วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555
[SF] Call me BAEKHO (Baek Aron Ren)
Title : Call me BAEKHO
Couple : Baek Aron Ren (?)
Rate : PG-13 (อาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสำหรับเด็ก?)
“เฮ้ย!!! พวกแกรู้ข่าวยัง!” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากหน้าห้อง ทำให้คนสวยประจำห้องที่กำลังตีหน้านิ่งถึงกับต้องละสายตาจากหนังสือไปมองบ้าง
“อะไรของมึงวะ เสียงดังจริง”
“อ๊าววววว ก็ข่าวที่ว่าแบคโฮจะย้ายมาเรียนโรงเรียนเราไง๊!” คนคาบข่าวถึงกับพูดเสียงสูงอย่างตื่นเต้น
“ห๊ะ!!! *0*” ทั้งห้องถึงกับอึ้ง ขนาดคนสวยหน้านิ่งก็ตกใจและรูม่านตาขยายขึ้น 0.0001% (ยังอุตส่าห์จะเห็น)
คุณคงสงสัยล่ะสิ ว่าแบคโฮคือใคร เค้าคือชายผู้มีพละกำลังเหนือมนุษย์ และอาวุธอะไรก็ทำร้ายเขาไม่ได้ ฉายา”เสือขาวสุดโฉด โหด เถื่อน ถ่อย!” (ฉายาจะยาวไปไหน?) ไม่ว่าจะอันธพาลที่ไหนก็ต้องยอมให้แบคโฮ แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวอันยียวนกวนบาทาและความสถุล(?)อันมีมานานนม ทำให้มีแต่คนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าเสือขาวตัวนี้มันน่าจับส่งให้สวนสัตว์ไปฝึกนัก!
สิ้นเสียงประกาศข่าว ทั้งห้องก็อยู่ในอาการอึ้งไป 10 วินาที แต่ไม่ทันไรอาจารย์ประจำชั้นก็เดินเข้ามาพร้อมตบโต๊ะเรียกสติทำให้นักเรียนวิ่งไปนั่งที่กันอย่างชุลมุน
“เอ้าๆๆ วิ่งดีๆเดี๋ยวก็ชนโต๊ะหัวทิ่มกันหมดหรอก”
หลังจากทุกคนนั่งทีเรียบร้อยแล้วอาจารย์ก็กระแอมหนึ่งทีพอให้เป็นพิธี ก่อนจะเหลือบไปทางประตูห้องเรียน เมื่อเห็นเงาดำๆเคลื่อนไหวอยู่ก็เลยกลับมาพูดต่อ
“วันนี้...เราจะมีนักเรียนใหม่ เข้ามาได้!”
ครืดดดด..... ประตูถูกเลื่อนออกพร้อมกับร่างสูงหัวเกรียนสีทอง ใบหน้ากวนๆมองไปทั่วห้องก่อนจะสะดุดกับคนสวยจนต้องยกยิ้มหนึ่งที
“หวัดดี แบคโฮ ยินดีที่ได้รู้จัก” จบการแนะนำตัวด้วยเสียงที่กวนไม่แพ้ใบหน้า ทั้งห้องก็ได้แต่อ้าปากค้าง ไม่นึกว่าคนดังอย่างแบคโฮจะมาเรียนห้องเดียวกันจริงๆ ดีนะที่โรงเรียนนี้เป็นชายล้วน ไม่งั้นคงมีเสียงสาวๆกรี๊ดกร๊าดกันอยู่พอสมควร
“ดูแลเพื่อนด้วยล่ะ ส่วนนายไปนั่งตรงที่ว่างหลังสุดละกัน” อาจารย์พูดจบก็ชี้ให้แบคโฮไปนั่งตรงที่ว่าง แต่ร่างสูงกลับเดินไปหาคนสวยที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างตรงกลางห้อง
“ฉันจะนั่งตรงนี้” หันไปขู่หนุ่มน้อยใส่แว่นที่นั่งข้างๆคนสวยจนเด็กเนิร์ดเก็บข้าวข้องหนีแทบไม่ทัน
ตุบ! เมื่อที่ว่าง ร่างสูงก็วางกระเป๋าแล้วนั่งลงอย่างสบายใจ โดยไม่สนใจคนข้างๆเลยสักนิดว่ายินดีจะให้นั่งหรือไม่ เพราะว่า....ใครจะกล้าไปขัดใจแบคโฮล่ะ
แต่! ดูเหมือนจะมีคนกล้าขัดใจ เพราะคนสวยก็รีบเก็บของแล้วลุกขึ้นไปขอเปลี่ยนที่กับเพื่อนสนิทอย่างมินฮยอนที่นั่งแถวหน้า เล่นเอาแบคโฮหน้าเหวอ เพราะถึงเขาจะไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แต่การหนีไปแบบนี้มันหยามกันชัดๆ!
“เอ่อ.... เราชื่อมินฮยอนนะ” คนที่มานั่งแทนที่รีบแนะนำตัวอย่างสุภาพสุดๆ
“เออ แล้วคนนั้นชื่ออะไร” มือใหญ่ชี้ไปที่คนสวยผมบลอนด์ที่ตอนนี้นั่งอยู่ด้านหน้า
“มินกิ... ชเว มินกิ”
กล้าหนีฉันเหรอมินกิ แล้วจะได้เห็นดีกัน =_,=
“ห๊ะ! แบคโฮมันได้อยู่ห้องเดียวกับพวกนาย แถมยังดูเหมือนจะสนใจมินกิด้วยเหรอ!” เสียงถามอย่างร้อนรนของประธานนักเรียนอย่างอารอนดังขึ้น หลังจากมินฮยอนมาเล่าให้ฟัง
“อืม พี่อารอนจะทำไงอ่ะ ดูท่าทางมินกิจะกลายเป็นเป้าหมายของเจ้าเสือขาวซะแล้ว” มินฮยอนที่เป็นเพื่อนสนิทกับมินกิเป็นฝ่ายถามแทน เพราะเจ้าตัวที่ถูกพูดถึงกำลังนั่งทำหน้านิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ถูก
“ฉันไม่ยอมให้เจ้าแบคโฮมายุ่งกับมินกิของฉันหรอกนะ” ว่าแล้วก็ดึงคนข้างๆมากอด แน่นอนว่ามินกิคือคนรักของประธานนักเรียนที่ใครๆต่างก็รู้ ยกเว้นแบคโฮ!
“ปล่อยซะทีสิ จะกินมั้ยข้าวน่ะ” มินกิพูดเสียงเรียบ ตอนนี้พวกเขากำลังกินข้าวเที่ยงกันอยู่ในห้องประธานนักเรียนอันเป็นสิทธิพิเศษสุดๆที่อารอนเป็นคนคิดขึ้นมาเอง
“อ่า.... ป้อนเค้าหน่อยสิ น้า...มินกิ >0<” อารอนอ้าปากรอจนคนสวยหมั่นไส้ จิ้มไส้กรอกยัดเข้าปากทั้งชิ้นจนประธานสุดหล่อต้องสำลักและทุบอกตัวเองเป็นการใหญ่
“แค่กๆๆๆ”
มินฮยอนถึงกับส่ายหัวกับคู่รักตรงหน้า จะมีวันไหนที่จะสวีทหวานกันแบบคนทั่วไปบ้างมั้ยเนี่ย!
ทางด้านแบคโฮ เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง ร่างสูงก็เดินไปโรงอาหารอย่างมาดมั่น คนที่เห็นตามรายทางต่างก็หลบให้อย่างรู้งาน บางคนถึงกับอ้าปากค้างจนเพื่อนต้องลากให้หลบมาด้วย ขืนไปขวางทางเจ้าเสือขาว มีหวังได้โดนเตะจนไส้ไหลแน่ๆ
เมื่อมาถึงโรงอาหาร แบคโฮก็จัดการซื้ออาหารชุดใหญ่มาหนึ่งชุด ไม่สิ ต้องเรียกว่าข่มขู่เอามาจากแม่ครัวต่างหากเพราะยังไม่ได้จ่ายเงินสักวอนเดียว =_= เมื่อหาที่นั่งได้ก็ลงมือกินอย่างไม่แคร์สายตาใครจนนักเรียนในโรงอาหารต้องส่ายหัวกับความซกมกในการกิน มันเถื่อนสมคำร่ำลือจริงๆ
กึก! แต่ดูเหมือนจะมีนักเรียนที่ลองดี แอบเอาส้อมมาจิ้มหลังแบคโฮ แล้วไงล่ะ ส้อมนั้นก็งอจนบิดเบี้ยวแต่ร่างสูงกลับไม่เป็นอะไรเลยสักนิด ได้แต่หันมามองคนที่ขัดจังหวะการกินอย่างเคืองๆ
“เคยมีคนบอกมั้ย ว่าอย่ารบกวนคนอื่นเวลากิน...”
โครม!!!! ร่างของชายผู้ลองดีโดนต่อยจนกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงที่ไกลออกไปเกือบ 5 เมตร แต่ถือว่าโชคดีที่ระหว่างทางก็ชนกับโต๊ะไปเรื่อยๆจนลดแรงกระแทกได้เยอะอยู่ ไม่งั้นได้มีการหลังหักไส้แตกเกิดขึ้นแน่ๆ
เมื่อจัดการเสร็จแบคโฮก็หันกลับไปกินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็ลุกโยนถาดและจานชามเข้าชั้นเก็บอย่างแม่นยำ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกจากโรงอาหารพร้อมกับเสียงคุยที่ดังขึ้นอย่างเซ็งแซ่
ตกเย็น อารอนถึงกับต้องรีบออกจากห้องเรียนมารับแฟนตัวเองถึงห้องแล้วพากลับบ้านพร้อมกัน เพราะกลัวว่าคนสวยอาจจะโดนแบคโฮข่มขู่หรือทำอะไรก็ได้ แต่ระหว่างทางทั้งคู่ก็แวะซื้อของไปเรื่อยจนเวลาเริ่มเย็น จึงจะเดินกลับบ้านกันซะที
ตุบ! อั่ก! โครมมม!!! เสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาจากซอยข้างร้านค้า อารอนรีบบอกให้มินกิเข้าไปรอในร้านแล้วตัวเองก็รีบเดินไปดู ปรากฏว่าแบคโฮกำลังโดนกลุ่มอันธพาลรุมอยู่ แต่ร่างสูงก็ไม่ได้แสดงการเสียเปรียบเลยสักนิด เพราะแค่สะกิดนิดเดียวร่างของคู่ต่อสู้ก็กระเด็นไปหลายเมตรแล้ว อารอนยืนสังเกตการณ์จนแน่ใจแล้วว่าแบคโฮเป็นฝ่ายชนะและคู่ต่อสู้สลบไปหมดแล้ว จึงเดินออกไปหาร่างสูง
“นี่นาย” สายตากวนๆหันมามองก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“ฉันชื่ออารอน เป็นประธานนักเรียน นายจะมาทำตัวเป็นนักเลงต่อยตีแบบนี้ไม่ได้นะ” อารอนกอดอกและพยายามทำเสียงเข้มข่มขู่รุ่นน้อง แม้ว่าในใจจะหวาดๆกลัวโดนต่อยเหมือนกันก็เถอะ
“แล้วไง?”
“ก็....นายต้องทำตัวให้สมกับเป็นนักเรียนที่ดีสิ!”
“แล้วคุณประธานจะให้กระผมทำอย่างไรไม่ทราบครับ ไอ้พวกนี้มันมาหาเรื่องผมก่อนนะ” แบคโฮยิ้มกวนๆแล้วจ้องหน้าประธานนักเรียนที่เริ่มมีสีหน้าลังเลเพราะคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนสวยที่เค้าหมายตาเดินมาอยู่ด้านหลังอารอน
“กลับกันเถอะ อย่าไปยุ่งเลย” มินกิสะกิดเรียกอารอนและพยายามจะดึงแขนใหญ่ให้เดินกลับด้วยกัน
“เดี๋ยวสิมินกิ ฉันต้องจัดการเรื่องนี้นะ”
“โอ้! ท่านประธานจะจัดการผมจริงๆเหรอครับ งั้น...ผมจะรอดูนะ” แบคโฮเดินออกมาจากซอยและสวนกับทั้งคู่ แต่ก่อนไปก็ได้แอบก้มลงหอมแก้มคนสวยอย่างรวดเร็วแล้วก็วิ่งหายไป
“ห๊ะ!!! เมื่อกี้ไอ้แบคโฮมันหอมแก้มมินกิใช้มั้ย เป็นอะไรรึเปล่า ช้ำมั้ยเนี่ย” อารอนรีบลูบแก้มคนรักที่ขึ้นสีเรื่อเพราะอายแต่คนลูบดันนึกว่าโดนหอมจนช้ำ =_= มินกิส่ายหน้าเบาๆก่อนจะลากอารอนให้กลับบ้านด้วยกัน
นายจะกล้าเกินไปแล้วนะ แบคโฮ!!!
เมื่อแบคโฮกลับมาถึงบ้านก็เอนตัวลงบนโซฟาเก่าๆ.... จะเรียกว่าบ้านได้มั้ยนะ เขาแค่อาศัยอยู่บนดาดฟ้าของตึกร้าง ข้าวของเครื่องใช้อะไรก็ไม่มีสักอย่าง ถ้าอยากได้อะไรก็แค่ไปข่มขู่(?)เอามาเท่านั้น และการที่เขาได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนนั้นก็แค่เป็นข้อแลกเปลี่ยนของตำรวจที่จะไม่เอาผิดเขาใน
เรื่องต่างๆ แลกกับการที่เขาต้องไปโรงเรียนและปฏิบัติหน้าที่ลับๆให้กับทางตำรวจ
ของสำคัญของเขามีสิ่งเดียวคือแหวนเงินกลมเกลี้ยงที่ด้านในสลักไว้ว่า Baekho & Ren แล้วเร็นคือใครเขาก็ไม่รู้ แต่เพียงแวบแรกที่เขาได้เห็นมินกิเขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เขาเข้าไปหา...
ณ ห้องประธานนักเรียนในวันต่อมา
“ทำอะไรน่ะ” มินกิถามเสียงเรียบเมื่อเห็นอารอนกำลังเขียนยุกยิกลงบนกระดาษแผ่นใหญ่
“นี่คือปฎิบัติการกำหลาบเสือขาว”
=_=
“อย่าทำหน้านิ่งอย่างนั้นสิ รู้นะว่าสงสัย คืองี้ พี่กำลังวางแผนทำให้แบคโฮกลายเป็นคนดีมีมารยาท แล้วเขาก็จะกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ขวัญใจทุกคนไง =w=”
“เพ้อไปรึเปล่า” มินฮยอนที่นั่งฟังอยู่ด้วนแทรกขึ้นมา
“อย่ามาว่ากันนะ! มินกิ >3< ดูดิ มินฮยอนว่าเค้าอ่า....” อารอนถลาไปกอดคนข้างๆแล้วอ้อนทันที
“ผมเห็นด้วยกับมินฮยอนนะ ผมไม่ชอบหน้าหมอนั่นเลย อย่าไปยุ่งได้มั้ยฮะ”
“=[]= ขนาดมินกิยังว่าเค้าอ่ะ งอนแล้ว!” ว่าแล้วท่านประธานนักเรียนสุดหล่อก็ไปนั่งกอดเข่าน้อยใจอยู่มุมห้องคนเดียว อีกสองคนในห้องต้องส่ายหน้าพร้อมกันแล้วก็ปล่อยไว้อย่างนั้น
“แบคโฮ้วววววววววววววววว” เสียงเรียกดังมาก่อนตัว ตามมาด้วยร่างของประธานนักเรียนวิ่งมาดักหน้าคนที่กำลังจะกลับบ้าน
“อะไรครับท่านประธานที่เคารพ =_=”
“วันนี้นายว่างมั้ย ไปกินข้าวเย็นด้วยกันนะ ฉันมีเรื่องอยากจะพูดกับนายเยอะแยะเลย” อารอนถามอย่างกระตือรือร้นจนนักเรียนคนอื่นๆถึงกับปลงในนิสัยเพี้ยนๆของประธานนักเรียนคนนี้
“ก็ว่างนะ โอเค”
แล้วทั้งคู่ก็เดินออกมาหน้าโรงเรียน โดยมีมินกิกับมินฮยอนยืนรออยู่แล้ว
“ไปกันหมดนี่เหรอ?” แบคโฮหันไปถามอารอน
“อื้อ!”
ณ ร้านอาหาร...เอ่อ...ไม่ค่อยหรูนัก แต่ก็พอดูดีมีราคา ทั้งสี่คนกำลังนั่งรออาหาร อยู่ดีๆแบคโฮก็เริ่มบทสนา
“นายกับมินกิเป็นแฟนกันเหรอ เป็นไงมาไงอ่ะ”
“อ้อ! มินกิเค้าเป็นเด็กกำพร้าน่ะ ปะป๊าฉันรับมาเลี้ยงดูเมื่อสามปีที่แล้ว แล้วเราก็...>////< เขินอ่ะ! เหมือนว่าเราจะเข้ากันได้นะ ฉันก็เลยขอมินกิเป็นแฟนน่ะ”
“อ๋อออออ” แบคโฮลากเสียงยาวๆแล้วเหลือบมองคนสวยที่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
“แล้ว..... ตกลงนายเป็นใคร เป็นไงมาไง ทำไมถึงได้มีพลังแบบนั้นล่ะ หรือว่านายถูกจำไปทดลองจนกลายสภาพแบบพวกเอ็กซ์เม็นอะไรงี้ป่ะ” แบคโฮถึงกับประมวลผลกับคำถามไม่ทัน นั่งนิ่งอยู่สักพักแล้วก็หันไปสบตากับมินกิ ดูเหมือนว่าคนสวยก็กำลังรอคำตอบอยู่เหมือนกันนะเนี่ย
“ฉัน...เป็นใครก็ไม่รู้ เหมือนกับว่าตอนนั้นฉันตื่นมาที่โรงพยาบาลแล้วพวกพยาบาลก็บอกว่าฉันโดนอันธพาลรุมจนสลบไป ฉันจำอะไรก่อนหน้านั้นไม่ได้ ในตัวมีแต่แหวนวงนี้ ฉันก็เลยคิดว่าฉันน่าจะชื่อแบคโฮ” มือใหญ่ลูบแหวนบนนิ้วชี้ข้างซ้ายไปมา แต่ก็ไม่ทันสังเกตว่าคนสวยที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็กำลังเอามือขวามากุมมือซ้ายเพื่อปิดอะไรบางอย่างเอาไว้
“นายจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” มินฮยอนถามบ้าง
“อือ หลังจากนั้นฉันก็ใช้ชีวิตไปวันๆแบบที่เห็นนี่แหละ”
“เอ๋...เรื่องนี้น่าจะเป็นข่าวอยู่บ้างนะ ที่อยู่ดีๆนายก็มีพลังขึ้นมาน่ะ แต่ดูเหมือนนายเพิ่งจะมาดังเมื่อไม่กี่ปีมานี้นี่นา” อารอนถาม พอดีกับที่อาหารมาเสิร์ฟพอดี แบคโฮหยุดเล่าแล้วกินอาหารไปสองสามคำก่อนจะเล่าต่อ
“ก็คงเป็นข่าวใหญ่อยู่นะ เมื่อ 50 ปีก่อนน่ะ”
“ห๊ะ! =[]=” ทั้งโต๊ะอึ้งค้าง ยกเว้นมินกิที่ยังคงหน้านิ่งเหมือนเดิม
“คือ...ฉันเป็นแบบนี้มา 50 ปีแล้วอ่ะ แบบ...หน้ามันไม่แก่ขึ้นใช่มะ” แบคโฮชี้หน้าตัวเอง
“สุดยอด!” มินฮยอนเริ่มอึ้งจริงๆยิ่งกว่าพลังพวกนั้นอีก
“แต่ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกันนะ เมื่อก่อนนะ ...ก่อนที่ฉันจะความจำเสื่อม ฉันก็คงเป็นคนเลวมากๆ อาจจะนิสัยแย่กว่าตอนนี้ด้วยซ้ำ” แบคโฮหยุดดื่มน้ำก่อนจะพูดต่อ “เพราะตอนที่ฉันฟื้นขึ้นมา ไม่มีใครสักคนที่จะออกมาบอกว่ารู้จักฉัน เพราะฉันมันแย่จนไม่มีใครอยากจะคบด้วยสินะ”
ครืดดด มินกิลุกออกจากโต๊ะ “ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” คนสวยรีบเดินออกไปทันที เพราะเขาไม่อยากให้ใครได้เห็นน้ำตาที่กำลังไหลลงมาน่ะสิ....
“เอาล่ะ! งั้นเรามาเปลี่ยนแปลงตัวนายกันมั้ย ทำให้นายเป็นคนดีที่ใครๆก็ยอมรับ” อารอนรีบเสนอความคิดทันที
“ยังไง?”
“ก็... นายต้องประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีไง เอาพลังมาใช้ในทางที่ถูก แล้วก็เปลี่ยนนิสัยให้ดูเรียบร้อยขึ้นสักนิดก็ยังดี แบบนี้ใครๆก็จะได้อยากรู้จักนาย ไม่คอยแต่จะจ้องทำร้ายนายไง”
“อืม....” เบคโอนั่งคิดสักครู่ และสุดท้ายเขาก็ตอบตกลง
และแล้วอาหารมื้อนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี อารอนดีใจและจับมือแบคโฮเป็นการสัญญาว่าต่อไปนี้เขาจะเปลี่ยนแบคโฮเป็นคนที่ใครๆก็ต้องยอมรับให้ได้ หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านไป
“แบคโฮ! กินให้มันดีๆหน่อยสิ” อารอนกระซิบบอก ขณะที่พวกเขากำลังสอนมารยาทการรับประทานอาหารให้เสือขาวผู้หิวโหย แบคโฮหันมามองก่อนจะทำหน้าหน่ายใจแล้วหันกลับไปกินต่อ
“อืม...แบบนั้นแหละ ค่อยๆกินก็ได้ ไม่มีใครกล้าแย่งนายหรอก” อารอนยิ้มภูมิใจ
“เฮ้ย! นายอย่าไปหาเรื่องเด็กดิ” อารอนตบหัวแบคโฮทันทีที่เห็นแบคโฮกำลังล๊อคคอเด็กที่บังอาจปาก้อนหินมาใส่เขา
=_=* แบคโฮเริ่มสงสัย ทำไมไอ้ประธานนักเรียนนี่มันลามปามไวจังวะ นี่ขนาดตบหัวกันแล้ว ลืมไปรึเปล่าว่าเขาสามารถหักคอคนได้ง่ายๆเลยนะ
“น้องก็ด้วย อย่ามาเล่นแบบนี้กับผู้ใหญ่สิ เข้าใจมั้ย” อารอนยังไม่สำนึกว่ากำลังจะโดนลอบฆ่าในไม่ช้า หันไปดุเด็กที่เพิ่งถูกแบคโฮปล่อยคอและกำลังร้องไห้อยู่ เด็กน้อยพยักหน้ารัวแล้วก็รีบวิ่งหนีไป
“บอกว่าอย่าไปยุ่งกับพวกอันธพาลงายยยยยยยยย” อารอนลากแขนใหญ่ให้ออกห่างพวกนักเลงข้างถนน
“ก็พวกมันมองหน้าหาเรื่องอ่ะ”
“ก็อย่าไปมองหน้ามันเสะ! มันอาจจะหน้าตาแบบนั้นแต่เกิดก็ได้! =3= “
“เฮ้อออออ” อารอนลากสังขารกลับบ้านมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ไม่นึกเลยว่ากระตามประกบแบคโฮในวันหยุดมันจะใช้พลังงานเยอะมากมายขนาดนี้
“ไหวมั้ยฮะ” มินกิถามพลางยื่นแก้วน้ำให้ อารอนรับมาดื่มแล้วก็นั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง
“ก็พอไหวนะ ถ้าทำให้เขาเปลี่ยนความคิดในหลายๆเรื่องได้ก็สบายแล้ว ^^”
“อืม พยายามเข้านะฮะ” มินกิก้มลงหอมแก้มให้กำลังก่อนจะรีบเดินหนีเข้าห้องไป
“อ๊ะ! มาขโมยหอมแก้มกันแบบนี้ แล้วจะหนีไปง่ายๆเหรอ” อารอนรีบวิ่งตามไปทันที
ผ่านไปหนึ่งเดือน นักเรียนในโรงเรียนต่างก็ต้องแปลกใจกับพฤติกรรมของแบคโฮที่เริ่มเปลี่ยนไป ไม่เป็นคนใจร้อนเหมือนเมื่อก่อน แล้วก็ไม่ใช้พลังทำลายข้าวขอสุ่มสี่สุ่มห้า ทำให้โรงเรียนน่าอยู่ขึ้นเป็นกอง เพราะจะมีก็แต่พวกเกเรเท่านั้นที่จะโดนแบคโฮสั่งสอน
“เหมือนจะไปได้ด้วยดีแล้วนะ เดี๋ยวนี้ใครๆก็เรียกหานายเวลามีเรื่อง” อารอนยิ้มแล้วตบมือให้
“เหอะ! ก็แค่ตอนมีเรื่องเท่านั้นไม่ใช่หรือไง”
“ก็ดีกว่าไม่มีใครนึกถึงน้า...”
“เออๆ งั้นวันนี้ไปก่อนนะ มีธุระด่วน” ว่าแล้วแบคโฮก็รีบออกจากโรงเรียนไป
“เอ้า! ฉลองงงงงงงง” อารอนยกแก้วชน วันนี้เขา มินกิ มินฮยอน และแบคโฮ มาฉลองให้กับความสำเร็จในการเปลี่ยนเสือขาวสุดโฉดให้เป็นพญาเสือผู้ทรงเกียรติที่ใครๆต่างก็นับถือ
“นึกว่าพี่อารอนจะทำไม่สำเร็จซะแล้วนะเนี่ย” มินฮยอนหัวเราะแล้วก็เทโซจูเติมให้ทุกคน
“ก๊ากกกก ควักอารอนซะอย่าง บ่อันหยังที่ข่อยเฮ็ดบ่ได้” อยู่ดีๆท่านประธานก็พูดสำเนียงแปลกๆซะแล้ว สงสัยจะเป็นนิสัยส่วนตัวเวลาเมา =_=;
ทั้งหมดฉลองกันที่บ้านของอารอนจนต่างคนต่างเมา มีแต่มินกิที่ไม่ค่อยได้ดื่ม เลยต้องคอยลากมินฮยอนให้ไปนอนบนโซฟาแล้วจัดแจงห่มผ้าให้ ส่วนแบคโฮที่คอแข็งอยู่แล้วก็แบกอารอนขึ้นหลังไปส่งถึงห้องนอน
“ฮะๆๆ ว้าววว วันนี้แบคโฮพาฉันมาส่งถึงห้องนอนด้วยล่ะ ร้องเพลงกล่อมหน่อยสิ” อารอนเริ่มเพ้อ และก็หัวเราะไม่หยุด
“นอนไปเลย ไปล่ะ”
“อืมๆ ฝันดีน้า” อารอนโบกมือลาทั้งๆที่ตายังปิดอยู่
แบคโฮลงมาด้านล่างก็เห็นว่ามินกิกำลังเก็บกวาดของอยู่เลยเดินเข้าไปหา
“อารอนหลับไปแล้วล่ะ”
“ขอบใจที่พาไปส่งถึงห้อง” คนสวยยังคงหน้านิ่งแล้วก็กวาดขยะลงถุงดำ
“ไม่มีรางวัลให้หน่อยเหรอ?” มือใหญ่คว้าร่างบางมากอดก่อนจะประทับริมฝีปากลงใบบนปากบาง
โครม!!!!! ร่างใหญ่กระเด็นออกนอกหน้าต่างและไปกระแทกกับต้นไม้ข้างบ้าน
O{}O แบคโฮถึงกับอึ้งที่มินกิมีพลังไม่ได้น้อยไปกว่าเขาเลย
“อย่าให้พี่อารอนรู้เรื่องนี้” คนสวยชี้หน้าแล้วก็เดินกลับเข้าบ้านไป
วันต่อมาที่โรงเรียน แบคโฮยังคงตามติดมินกิทุกฝีก้าวเพราะยังสงสัยในพลังของคนสวย ทั้งๆที่มีพลังเหมือนกัน แต่ทำไมต้องปิดบังเอาไว้(?)
“มีเรื่องอะไรก็ว่ามาสิ มัวแต่ตามอยู่ได้” มินกิหันมาพูดอย่างอารมณ์เสียแม้หน้าจะยังไม่เปลี่ยนไป
“ก็แค่อยากรู้เรื่องพลังของนาย”
“รู้ไปทำไม”
“ถ้านายไม่บอกก็ได้ แต่ฉันจะบอกเรื่องนี้กับอารอนเอง”
“หยุดเลยนะ!” มือบางคว้าคอเสื้อร่างสูงแล้วก็มองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นว่ามีใครเห็นจึงถามต่อ
“จะคุยเรื่ออะไรที่ไหนบอกมา”
“ทุกเรื่องเกี่ยวกับพลังของฉันที่นายรู้ คืนนี้ ที่ดาดฟ้าตึก XXX”
“โอเค” มินกิปล่อยคอเสื้อแล้วก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
ตกค่ำ ร่างบางเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างมาดมั่น แบคโฮนั่งรออยู่บนโซฟาเก่าๆตัวเดิม
“นายอยากรู้เรื่องอะไร”
“ทำไมฉันกับนายถึงมีพลังแบบนี้ แล้วเราเป็นอะไรกัน”
“พวกเรามีพลังแบบนี้ตั้งแต่เกิด แล้วก็จะเป็นอมตะ ส่วนฉันกับนาย เราเป็นพี่น้องกัน”
“พี่น้องเหรอ พี่น้องแล้วทำไมเราถึงมีแหวนคู่ล่ะ” แบคโฮดึงมือของร่างบางมาดูแหวนเงินที่สวมอยู่นิ้วชี้ข้างซ้ายเหมือนกัน
“อย่ามายุ่งน่ะ! เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ” มินกิสะบัดมือออกแล้วเดินหนีลงจากดาดฟ้า แต่แบคโฮก็ยังคงเดินตามมา
“แล้วนายก็อยู่ห่างๆฉันไว้ดีกว่า ยิ่งเราอยู่ใกล้กัน พลังก็จะเสื่อมลง” แล้วร่างบางก็วิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
แบคโฮเลยเดินลงมากะว่าจะไปเดินเล่นหาอะไรกินสักหน่อย แต่พอผ่านร้านมินิมาร์ทก็พบว่ามีโจรกำลังปล้นอยู่ ร่างสูงรีบวิ่งเข้าไปทันที
“หยุดนะ!” โจรทั้งสองคนรีบหันปืนมาทางแบคโฮ
“แกอย่ามาเสือกได้มั้ย ไม่ต้องมาเล่นทำตัวเป็นฮีโร่หรอกน่า”
แบคโฮหยิบชั้นวางของเล็กๆบนเคาท์เตอร์ขึ้นมา “งั้นเรามาดวลกัน” มือใหญ่ปาชั้นวางออกไป เวลาเดียวกับที่โจรทั้งสองเหนี่ยวไกปืน
ปัง! โครมมมม!!! เสียงปืนดังพร้อมกับร่างโจรทั้งสองที่โดนกระแทกจนกระเด็นไปชนกำแพงแล้วสลบไป เจ้าของร้านรีบหันมาขอบคุณแบคโฮแต่ก็ต้องตาโต
“พ่อหนุ่ม...เลือด....”
แบคโฮก้มลงมองเสื้อตัวเองก็พบว่าบริเวณสีข้างถูกยิงจนเลือดไหลไม่หยุด เป็นไปได้ยังไง ปกติไม่ว่าจะกระสุนแบบไหนก็ยิงเขาไม่เข้าแท้ๆ....
ร่างสูงทรุดลงแล้วภาพเบื้องหน้าก็ดับสนิทไป
“พวกมึง ได้ข่าวยัง แบคโฮถูกยิงจนเข้าโรง’บาลว่ะ ไม่น่าเชื่อเลย” เสียงคุยในห้องดังขึ้นตั้งแต่เช้า มินกิได้ข่าวก็มีท่าทีกระวนกระวายเล็กน้อย เพราะการที่พลังแบคโฮลดลงจนถูกยิงเข้าต้องเป็นเพราะเขาสองคนใกล้ชิดกันมากเกินไป
“มินกิ เย็นนี้ไปเยี่ยมแบคโฮกันมั้ย” มินฮยอนถาม
“ไม่ล่ะ ฉันไม่ว่าง” เสียงเรียบตอบกลับ แต่จิตใจนั้นไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
ณ ห้องพิเศษ สายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจยังคงห้องระโยงระยาเต็มไปหมด ร่างขาวๆของแบคโฮตอนนี้ซีดจนเหมือนคนไม่มีเลือด อัตราการเต้นของหัวใจเริ่มช้าลง เพื่อนๆที่มาเยี่ยมในตอนเย็นต่างก็กังวลว่าเสือขาวตัวนี้จะเป็นอะไรไปหรือไม่ แต่เวลาผ่านไปไม่นานอาการต่างๆก็เริ่มดีขึ้นจนฟื้นและพูดคุยกับเพื่อนๆที่มาเยี่ยมได้
ตกดึก ร่างบางของมินกิเปิดประตูเข้ามาในห้อง เสือขาวที่หลับอยู่รีบลืมตาขึ้นมาทันที
“มินกิ”
“นาย...ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย” มือบางจับไปที่แผลตรงสีข้าง ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะสมานกันดีแล้ว
“อืม แต่ก็ตกใจนะ ที่อยู่ๆก็โดนยิงเข้าแบบนี้ ตกลงนายจะบอกทุกเรื่องได้รึยัง”
“ก็ได้ จริงๆแล้วเราเป็นคนรักกัน” แบคโฮตาโตและรีบหันมาจ้องหน้าอย่างจริงจัง
“เราสองคนเกิดมาเพื่อคู่กัน คนที่มีพลังจะดึงดูดซึ่งกันและกัน แต่ถ้าหากอยู่ใกล้กันและมีความสัมพันธ์กันมากเกินไปพลังก็จะค่อยๆลดลง จนสุดท้ายก็จะเป็นมนุษย์ปกติ”
“แล้วนายไม่อยากเป็นคนปกติเหรอ”
“อยากสิ แต่การที่จะเป็นคนปกติ คนใดคนหนึ่งอาจจะต้องตาย เพราะคนที่รู้ว่าเรามีพลังต่างก็จ้องจะทำร้าย ก่อนที่นายความจำเสื่อม.... พวกเรากำลังไปช่วยตำรวจจับโจรนั่นแหละ แล้วฉันก็โดนพวกนั้นจับเป็นตัวประกัน เพราะว่าตอนนั้นพลังของเราต่างก็อ่อนแอลงมาก สุดท้ายนายก็ยอมที่จะโดนจับไปแทนแล้วก็โดนพวกมันซ้อมจนปางตาย” มินกิลูบไปที่แผลเป็นบนต้นแขนของแบคโฮ
“พอฉันรู้ก็รีบตามไปที่โรงพยาบาล แต่นายที่ฟื้นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งฉัน” น้ำตาหยดลงมาจากดวงตาคู่สวย
“นายคือเร็นใช่มั้ย”
มินกิพยักหน้า
“แล้วทำไมนายถึงจากฉันไปล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้ฉันคิดว่ามีแค่ฉันคนเดียวบนโลกนี้”
“เพราะว่าถ้าเราอยู่ด้วยกัน นายก็จะเป็นอันตรายอีก ทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกันและเริ่มอ่อนแอ พวกมันจะจับฉันเป็นตัวประกันแล้วทำร้ายนายเสมอ ฉันเลยเลือกที่จะจากไป ให้นายได้มีชีวิตเป็นของตัวเอง”
“เร็น....” แบคโฮเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาจากในหน้าสวย
โครม!!! เสียงประตูที่ถูกถีบ ทั้งสองรีบหันไปมองก็พบกับร่างชายหนุ่มคนหนึ่งถือปืนจ่อมาที่ทั้งคู่
“ไม่เจอกันนานเลยนะ แบคโฮ ^^”
“เจอาร์ แกออกมาจากคุกได้ไง” แบคโฮมองชายตรงหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด ซึ่งเขาเป็นคนจับเข้าคุกเองกับมือ
“ฮะๆๆ ทำไมล่ะ ระดับท่านเจอาร์ซะอย่าง แหม...แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างนะ พอฉันออกจากคุกปุ๊บ นายก็เข้าโรงพยาบาลปั๊บ อย่างนี้ค่อนชำระแค้นได้ง่ายหน่อย”
ปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เข้ามาบังแบคโฮเอาไว้
“เร็น!!!” แบคโฮจับไปที่บริเวณเอวบางก็พบว่าเลือดสีสดกำลังไหลออกมาอย่างไม่หยุด สัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับรปภ.ที่กำลังจะเข้ามาหยุดแต่ก็โดนเจอาร์ยิงสกัดเอาไว้ทุกคน
“นายอย่าเป็นอะไรนะเร็น ตื่นขึ้นมาก่อนสิ!” มือใหญ่เขย่าร่างบางในอ้อมแขนก่อนจะเปลี่ยนเป็นวางไว้บนเตียงแล้วพุ่งตัวเข้าหาเจอาร์
“แก!!” หมัดหนักๆซัดเข้าที่คางเจอาร์จนร่างนั้นเซไปไกลพอสมควร เหล่าหมอและพยาบาลเห็นทางโล่งก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการมินกิที่ตอนนี้ลมหายใจเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ
“หึ พลังก็ไม่ค่อยมีแล้ว ยังจะกล้าอีกเรอะ!” เจอาร์กระหน่ำยิงใส่แบคโฮจนกระสุดหมด ส่วนแบคโฮก็พยายามหลบแต่ก็มีโดนยิงเฉียดๆไปบ้าง และอาศัยจังหวะที่เจอาร์กำลังเปลี่ยนกระสุนพุ่งเข้าไปเตะจนปืนหลุดมือ
ทั้งสองแลกหมัดกันอย่างดุเดือด และเจอาร์ก็คว้าถังดับเพลิงมาฟาดเข้าที่หัวแบคโฮอย่างแรง เล่นเอาแบคโฮมึนจนเซไปมา เจอาร์จึงฟาดใส่แบบไม่ยั้ง จนแบคโฮหัวแตกเลือดไหลไม่หยุด
“ฮะๆๆๆ นี่นะเหรอเสือขาวผู้ยิ่งใหญ่ ฉันจะสงเคราะห์ให้แกตายง่ายๆก็แล้วกัน” เจอาร์ยกถังดับเพลิงขึ้นสูงหวังจะฟาดหัวแบคโฮอย่างแรง
ปัง! เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับถังดังเพลิงที่หยุดมือหล่นไปกองกับพื้นและร่างของเจอาร์ที่ทรุดลงไป
“อารอน...” แบคโฮพยายามเปิดตาขึ้นมามอง ก็เห็นว่าอารอนเป็นคนยิง มือที่ถือปืนนั้นยังสั่นไม่หายเลย
“นาย...ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย แล้ว...” อารอนหันไปมองห้องพิเศษที่เห็นร่างของพยาบาลยังวิ่งเข้าออกเพื่อช่วยชีวิตมินกิ
“ฉันต้องรีบไป ไม่งั้นมินกิจะตาย...” แบคโฮพยายามพยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้นและเดินหนีออกไปจากโรงพยาบาล
ยิ่งไกลกันเท่าไหร่ นายก็จะยิ่งปลอดภัยใช่มั้ยเร็น ฉันจะไปให้สุดขอบโลกเลย แต่นายต้องไม่ตายนะ....
อารอนเห็นแบคโฮจากไปก็รีบวิ่งกลับไปที่ห้อง มินกิยังนอนจมกองเลือด และสัญญาณชีพจรได้หยุดลงไปแล้ว หมอที่กำลังปั๊มหัวใจก็หยุดมือแล้วส่ายหน้า
“มินกิ!! นายฟื้นขึ้นมาสิ” อารอนวิ่งเข้าไปกอดร่างบางเอาไว้ หมอจึงต้องลูบไหล่ปลอบใจและทยอยออกไปจากห้อง
“มินกิ นายตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ เรายังมี่เรื่องที่ไม่ได้ทำอีกเยอะแยะเลยนะ เรื่องของนายกับแบคโฮเมื่อกี้อีก ฉันได้ยินหมดแล้วนะ ฟื้นขึ้นมาเล่าให้ฟังก่อนเซ่!”
.....
....
...
..
.
“แค่กๆๆ เบาเสียงหน่อยได้มั้ยฮะ”
“มินกิ *0*” อารอนก้มมองคนในอ้อมกอดที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นมาแล้ว สัญญาณชีพจรก็กลับมาเต้นเป็นปกติ
“เสียงพี่ดังมากเลย ดังจนผมหลับไม่ลงเลยล่ะ”
“เจ้าบ้า! อย่ามาทำเป็นล้อเล่นสิ” อารอนดึงร่างบางเข้ามากอดอีกครั้ง
หนึ่งปีผ่านไป...
“งั้นเดี๋ยววันนี้เราไปฉลองที่พี่สอบเข้ามหา’ลัยได้กันนะ” อารอนชูมือขึ้น มินกิและมินฮยอนต่างก็พยักหน้ารับ
ติ๊ดๆๆๆๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อารอนหยิบขึ้นมาดู แต่พอเห็นชื่อคนโทรมาก็รีบรับสายแล้วเปิดลำโพงคุยทันที
“ว่าไง! นายเป็นไงบ้างแบคโฮ”
“อืม...สบายดี นายล่ะ ได้ข่าวว่าสอบเข้ามหา’ลัยได้แล้ว ยินดีด้วยนะ”
“ขอบใจ วันนี้ฉันกับมินกิและมินฮยอนกำลังจะไปฉลองกันล่ะ”
“เหรอ นี่ ฝากบอกมินฮยอนหน่อยนะ ว่าหาคู่เป็นของตัวเองซะที เลิกเป็นก้างคู่นายได้แล้ว ฮะๆๆๆ”
“แบคโฮ! นายจะนินทาฉันอีกนานมั้ย!” มินฮยอนที่ได้ยินก็รีบแทรกขึ้นมา
“อ้าว ฟังอยู่ด้วยเหรอ ว้า...แย่จัง โดนจับได้ซะแล้ว ก็อย่างที่บอกนะ ไม่คิดจะหาแฟนบ้างเหรอนายอ่ะ ฉันสงสารอารอนกับมินกิที่ต้องพานายเป็นลูกติดไปด้วยทุกที่”
“เออ! อย่าให้หาได้ก็แล้วกัน จะควงไปเย้ยนายถึงที่เลย”
“คงยากหน่อยนะ ตอนนี้ฉันอยู่อลาสก้า หนาวมากเลยล่ะ”
“จริงเหรอ! นายอยู่อลาสก้าจริงดิแบคโฮ” อารอนรีบถาม
“ก๊ากกกกกกกกก นายจะซื่อไปไหนเนี่ย ฉันไม่ใช่หมีขั้วโลกนะ ตอนนี้อยู่เวกัสต่างหาก”
“อ๋อ แล้วไป =3=”
“อ้อ มินกิ” คนที่ถูกเรียกขยับเข้าหาโทรศัพท์ทันทีเพื่อที่จะฟังชัดๆ
“นายมีความสุขดีใช่มั้ย”
“อื้ม”
“ดีแล้วล่ะ ดูแลเฮียอารอนดีๆนะ ฉันล่ะเป็นห่วงเฮียแกจริงๆ แค่นี้ละกัน ต้องไปทำภารกิจต่อ บ๊าย!” แล้วสายก็ตัดไป
“ชิ เจ้าแบคโฮ อย่าให้เจอตัวนะ จะสั่งมินกิเตะให้กระเด็นเลย” มินฮยอนยังแค้นไม่หาย
“ฮะๆๆ ทำไมต้องให้มินกิทำล่ะ” อารอนเก็บมือถือเข้ากระเป๋าแล้วหันมาถาม
“ก็ฉันเตะไปมันก็ไม่สะเทือนสักนิดอ่ะดิ ต้องมินกินี่แหละ ของแท้แน่นอน” มินฮยอนหันไปยกนิ้วให้เพื่อนสนิท ตอนนี้เรื่องพลังของมินกิ ทั้งอารอนและมินฮยอนต่างก็รู้แล้ว แต่ทั้งสองก็เลือกที่จะไม่บอกใคร ขอให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติต่อไปดีกว่า
ส่วนแบคโฮก็ได้ย้ายไปทำงานกับ FBI แทน นานๆทีก็จะส่งของฝากเวลาไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศต่างๆมาให้
ชีวิตพวกเขา คงได้กลายเป็นคนปกติแล้วสินะ
-END-
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น