะก็ปานกลางค่อนมาทางต่ำ นิสัยก็อย่างที่เห็น แถมกินเหล้าติดเกมส์อีกด้วย ตรงข้ามกับพี่เขาทุกอย่าง แล้วจะไม่ให้รักให้หลงได้ยังไงล่ะครับ

ระหว่างเรียนเห็นไอ้จูริมันแอบชำเลืองมองผมบ่อยๆจนชักรำคาญ พอออกจากห้องเรียนได้เลยเดินเข้าไปถามมัน

มึงมีอะไรกับกูเปล่าวะ มองอยู่ได้ กูขนลุกหมดระหว่างนั้นเพื่อนในกลุ่มเดินลงบันไดไปเรื่อยๆแล้ว เหลือแต่ผมกับมัน

ขนลุกทำเชี้ยไร กูมองแค่นี้ทำเป็นสยิว ถ้าโดนมากกว่านี้จะเป็นไงวะ

เวรละ น่าเกลียดอย่างมึงใครจะเอา

ปากเหรอนั่นไอ้จูริถลึงตาใส่ผมที่ว่ามันขี้เหร่ แม้ความจริงมันจะพอไปวัดไปวาได้ก็ตามในสายตาผม แต่มันก็ล้วงมือไปค้นของบางอย่างในกระเป๋าเป้ออกมายื่นให้ผม เป็นกล่องสี่เหลี่ยมลูกเต๋าสูงประมาณคืบ ห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญสีน้ำเงินไม่มีลวดลาย ดูท่ามันจะห่อเองด้วยเพราะเห็นร่องรอยยับๆเหมือนห่อแล้วรื้อออกมาห่อใหม่หลายครั้ง

ปากอย่างนี้มันน่าให้จริงๆมันประชดเบาๆแต่ผมได้ยินเลยย่นจมูกใส่

อะไรของมึง

แหกตาดูไม่รู้รึไง ของขวัญ! กูให้มันพูดขวานผ่าซากมากครับ

เออ! เห็นว่าเป็นของขวัญ แต่ให้กูทำไม

ปีใหม่ไง โง่เปล่ามึงเนี่ย

ห๋า! นี่มึงให้ของขวัญกูเหรอวะ เดี๋ยวขอกูออกไปดูท้องฟ้าก่อนนะ

ดูทำไม มันเกี่ยวกับของขวัญกูตรงไหน

ก็กูสงสัยว่าวันนี้ฝนคงจะตกห่าใหญ่ซะล่ะมั้ง ร้อยวันพันปีมีแต่ชวนไปกินเหล้า มาแปลกนะมึง

มันโกรธครับ หน้าตาแดงเถือก ผมเลยยิ่งหัวเราะมันหนักขึ้นไปอีก

ไอ้เวร ปีนี้กูจะไปเชียงใหม่กับที่บ้าน อยู่ก๊งเหล้ารับปีใหม่ด้วยไม่ได้เลยให้ของแทน กูให้ทุกคนล่ะ มึงจะเอาไม่เอา ไอ้ปอดแหก!

นั่นไง ปากพาเจริญลำเลิกบุญคุณแล้วไง

ไม่เอา!

โห...ก็ดี! กูจะได้เอาไว้ใช้เอง น้ำหอมยี่ห้อนี้แพงจะตาย

ผมปรายตามองมันอย่างหมั่นไส้ ลงทุนให้ของแพงกูเชียว!

เปล่า ของฟรี กูซื้อให้คนอื่นจนตังค์หมดแล้วลืมมึงคนเดียว กูเลยไปเอาของที่น้าซื้อมาให้ใส่กล่องให้มึง แต่ยังไม่ได้ใช้นะโว้ย

พูดไม่ออกครับ ว่าสมควรขอบคุณมันด้วยตีนดีหรือเปล่า เลยตั้งท่าจะเดินหนีมัน ว่าแล้ว...พูดกับหมา หมาเลียปาก แถมเสียเวลาอีกด้วย

ดี...กูจะได้ใช้ น้ำหอมนอกหิ้วมาจากอังกฤษ ใส่ทีหอมไปสามบ้านแปดบ้าน สาวติดตรึม
อาการหูผึ่งตามด้วยอาการงกกำเริบ รีบหันขวับยื่นมือไปจกของจากมือมันอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวมันจะหาว่าดูถูกน้ำใจ เลยต้องรับไว้ เดี๋ยวมันน้อยใจเก็บใส่เป้ก็อดเลย!

เอาก็ได้ผมทำหน้ารับมาอย่างเสียไม่ได้ แต่ก็เห็นมันยิ้ม โดยไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วเพื่อนๆได้กันแค่ปากกาลูกลื่นคนละด้าม

เสียงเตือนข้อความเข้าทางโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ผมไม่ติดใจอะไรกับคนตรงหน้าอีก ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่านข้อความ

จากเคย์โตะ บอกว่าขอกลับก่อน มีธุระ อีกแล้ว! สัญญาไม่เป็นสัญญาเลยผมกดปิดมือถืออย่างขัดใจ นี่ถ้าไม่อายไอ้จูริจะถอดแบตเตอรี่ออกมาด้วยเลย ไม่อยากเจอก็ไม่ต้องเจอ!น้อยใจครับ เมื่อเช้ารับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ ยังจะมาหนีหายตัวไปอีก แล้วจะมีแฟนไว้ทำไมล่ะถ้าชีวิตนี้เราอยู่ได้ด้วยตัวของเราเอง จะทุกข์จะสุขจะเหงา เราก็สามารถผ่านมันไปได้ด้วยตัวเอง ถึงจะดูดีเป็นคนเข้มแข็งแต่เป็นแบบนี้ อยู่คนเดียวไม่ดีกว่าหรือไง

ผมหันหน้าไปมองไอ้จูริ มันก็ได้วะ อยู่ตรงนี้พอดี

ปะ กูเลี้ยงเหล้าตอบแทนให้ของกู ถึงจะไม่ตั้งใจให้กูก็เหอะผมแขวะแต่มันยังไม่สำนึก พยักหน้ายิ้มเห็นฟันสามสิบสองซี่ ดีใจล่ะสิมึงได้กินเหล้าฟรี แต่ถ้าริสั่งชีวาส กูหนีกลับจริงๆด้วย แพง!

คืนนั้นทั้งคืนผมปิดโทรศัพท์อยู่กินเหล้ากับไอ้จูริสองต่อสองในสถานบันเทิงของวัยรุ่น กินไปมองผู้หญิงเต้นไป มีความสุขครับ ถึงผมจะมีแฟนเป็นผู้ชายแต่ผมก็ยังชอบผู้หญิงนะ แค่ผมมีแฟนเป็นผู้ชายเท่านั้นเอง งงมั้ย?

ช่างมันเถอะ อย่าไปคิด แค่นี้ผมก็รันทดแฟนทอดทิ้งจะแย่แล้ว ดีที่มีไอ้จูริอยู่เป็นเพื่อนแก้เซ็ง ผมบ่นกับตัวเองโดยไม่รู้เลยว่าทำให้อีกคนหนึ่งที่อยู่ไกลหงุดหงิดจนหน้าดำหน้าเขียวไปหลายรอบ เนื่องจากโทรหาแล้วไม่ติด และจากสาเหตุนี้เองที่ทำให้ผมได้รับของขวัญมาอีกหนึ่งชิ้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามันแฝงไว้ด้วยอะไรบางอย่าง

ผมกลับมาบ้านได้ยังไงก็พอจำได้ เมื่อคืนดื่มไปเยอะจนเกลี้ยงกระเป๋า และสุดท้ายไอ้จูริก็ต้องช่วยออกค่าเหล้าแถมพามาส่งถึงบ้านตอนตีสามนี่เอง กะว่าจะโดดเรียนนอนสลบอยู่บนเตียงไปทั้งวันถ้าไม่มีอะไรอุ่นๆมาสัมผัสบนใบหน้าจนรำคาญ

อือ...รำคาญจริงผมปัดออกแต่มือกลับถูกกุมไว้ ทำให้ผมรีบลืมตาตื่น

เคย์โตะ!แสงสว่างยามเช้าทำให้ต้องหยีตามองใบหน้าคมคายลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างแปลกใจ พี่เข้ามาได้ยังไงน้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามในขณะที่มืออีกฝ่ายยังคงลูบแก้มและจับจ้องใบหน้าผมนิ่งก่อนจะค่อยๆคลายยิ้ม ซ่อนอะไรบางอย่างไว้หลังแววตารักใคร่

ไอ้อาการเมื่อครู่นี่มันหมายความว่ายังไง ขนลุกซู่เลย

พี่มารับริวทาโร่ไปมหาลัย แต่แม่บอกว่ายังไม่ตื่นเพราะเพิ่งกลับมาใกล้สว่างนี่เอง

คำพูดเรียบเรื่อยแต่ทำเอาผมหดขาหดแขนซ่อนใต้ผ้าห่ม ด้วยรู้สึกถึงรังสีอำมหิตของฝ่ายตรงข้ามจนแทบสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง

ไปกินเหล้ากันมาเหรอ กลิ่นคลุ้งเชียว น้ำท่าก็ไม่อาบด้วย

ผมพยักหน้ารับ รู้สึกผิดนิดๆทั้งที่ไม่ควร ก็พี่ผิดคำพูดก่อนนี่ แค่ปิดโทรศัพท์หนีเที่ยวแค่นี้ไม่ต้องมาโมโหกันเลย ผมปลอบใจตัวเองด้วยรู้สึกระแวงคนตรงหน้าพิกล

สนุกมั้ยพี่ถาม ผมก็พยักหน้าตอบอีกครั้ง มองเคย์โตะคลึงมือผมเล่น ดีแล้วล่ะ เพราะเมื่อวานพี่ถูกที่บ้านตามให้กลับไปช่วยงานเลยผิดนัด พี่ขอโทษนะเคย์โตะยกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ปรกหน้าผากให้

พี่...เคย์โตะไม่โกรธที่ริวปิดโทรศัพท์เหรอเจอไม้นวมนี่เข้าไป ผมเลยตกหลุมเผลอสารภาพผิดซะงั้น

จะโกรธทำไม พี่ผิดเอง แต่เป็นห่วงที่ติดต่อริวทาโร่ไม่ได้ กลัวจะเป็นอะไรที่พี่ไม่รู้คราวนี้เจอหมัดฮุกหมัดนี้เข้าไปอีก ผมเลยยอมศิโรราบ ก็พี่แกเล่นทำหน้าสำนึกผิดประกอบ เห็นแล้วน่าปลอบน่ากดอย่างยิ่ง

ผมขอโทษเคย์โตะเบาๆแล้วดึงหน้าสวยๆนั้นลงมาจูบจนหนำใจไปเลยครับ ซักพักเคย์โตะทำจมูกฟุดฟิดไม่รู้ว่าเหม็นที่ผมยังไม่ได้อาบน้ำหรือเปล่า

ริวทาโร่เปลี่ยนน้ำหอมใหม่เหรอ ไม่คุ้นเลย

คะ...ครับโล่งอกไป นึกว่าเหม็นขี้เต่า ดีนะที่เมื่อคืนยอมให้ไอ้จูริลองน้ำหอมบนเสื้อ มันคงกลัวว่าผมจะเอาไปเพราะงกแล้วไม่ใช้ เลยให้ผมแกะออกมาลองฉีดให้ดูเป็นบุญตาของมัน

พอแกะได้มันก็คว้าหมับเอาไปถือแล้วฉีดใส่แถวหน้าอกกับซอกคอผมทันที พร้อมกับพัดไปพัดมาให้น้ำหอมฟุ้งกระจาย

อะ...ลองดมดิ หอมเปล่าไหนๆมันก็ประเคนให้ถึงตัวแล้ว ผมเลยยกเสื้อขึ้นมาดม
อืม...หอม น้ามึงจมูกดีว่ะ

เหรอ...งั้นกูขอ...

เฮ้ย!ผมรีบยึดขวดน้ำหอมในมือมันคืนมา แล้วยัดใส่กระเป๋าเป้ กลัวมันเอาคืนเพราะกลิ่นนี้หอมจริงๆครับ ให้แล้วห้ามเอาคืนเว้ย

เปล่า ไอ้งก! กูแค่จะลองดมดู กูยังไม่ได้กลิ่นเลย

อารมณ์กำลังเมาๆเลยมองมันยื่นหน้าเข้ามาดมแถวซอกคอ พอดีกับที่โต๊ะข้างๆกระแทกเข้ามาจนตัวไอ้จูริเข้ามาปะทะตัวผม ฝังจมูกลงไปดมกลิ่นเสียเต็มปอด ผมขำพรืดกับความเซ่อซ่าของมัน

ไง...ตัวกูหอมมั้ย

เจ็บ...ยังมาปากดีอีกมันถอนหน้าออกไปแล้วยกมือขึ้นถูจมูกตัวเองที่กระแทกเข้ากับไหปลาร้าผม สงสัยเพราะเจ็บมันเลยหลบตาผมวูบวาบ

แล้วผมกับมันก็ก๊งเหล้ากันต่อจนได้เวลาลากสังขารกลับมานอนบ้านนี่ล่ะ

หอมมั้ย

อืม...ก็หอมดีเคย์โตะก้มหน้าลงมาประทับจูบบนริมฝีปากผมอีกครั้งแล้วผละออกห่างเล็กน้อย

ไอ้จูริให้มา เมื่อคืนเลยลองฉีดดมกันผมบอกที่มาที่ไปให้รู้ แต่ดูถ้าเคย์โตะจะไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาเกาะแกะแฟนตัวเอง เห็นได้จากหัวคิ้วพี่แกแทบผูกกันได้

คนนั้นอีกแล้วเหรอ เหมือนผมได้ยินประโยคนี้ต่อท้ายด้วยแต่ฟังไม่ถนัดเลยผ่านไป

ใช่ ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ

อืม...ให้ในโอกาสอะไรเหรอเคย์โตะถามไปพลางปดกระดุมเสื้อผมไป

อ๋อ ปีนี้มันบอกว่าต้องไปเชียงใหม่กับครอบครัว ไม่ได้อยู่กินเหล้าฉลองปีใหม่ เลยซื้อของแจกเพื่อนๆแทนผมมองสีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างของอีกฝ่าย ก่อนเคย์โตะจะถอดเสื้อคลุ้งกลิ่นน้ำหอมโยนลงตะกร้าผ้าสำเร็จ

พี่ก็มีอะไรมาให้ริวทาโร่เป็นของขวัญปีใหม่เหมือนกันนะ

ผมตาเป็นประกาย ของฟรีชอบครับ ให้อะไรริว? แต่ริวไม่ได้เตรียมอะไรให้พี่เลยนะ

พี่อยากให้ ไม่ใช่อยากให้ริวทาโร่ต้องมาให้คืนพี่ซะหน่อย

ผมพยักหน้ารับ แบมือขอดูของขวัญจากเคย์โตะทันที

ของที่ถูกหย่อนลงในมือผมคือ สร้อยคอทองคำประมาณหนึ่งบาทพร้อมเครื่องรางทรงกระบอกหุ่มด้วยทองแกะสลักลวดลายสวยงามจนผมต้องเอามาพิจารณาใกล้ๆ

ข้างในเป็นพระหรือตะกรุดครับผมค้อมศีรษะให้เคย์โตะสวมลงคอ

เป็นตะกรุด พี่ได้มาจากพ่ออีกที จะได้ช่วยคุ้มครองริวทาโร่

ปลื้มมั้ยล่ะครับ มีแฟนแสนดีคอยเป็นห่วงเป็นใยอยู่ตลอดเวลา ไอ้ที่ว่าไว้ก่อนหน้านี้เป็นอันยกเลิกนะครับ

ผมปลาบปลื้มกับของขวัญที่สูงค่าและมากด้วยคุณค่าอยู่พักหนึ่ง เคย์โตะก็หยิบขวดแก้วใสผนึกหนาแน่นขนาดย่อม ภายในมีแท่งไม้สีขาวกับสีดำอยู่ในน้ำมันวางลงบนมืออีกชิ้นหนึ่ง

อะไรครับ?”

สร้อยนั่นพี่ไว้ให้ติดตัว แต่อันนี้พี่ให้เอาไว้ที่บ้านนะ เป็นของศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน

ผมมองของศักดิ์สิทธิ์รูปร่างแปลกตาอย่างแปลกใจตงิดๆ แต่เป็นของที่คนรักให้ย่อมต้องดีอยู่แล้ว จึงได้แต่รับไว้ตาปริบๆโดยไม่รู้อะไรเลย

แล้วริวต้องทำยังไงด้วยมั้ย หรือไว้บูชาในห้องพระทั่วๆไป

ก็ทั่วไปล่ะ หรือริวทาโร่จะบูชาไว้ในห้องนี้ก็ได้ แต่ต้องไว้ที่สูงๆนะ

งั้นริวจะไว้ในห้องนี้ล่ะ เวลาเห็นจะได้นึกถึงคนให้

เคย์โตะหยิกแก้มผมเบาๆพลางยิ้ม ของศักดิ์สิทธิ์เพราะฉะนั้นริวทาโร่ต้องถวายของคาวของหวานอย่าได้ขาดนะ อุตส่าห์ได้มาบูชาแล้วก็ตั้งใจทำรู้มั้ย

ครับผมรับไว้ด้วยความยินดี เพราะอย่างน้อยของศักดิ์สิทธิ์ก็กันผีให้กับคนขี้กลัวอย่างผมได้

ไม่รู้ว่าผมหูแววไปรึเปล่าถึงได้ยินเสียงเหมือนเคย์โตะถอนใจคล้ายโล่งอก นัยน์ตาพี่แกก็แปลกกว่าทุกที หรือเพราะวันนี้ยังเมาค้างเลยรู้สึกว่าหูแววบ่อยจัง

แล้ววันนี้จะไม่ไปเรียนแล้วใช่มั้ย

อืม... ถ้าเคย์โตะสัญญาว่าจะไม่เบี้ยวข้าวเย็นวันนี้อีก รอซัก10นาที เดี๋ยวออกไปพร้อมกันเลย

โอเค วันนี้ไม่เบี้ยวแล้ว

ผมรีบสลัดผ้าห่มออกจากตัว วางขวดแก้วใสบนหัวเตียงอย่างทนุถนอม ก่อนวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำ

วันนี้ได้ของขวัญเพียบ อาการงอนเลยหายเกลี้ยง ผมก้มมองสร้อยคออย่างอิ่มเอิ่บใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ผมมีเพื่อนใหม่มาอยู่ด้วยในห้องถึงสองตนแล้ว...

ชีวิตผมคงเปลี่ยนไปจากนี้แน่นอน!

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

เคย์โตะมองคนรักหายเข้าไปในห้องน้ำสักครู่ก่อนหันมองไปทางหัวเตียง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

พ่อฝากพี่เขาด้วยนะบุ-ฮิค ดูเเลพี่เขาหน่อย ถ้าเกิดอะไรขึ้นรีบไปบอกพ่อนะ แล้วจะเอาขนมมาให้เยอะๆ

ครับ

เสียงเด็กสอดประสานรับคำขึ้นพร้อมเพรียง ทำให้เคย์โตะยิ้มพอใจและเลยมองไปทางห้องน้ำอีกครั้ง

คราวนี้ถึงจะปิดมือถือก็ไปไม่พ้นหรอก เจ้าตัวดี!