วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"Secret of Love" part3 {OkaMori}



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปี้เจนสั่ง เอ๊ย! ส่งมาให้แปลง

เป็นเรื่องจากเล้าเป็ด เขียนโดยคุณ Sake จึงขออนุญาตมา ณ ที่นี้นะคะ





หมายเห็ด* กรุณาลบความคิดที่อิเม่นกลัวผีออกซะนะ 555






































Bloody Valentine


ผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่มาไม่นานก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก เดินไปทางไหนก็จะเห็นรูปหัวใจและดอกกุหลาบจัดตกแต่งอยู่ตามซุ้มหรือตามหน้าร้านค้าต่างๆมากมาย เห็นแล้วก็รู้สึกสดชื่นตามถ้าตอนนี้ผมไม่มีเรื่องกลุ้มใจอยู่นะ

เครียดจนหัวคิ้วแทบชนกันอยู่แล้ว ไม่น่าเชื่อคนอย่างผมจะมาเครียดเรื่องแบบนี้กะเขาด้วยเหมือนกัน

เพราะตอนปีใหม่ผมได้ของขวัญจากเคย์โตะ วันวาเลนไทน์นี้ผมจึงอยากให้อะไรเคย์โตะบ้าง แต่ปัญหาโลกแตกคือไม่รู้ว่าจะให้อะไรพี่เขาดี

เงินก็ไม่ค่อยจะมีอีกต่างหาก ครั้นจะเอาตัวเองผูกโบว์ใส่พานถวายก็ดูจะไม่ลงทุน แถมยังทุเรศตาเลยต้องพับไป

ไอ้จูริมันคงรู้สึกขวางหูขวางตากับท่าทางกระสับกระส่ายจนไม่เป็นอันเรียนของผม มันเลยหวังดียกเท้ากระแทกเก้าอี้จนผมสะดุ้งปัดปากกาดินสอตกพื้น เรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมชั้นได้ชะงัก ผมหันไปยิ้มแหยๆ360 องศา แล้วก้มเก็บของพร้อมส่งสายตาอาฆาตไปให้ไอ้ตัวต้นเหตุ หากมันกลับยิ้มเยาะเชิงบอกว่า มึงเหม่อเองช่วยไม่ได้

ผมควานมือหาดินสอที่คาดว่าจะตกอยู่ใกล้ๆกับปากกา แต่กวาดตามองหาเท่าไรก็ไม่เจอ

แปลก?...ไอ้จูริ! เพราะมึงนั่นล่ะ ช่วยกันหาดินสากดของกูเลย

ไอ้จูริมันยักไหล่แต่ก็ก้มลงช่วยหาสักพักจนปวดคอ ผมก็เริ่มตัดใจคิดว่ามันคงกระเด็นกระดอนไปไกล

อยู่นี่

แววเสียงหัวเราะดังคิดคักขึ้นข้างหู พร้อมกับสายลมอ่อนพัดวูบวาบจนเส้นผมพลิ้วไหวทำให้ผมชะงัก และยืดตัวขึ้นมองไปรอบๆก่อนจะสะดุดตากับดินสอกดที่นอนนิ่งสนิทบนโต๊ะ เหมือนมันอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ผมหยิบมันขึ้นมาพิจารณาอย่างงุนงง ในขณะที่ไอ้จูริทำหน้าเอือมระอากับความเซ่อพร้อมตบกบาลผมไปที่หนึ่ง

เฮ้ย! เจ็บนะ

เซ่อ

ผมตั้งท่าจะยกเท้าถีบมันหากไม่ถูกเพื่อนหญิงข้างๆสะกิด และกระซิบบอกว่าอาจารย์ให้จับกลุ่มทำรายงาน ผมจึงหันไปคาดโทษไอ้จูริด้วยสายตา ก่อนยิ้มประจบเพื่อนหญิงขอเข้ากลุ่มด้วยคน

แต่ว่า...ยังมีสิ่งหนึ่งที่คาใจ ก็ผมเห็นชัดๆว่าดินสอกดที่อยู่ในมือตอนนี้ตกลงไปบนพื้นแท้ๆ แล้วมันมาอยู่บนโต๊ะได้ยังไงในเมื่อผมไม่ได้เก็บมันขึ้นมา?

หรือว่าจะละเมอกลางวันแสกๆ ผมเกาศีรษะตัวเอง จะว่าไประยะนี้ผมรู้สึกเหมือนมีคนมองหรือไม่ก็ได้ยินเสียงแววบ่อยๆ เคยเปรยๆเรื่องนี้กับเคย์โตะ พี่เขาก็บอกว่าผมคิดมากแถมพาลพาโลหาว่าผมชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว จนรุ่นพี่ชมรมกรีฑาตามจีบตามดักเจอ แล้วจะไม่ให้รู้สึกว่ามีคนมองคนตามได้ยังไง

ไม่รู้พี่เขารู้ข่าวนี้มาจากไหน เพราะผมอุตส่าห์ปิดปากเงียบ

ยังกับมีหูทิพย์ตาทิพย์ยังงั้นล่ะ

แต่เพราะเรื่องนี้ทำเอาพี่เขายั้วผมไปหลายวัน ง้อตั้งนานกว่าจะหาย เลยลืมเรื่องประหลาดๆรอบตัวไปเลย

หมดชั่วโมงเรียนพวกผมชวนกันไปนั่งทานข้าวในศูนย์อาหารของทางมหาวิทยาลัย เพราะมันถูกดี พวกผมจึงมาใช้บริการทุกวัน เก็บตังไว้เล่นเกมหลังมอแทน

ลูกใครแฟนใครก็ไม่รู้ คิดได้ประเสริฐแท้!

ไอ้ริวทาโร่ วันพรุ่งนี้มึงมีนัดที่ไหนเปล่า พวกกูจะไปกินเหล้าแถวรปปงงิ ไปเปล่า?” ไอ้จูริเอ่ยขึ้นมาขณะตักข้าวราดแกงเข้าปาก

หึ...กูมีนัดแล้ว

กับผัวมึงอะเหรอ

เฮ้ย!คำพูดตรงไม่มีงอของมันทำเอาตาแทบถลนออกจากเบ้า ไอ้เวร! ยังไม่ได้กำหนดซะหน่อย ใครเป็นผัวเป็นเมีย ทะลึ่งแล้วมึงอะ

ผมยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแก้ติดคอ มองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดขึ้นที่มุมปากไอ้จูริแล้วเส้นเลือดในสมองผมพาลจะปูด

ถึงกูจะเปิดเผยแต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาล้อเลียน เดี๋ยวโดดกัดหูแม่งเลย ผมนึกด่ามันในใจ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้เป็นจุดสนใจใครๆ เพราะถ้าได้ทะเลาะกับมันเป็นยาวทุกที

แล้วกินข้าวเสร็จจะไปไหนต่อ รึว่ากลับบ้านเลย?”

ไม่ล่ะ กูจะไปเล่นเกมหลังมอ แล้วรอกลับพร้อมเคย์โตะ

งั้นกูไปด้วย ขี้เกียจกลับบ้านเร็วเหมือนกัน

ผมถลึงตามองมันอีกรอบ เพราะแค่นี้เคย์โตะก็แทบจะกินหัวผมอยู่แล้ว มันยังจะตามประกบอีก ที่นี้ไม่ต้องได้ผุดได้เกิดกันพอดี

จะตามไปหาพระแสงไรวะ เจอทุกวันเหม็นหน้ามึงจะแย่แล้วไม่พูดเปล่า ผมยกจานข้าวซึ่งเหลือแต่ซากพร้อมสะพายกระเป๋าลุกขึ้นเดินนำจานไปเก็บที่แล้วรีบชิ่งหนีไอ้จูริออกมา

ร้านเกมหลังมหาวิทยาลัยมีตั้งเยอะ มันไม่รู้หรอกว่าผมเข้าร้านไหน ก่อนถึงร้านเกมก็แวะซื้อน้ำอัดลมติดมือเข้าไปในร้านด้วย ผมเลือกนั่งโต๊ะสุดท้ายมีเสาบังพอดิบพอดี เวลาเล่นเกมมันให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย แต่เพลิดเพลินอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อมือของใครไม่รู้ตบลงบนบ่าแรงๆ

น้อง! ในร้านนี้เขาห้ามนำเครื่องดื่มเข้ามา ไม่เห็นป้ายบอกไว้รึไงน้ำเสียงคุกคามดังขึ้นเหนือศีรษะ ผมเตรียมพร้อมจะหันไปด่ากลับ

ใครวะ! เจ้าของร้านยังไม่ว่าเพราะซี้กัน แล้วมันเป็นใคร?

หากใบหน้าที่ลอยเด่นค้ำศีรษะทำให้ผมชะงัก และอีกฝ่ายก็ดูจะอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนหรี่ตาคู่คมแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นพิจารณาผมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

อะ...อะไรของนายน่ะผมเอี้ยวตัวหลบเมื่อร่างสูงก้มหน้าลงมา หัวใจราวกับถูกแช่แข็งเฉียบพลันเมื่อสบสายตาดำมืด เหมือนหลุดเข้าไปเคว้งคว้างกลางสุญญากาศชั่วอึดใจ

เลี้ยงของแบบนี้ด้วยเหรอ หน้าไม่ให้เลยนะ

ผมขมวดคิ้วกับคำพูดกำกวมนั้น พลางเหลียวมองตามสายตาอีกฝ่ายไปด้านหลังก็ไม่เห็นมีหมาแมวสักตัว นอกจากกำแพงสีขาวกับจอคอมพิวเตอร์

นายพูดอะไร?” หน้าตาผมคงดูเหลอหลามากล่ะมั้ง เจ้าคนหน้าตาอวดดีถึงได้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างฉงน ก่อนเพ่งพิจารณาหน้าผมเหมือนเจอญาติก็ไม่ปาน แต่แล้วดวงตาคู่เย็นเยียบดุจสายน้ำในถ้ำมืดกลับกระจ่างใสราวมีดวงดาวหล่นใส่วูบวาบจนหัวใจผมเต้นตึกตักขึ้นมาเฉยๆ ชายหนุ่มแปลกหน้าโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเผลอกลั้นหายใจและหลุบตาลงจนไม่เห็นรอยยิ้มประหลาดมุมปากอีกฝ่าย

กระป๋องน้ำอัดลมถูกอีกฝ่ายริบไปหน้าตาเฉย

เฮ้ย! จะเอาไปไหน?”

ห้ามดื่มในนี้

แต่พี่เคย์เขาอนุญาตผมทุกทีล่ะผมอ้างชื่อเจ้าของร้าน หากอีกฝ่ายหรี่ตาลงยกยิ้มกวนประสาท

แต่วันนี้ฉันเป็นคนเฝ้าร้านว่ะไอ้น้อง

เห็นหน้ากวนๆของเจ้าคนตรงหน้าผมเลยขี้คร้านจะต่อล้อต่อเถียง ด้วยเห็นแววแพ้ทางไอ้หมอนี่มาแต่ไกล จึงหันหลังกลับไปเล่นเกมต่อ หากไอ้หล่อมันยังคงยืนนิ่งไม่ไปไหน จนรู้สึกหงุดหงิดแอบเหล่มองตาขวาง ไม่รู้ไอ้หน้าหล่อมันมองอะไรอยู่หน้าตาถึงได้ดูถมึงทึง พอรู้สึกถึงสายตาทิ่มแทงของผมจึงได้ยกยิ้มยียวนก่อนเดินหายไป

ผมระบายลมหายใจทันที รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นอีกโข ก็เวลาที่เจ้านั่นอยู่ใกล้รู้สึกกดดันแปลกๆ บรรยากาศรอบตัวดูไม่น่าเข้าใกล้เอาซะเลยทั้งๆที่หน้าตาก็ดี จมูกโด่งๆนั่นก็น่าหยิก ปากก็ได้รูปเป็นกระจับเชียว น่าฟัดซะมัด

นี่ถ้าเคย์โตะรู้ว่าผมคิดอุตริแบบนี้ ได้เคืองหน้าคว่ำหน้าหงายแน่ๆ

ผมทำหน้าเคลิ้มฝันได้ไม่ทันไรก็รู้สึกปวดหูจี๊ดขึ้นมากะทันหันจนต้องรีบยกมือคลำ

อูย...เจ็บ ตัวอะไรต่อยรึเปล่าเนี่ย

เป็นอะไรน่ะ

เสียงไอ้หล่อเจ้าเก่า ผมเอี้ยวหน้าไปมองก่อนทำหน้าเหยเกอีกครั้ง เพราะรู้สึกเจ็บที่หูอีกข้าง

ไอ้หน้าหล่อลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆก่อนจะวางขวดน้ำเปล่าบนโต๊ะ

ดื่มไอ้นี่แทน มีฝาปิดจะได้ไม่หก

ผมประหลาดใจกับความใจดีของไอ้หน้าหล่อแต่ก็อดฉุนนิดหนึ่งที่เห็นผมเป็นเด็กเล็กๆกินเลอะกินเปื้อนไปได้ แต่เพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่ใบหูทั้งสองข้างจึงได้แต่พยักหน้ารับ

เป็นอะไร?”

ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไอ้หน้าหล่อรู้คำตอบอยู่แล้ว

เจ็บหู

ไหนขอดูหน่อยไอ้หน้าหล่อตั้งท่าโน้มตัวเข้ามาใกล้ แต่เพราะไม่รู้จักมักจี่ด้วยผมจึงเอี้ยวหลบอย่างไว้ตัว ทำให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนเท่ห์ก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำ

ฉันเป็นเพื่อนไอ้เคย์ ชื่อยูยะ...ทาคาคิ ยูยะ วันนี้ไอ้เคย์เขาไปธุระเลยขอให้ฉันมาช่วยเฝ้าร้าน ก็แค่นี้ ไม่ได้เป็นไอ้บ้าที่ไหนหรอก เป็นรุ่นพี่นายด้วย ชื่ออะไรล่ะเรา?”

คำอธิบายยาวยืดยังกับอ่านใจคนได้ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยเผลอตอบ ลืมแววตาเย็นยะเยือกไปจนสนิท

ริวทาโร่ครับ

แล้วเป็นอะไร? ไหนดูหน่อยพี่ยูยะขมวดคิ้วย้ำเสียงเข้ม ผมจึงต้องเอียงหน้าเปิดหูให้ดู

นิ้วมือเรียวสวยจับใบหูนิ่มของผมพลิกดู ชั่วขณะที่ผมได้กลิ่นธูปอบอวลจากตัวพี่ยูยะก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว

และเพราะบรรยากาศรอบตัวคล้ายเคย์โตะ ผมจึงคลายความหวาดระแวงบุคคลที่พึ่งรู้จักตรงหน้า ไม่ใช่เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่แทบจะจิ้มตาบอด

ผมเปล่านอกใจเคย์โตะนะ!

แดงเลยพี่ยูยะพลิกหน้าผมไปดูใบหูอีกข้าง ดุจริงๆ

อะ...อะไรนะครับผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่พี่เขาพูดออกมา หากพี่เขากลับยิ้มแทนคำตอบแล้วลุกขึ้นยืน

เดี๋ยวเอายามาทาให้

ผมมองพี่ยูยะเดินหายไปทางหลังร้านแบบไม่คิดจะถามผมเลยสักคำ ว่าต้องการรึเปล่า สักครู่ร่างสูงก็กลับมานั่งข้างๆพร้อมกับถือวิสาสะหมุนเก้าอี้ให้ไปประจันหน้า นิ้วสวยๆป้ายขี้ผึ้งในตลับตั้งท่าจะทาให้

อ๊ะ! ผมทาเองผมยิ้มแห้งๆให้พี่ยูยะพร้อมกับดึงตลับขี้ผึ้งในมืออีกฝ่ายมาถือเอง หากพี่ยูยะกลับยื้อพร้อมกุมมือผมไว้ ผมชะงักแต่ไม่กล้าชักมือออกเมื่อสบสายตาคู่ล้ำลึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปภายในหลุมดำมืด

พี่ทาให้ผมมองพี่ยูยะยิ้ม หากในสมองกลับหยุดการสั่งการเสียเฉยๆ ยื่นหน้าไปให้พี่ยูยะทายาอย่างว่าง่าย

นิ้วมือเรียวสวยนวดคลึงยาให้อย่างเบามือ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านทางปลายนิ้วทำให้ผมเคลิ้มสบตากับอีกฝ่ายที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

ริวทาโร่มีแฟนรึยังคนตรงหน้าเอ่ยเพียงเสียงกระซิบ

ครับผมตอบทั้งๆที่ยังสบตากับอีกฝ่ายในระยะเผาขน แต่กลับไม่คิดจะหลบเลี่ยง ยังคงดำดิ่งไปกับดวงตาคู่ลึกลับอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ขี้หึงมากด้วยใช่มั้ย

ครับ

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกลระบายไปทั่วใบหน้าหล่อเหลา หากแต่ภาพนั้นกลับผ่านมาแล้วผ่านไปโดยที่ผมไม่ติดใจเลยซักนิด

น่าสนใจดี โดยเฉพาะ...พี่ยูยะมองตาผมก่อนหรุบลงมองริมฝีปากเป็นใบ้บื้อของผมชั่วอึดใจ

ริมฝีปากน่าจูบที่ผมนึกชอบใจ มาตอนนี้มันกำลังขยับอยู่ไม่ห่าง หัวใจไร้เกราะป้องกันของผมเลยเต้นตุบๆเหมือนกลองรัว และเผลอไผลไปกับกลิ่นหอมประหลาดจนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมึนเมาควบคุมไม่อยู่ ไปกับแรงกระตุ้นเล็กๆความสนใจเล็กๆที่ตอนนี้ดูไม่เล็ก

ผมไม่ขยับหนีพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผาก สัญญาณบางอย่างร้องเตือนให้ผมรีบหยุดความคิดอยากลองสัมผัสริมฝีปากเต็มอิ่มตรงหน้า

แต่ผมไม่ทำ!

ผมเคลื่อนเข้าหาพร้อมกับที่อีกฝ่ายก็เคลื่อนเข้ามา

พ่อเล็กอย่า!

แว่วเสียงกรีดร้องดังข้างหูพร้อมกับมือที่มองไม่เห็นทึ้งเส้นผมจนผมหน้าหงาย ตื่นจากภวังค์อย่างสิ้นเชิง กุมศีรษะร้องคราง

อู๊ย...เจ็บ!ผมหันมองด้านหลังก็ไม่เห็นใคร จึงหันกลับมาเล่นงานคนตรงหน้าตาขวาง

พี่เล่นอะไรเนี่ย เจ็บนะ

ดวงตาคู่ลึกล้ำนิ่งสนิทไม่รับและก็ไม่ปฏิเสธ และนั่นก็ทำให้ผมงงเกาหัวตัวเองแกรกๆอย่างสับสน

เมื่อกี้มันอะไร? ผมกำลังจะ...จะ...จูบ!

ตายห่าล่ะ!

ผมสะดุ้งทะลึ่งพรวดลุกขึ้น ตกใจในการกระทำของตัวเอง รีบคว้ากระเป๋าสะพายไหล่ละล่ำละลักลาร่างสูง

ไป...ไปละพี่ผมมองอีกฝ่ายยิ้มเย็นก่อนเผ่นแนบออกมาจากร้านเกม ไม่คิดหันกลับไปมองรอยยิ้มประหลาดเดาไม่ออกนั้นอีก

ผมยกมือขึ้นลูบศีรษะตัวเองอีกครั้งอย่างแปลกใจพิกล แต่ก็โล่งอกที่ไม่เกิดอะไรขึ้น นึกขอบคุณอาการผงะจนหน้าหงายของตัวเองที่ทำให้ตั้งสติได้ ไม่งั้น...มลทินนี้คงทำให้ผมเข้าหน้าเคย์โตะไม่ติดไปหลายวัน

ขอบคุณผมตบอกบอกตัวเองเบาๆ

ไม่เป็นไรครับ

หากเสียงแว่วดังสายลมพัดผ่านทำให้ผมยืนอึ้ง แล้วรีบจ้ำกลับมหาวิทยาลัยไปอย่างรวดเร็ว เห็นท่าผมคงไม่มาร้านเกมพี่ยูยะไปอีกนาน

แต่นั่นคงเป็นเพียงความคิดของผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับเจ้าของแววตาเยือกเย็นคู่นั้น ที่หมายตาเหยื่ออย่างผมไว้เรียบร้อยแล้ว

พอตกเย็นเคย์โตะก็มารับผมกลับบ้านตามปกติ เจอหน้ากันตอนแรกพี่เขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แต่เพียงลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหน้าผมไปวูบเดียว พี่เขาก็หน้าเป็นตูดอย่างไม่มีสาเหตุ

กูทำอะไรผิดเนี่ย!

ถ้าทำได้ผมก็อยากจะร้องตะโกนบอกฟ้าด้วยประโยคนี้จริงๆ

เพราะไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าลูกบุฮิคที่แอบแฝงเข้ามาในชีวิตผมกำลังรายงานความประพฤติที่ผ่านมาให้เคย์โตะฟังอย่างละเอียดยิบ!

---------------------------------------------------------------------

และแล้ววันวาเลนไทน์ก็มาถึง ของขวัญที่ผมคิดจนหัวแทบแตกก็คือ ดอกกุหลาบสีขาวช่อกำลังดีมีการ์ดติดไปด้วย ข้อความว่า

รักเคย์โตะที่สุดในโลกเลย!

เด็กดีมั้ยล่ะครับ

แต่ผมคิดออกได้แค่นี้ล่ะ มีความหมายแถมสบายกระเป๋าอีกต่างหาก ผมเตรียมจะมอบให้เคย์โตะตอนเย็น ทันทีที่เจอหน้าผมก็จะกระโดดเข้าไปหอมแก้มและยื่นช่อดอกไม้นี้ให้ก่อนที่เคย์โตะจะพาไปทานข้าวเย็น

เป็นไงความคิดของผมบรรเจิดมั้ยล่ะครับ

ผมนึกอย่างครึ้มอกครึ้มใจเดินผิวปากลงจากอาคารเรียนมานั่งใต้ตึกมุมหลังเสาเช่นเคย สักพักพวกไอ้จูริก็ตามมารังควานอย่างเคย

แม่งจะปล่อยให้กูใช้สมองน้อยๆคิดอะไรเงียบๆคนเดียวบ้างก็ไม่ได้

ผมด่าไอ้จูริทางสายตา แต่อย่างว่าหนังหนาอย่างมันจะรู้สึกอะไร และที่เจ็บใจไปกว่านั้นคือ หลังจากที่มันวางเป้ลงบนโต๊ะเสียงดังตุ๊บ! ของขวัญกล่องเล็กกล่องน้อยภายในก็ทะลักทลายออกมาจนผมตาลุกด้วยความอิจฉาตาร้อนในความHotของมัน แม่ง...ได้ช็อกโกแลตจากสาวๆมาเพียบเลย

ช่วยกันกินหน่อย กูกินคนเดียวไม่หมดหรอก

ไอ้จูริหันมายิ้มให้ผมจนตาปิด ทำนองเยาะเย้ยเต็มที่ จนน่าต่อยให้ตาปิดสนิทไปเลย

มึงกินให้จุกอกตายไปคนเดียวเหอะผมบอกไอ้จูริเสียงลอดไรฟัน มองมันโยนกล่องของขวัญให้เพื่อนๆช่วยกันแกะกินแกะดู

อะ

ผมมองไอ้จูริยื่นขนมสุดหวานเจี๊ยบมาให้ชิ้นหนึ่ง พลางเหล่ตามองมัน

ไม่กิน เขาให้มึง เรื่องอะไรมึงมาให้กูกิน

เออน่า...อันนี้กินได้ไอ้จูริดูอึกอักอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนทำหน้าขึงขัง คนอื่นเขานั่งกินกันทุกคน มีมึงคนเดียวไม่กิน จะนอกคอกไปแล้วมึงอะ ช่วยมีส่วนร่วมกับเพื่อนฝูงหน่อย

ไอ้จูริทำเสียงนักเลงใส่ แต่คนอย่างผมรึจะสนใจหน้าปลาจวดอย่างมัน เลยถอนหายใจใส่หน้ามันไปทีหนึ่ง ไอ้จูริคงอึ้งเห็นเดาะลิ้นหาวิธีจัดการกับผม จากแววตาของมันทำให้ผมเห็นท่าไม่ดี รีบคว้ากระเป๋าเตรียมหนี แต่ก็ช้าไป ไอ้จูริตะโกนบอกให้เพื่อนในกลุ่มช่วยกันจับผมไว้ และไอ้เพื่อนพวกนี้มันก็บ้าจี้ตาม เฮกันมายึดแขนยึดขาพลางหัวเราะกันสนุกสนานที่ได้แกล้งคน

เล่นเชี่ยไรเนี่ยพวกมึงผมถลึงตาใส่ไอ้จูริ ในขณะที่มันยิ้มกวนประสาทพลางยัดช็อกโกแลตใส่ปากแถมเอามือปิดไม่ให้ผมคายทิ้ง จนต้องกระเดือกคงคออย่างทุลักทุเลแทบขาดใจตายมันถึงปล่อยมือ แต่ยังครับ คนอย่างไอ้จูริไม่จบแค่นี้ มันยังยัดใส่ปากผมอีก ดูแววตามันมีความสุขบนความทุกข์ของผมอย่างยิ่ง

ความสุขของมันที่ผมไม่รู้เลยว่า ไอ้ช็อกโกแลตที่มันยัดใส่ปากผมนั้นมันอุตส่าห์ไปสรรหาแทบตาย

ถึงว่าอร่อยชะมัด แต่ก็ทำเป็นเล่นตัวไปยังงั้นล่ะ

เล่นอะไรกันครับน้องๆ...ริวทาโร่?”

น้ำเสียงเย็นๆของใครคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ผมขนตั้งในบัดดล ก็เสียงนี้มันเพิ่งผ่านหูไปวันก่อนเอง พี่ยูยะ!

ทุกคนหันไปมองชายหนุ่มหน้าตาดี สูงโปร่ง ยืนถือดอกกุหลาบแดงช่อกำลังน่ารักไว้ด้านหลัง ทำให้พวกผมที่มองอยู่รู้สึกว่าเข้ากันยังไงก็ไม่รู้

รึว่าคนหล่อทำอะไรก็ดูดีไปหมด

ผมสลัดมือเพื่อนที่ยึดตัวไว้ออกแล้วก้าวไปหาพี่ยูยะอย่างไม่ค่อยแน่ใจ เรื่องประหลาดวันก่อนยังจำไม่ลืมเลย

หวัดดีพี่ผมยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นก็ทำตามบ้างไม่ทำบ้าง โดยเฉพาะไอ้จูริ มันยืนมองผมตาเขม็ง

กำลังกินช็อกโกแลตกันอยู่ครับพี่ ของฟรีผมยิ้มแหะๆตอบรอยยิ้มกระจ่างสว่างไสวไม่เย็นเฉียบดังวันแรกที่เจอ

หล่อกระแทกตาเลยครับ

ผมเลยหยิบช็อกโกแลตของไอ้จูริให้พี่ยูยะแก้เก้อ พร้อมกับตวัดสายตาดุดันใส่ไอ้จูริที่ทำท่างกไม่ยอมจะให้

พี่ยูยะแกะทานก่อนเอ่ย

เนื้อหอมจังนะเราพี่ยูยะเหล่มองของขวัญบนโต๊ะซึ่งเกลื่อนกลาดไปด้วยซาก ทำเอาผมหน้าร้อนผ่าว

มะ...ไม่ใช่ของผมหรอกครับ ของไอ้จูริ มันเอามาให้ช่วยกิน

เหรอพี่ยูยะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ

มันก็น่าแปลกใจอยู่หรอก ถึงผมจะเป็นเกย์แต่ทุกปีก็ได้ของขวัญจากสาวๆบางชิ้นสองชิ้น แต่ปีนี้มันหายไปไหนหมดอะ

เจอแบบนี้เข้าไปผมก็เสียความมั่นใจไปมากโข

ไม่รู้ว่าผมทำหน้าแบบไหนออกไปพี่ยูยะเลยหลุดเสียงหัวเราะออกมา

ไม่ต้องห่วง เสน่ห์นายไม่ได้หายไปไหนหรอก แค่มีไอ้ตัวประหลาดสองตัวคอยกวนอยู่เท่านั้นล่ะ

ไอ้ประโยคแรกผมก็ฟังเข้าใจอยู่ แต่ไอ้ประโยคสุดท้ายฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ พี่แกหมายถึงอะไร จนผมต้องเกาศีรษะหยิกๆ

ไอ้ตัวที่ว่าคงจะเป็นเหาซะละมั้ง เพราะตั้งแต่เจอพี่ผมก็คันบ่อยจัง

แล้วพี่มาทำอะไรแถวนี้ล่ะครับผมเสหาเรื่องคุยอย่างสุภาพ เพราะยังไงในมหาวิทยาลัยเขาก็ยังเป็นรุ่นพี่

มาหาคนน่ะ พอดีได้ยินเสียงโหวกเหวกคุ้นหูเลยเข้ามาดู

ผมเหล่มองกุหลาบช่อสวยอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมหรี่ตามองพี่ยูยะอย่างรู้ทันเต็มที่

ตามหาเจ้าของช่อดอกไม้อยู่เหรอพี่ผมหัวเราะในขณะที่พี่ยูยะยกยิ้มบางไม่ตอบ

คงจะเขินล่ะสิ ช่างกล้าเดินถือดอกไม้ร่อนไปทั่วมหาวิทยาลัยแบบนี้ ผมคิดอย่างอารมณ์ดี กำลังจะอ้าปากแซวพี่ยูยะต่อ เสียงเคย์โตะก็ดังมาแต่ไกล

ริวทาโร่! ทำอะไรอยู่ พี่โทรหาไม่รับสายเลยเสียงเข้มมาพร้อมสายตาดุๆของเคย์โตะทำเอาผมใจแป้ว ก็ปกติพี่เขาจะไม่เสียงดังใส่นี่นา

ผมละความสนใจจากพี่ยูยะหันหน้าไปรับคนรักด้วยหน้าตาเหลอหลา

ไมพี่เลิกเรียนเร็วล่ะผมไม่ได้ตอบคำถามแต่ถามกลับอีกฝ่ายอย่างคนตั้งตัวไม่ถูก

อาจารย์ปล่อยเร็วน่ะ แล้วทำไมไม่รับสายเคย์โตะถามย้ำพลางเหลือบตามองร่างสูงยืนปั้นหน้าตายอยู่ข้างๆผมอย่างสบายอกสบายใจ

ผม..เปิดระบบสั่นไว้ตอนเรียนแล้วลืมเปลี่ยนกลับ เลยไม่ได้ยินน่ะครับผมหัวเราะแห้งๆ

แค่นี้ก็ต้องโกรธด้วย แถมตัวเองเลิกก่อนเวลาที่นัดไว้ ทำแผนผมรวนกันพอดี

ผมหน้านิ่วนึกคำนวนแผนในใจ พร้อมกับรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มหมุนคว้างเหมือนกำลังจะเกิดลมบ้าหมูอย่างแปลกใจ ก่อนมองตามสายตาเคย์โตะไปยังพี่ยูยะ

สองคนนี้จ้องหน้าเหมือนมีความแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน ผมหันมองเคย์โตะทีพี่ยูยะที รู้สึกหนาวยะเยือกแปลกๆและก่อนที่อะไรมันจะเลวร้ายตามการคาดเดา ผมจึงรีบแนะนำเพื่อนใหม่ให้เคย์โตะรู้จัก ขืนช้าพี่เขาจะกระโดดงับหัวไอ้พี่ยูยะซะก่อน

เคย์โตะ นี่พี่ยูยะรู้จักกันที่ร้านเกมวันก่อน

หากเคย์โตะกลับยืนนิ่ง เป็นอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มเย็นทักทายก่อน

ยินดีที่ได้รู้จัก ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ไม่เคยเจอตัวเป็นๆซะที

โฮ้...เคย์โตะดังขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมอดทึ่งไม่ได้

เหมือนกัน...และทางที่ดีก็ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า อย่าหาเรื่องมาเจอ เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่อง!

ผมตาค้างกับคำทักทายประโยคแรกของเคย์โตะ ผิดไปจากที่ผมรู้จักลิบลับ แม้กระทั่งไอ้จูริที่เคย์โตะไม่ชอบขี้หน้า พี่เขายังสุภาพด้วยเลย

ปะริวทาโร่ กลับเถอะเคย์โตะฉุดข้อมือผมในขณะที่ไอ้จูริร้องขัด

เฮ้ย! จะรีบกลับไปไหนล่ะ

นั่นสิพี่ยูยะเองก็เออออไปกับเขาด้วย ไม่รอไปกินเหล้ากับเพื่อนๆก่อนเหรอสายตาเยือกเย็นมองหน้าไอ้จูริราวกับล่วงรู้ว่าคิดอะไรอยู่ และไอ้จูริก็ละเมอพยักหน้ารับซะด้วย

ผมมองหน้าเคย์โตะและอีกฝ่ายก็ถอนหายใจก่อนให้ผมไปหยิบกระเป๋าแล้วตอบไอ้จูริ

ไว้วันหลัง วันนี้ฉันจะต้องติววิชามนุษยสัมพันธ์ให้ริวทาโร่ก่อนเคย์โตะมองผมด้วยหางตาคมกริบ

เฮ้ย! ผมตาโตกับชื่อวิชาที่ไม่เคยได้ยิน ก่อนถูกฉุดไปตามแรงคนรัก หากแต่ว่า...

พ่อเล็กระวัง!

เสียงร้องเล็กๆดังขึ้นพร้อมกับสายลมพัดวูบผ่านหน้าไป ยังไม่ทันตั้งสติ อีกมือหนึ่งของผมก็ถูกพี่ยูยะยึดไว้ซะแล้วท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเคย์โตะและไอ้จูริที่ตาแทบถลนออกจากเบ้า

พี่ยูยะ!ผมร้องครางตกใจ ด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าจับมือถือแขนผมต่อหน้าต่อตาคนรัก

เคย์โตะหันขวับมองมือผมที่ถูกอีกฝ่ายกุมไว้พลางเม้นปากแน่น

ตายแน่ๆ ผมครางอยู่ในอก คราวนี้ต้องง้อกี่วันเสียก็ไม่รู้

ผมยื้อมือตัวเองกลับ พยายามทำตัวลีบๆ เพราะกลัวจะถูกไฟจากสายตาทั้งสองคู่เผาเป็นจุลอยู่ตรงนี้

พี่ยูยะดูจะไม่ครณาสายตาทิ่มแทงของเคย์โตะ ยักไหล่ไม่ยี่หระแล้วส่งยิ้มหวานจ๋อยจนผมหน้ามืดตาลาย ใจสั่นระรัวทั้งๆที่แฟนก็ยืนอยู่ข้างๆ

และสิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น พี่ยูยะยัดช่อดอกไม้ที่ผมเพิ่งชมว่าสวยอยู่หยกๆใส่มือ ทำเอาผมตาค้างเหงื่อแตกเหมือนลมจะจับ รู้สึกร้อนวูบไปทั้งมือยังกับถือเผือกร้อน

พี่ให้

ไม่เอา! ผมลากเสียงตอบในใจอย่างโหยหวน ด้วยตอนนี้ใบ้กินไปเรียบร้อยแล้ว ผมพยายามสะบัดช่อดอกไม้ออกจากมือ หากแต่กรุ่นกลิ่นหอมรัญจวนของดอกไม้ในมือโชยแตะจมูกเพียงบางเบาก็ทำให้ผมมึนเมาเคลิ้มคล้ายคนละเมอ กำช่อดอกไม้ไว้ตามที่พี่ยูยะบอก ไม่สนใจเสียงทักท้วงของเคย์โตะที่ดูจะดังมาจากที่ไกลๆแสนไกล

หากก็เพียงชั่วอึดใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นชุ่มฉ่ำจึงสูดเข้าไปเต็มปอด ผมหลุดจากภวังค์มองหน้าพี่ยูยะทีเคย์โตะทีอย่างไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร ก่อนเพ่งมองช่อดอกไม้ที่ตนเองกำไว้แน่น

ผมพยายามจะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่มันก็เลือนรางจนน่าหงุดหงิดที่พยายามเค้นเท่าไรก็ไม่ชัดเจน

ทำไมผมถึงรับดอกไม้จากพี่ยูยะมา ทั้งๆที่ตั้งใจจะปฏิเสธ?

ถือว่าพี่ตอบแทนที่ให้กินช็อกโกแลตเมื่อกี้นี้ก็แล้วกันพี่ยูยะทำลายความเงียบจนน่าอึดอัดขึ้นก่อนที่ผมจะประสาทกิน ราวกับล่วงรู้ความในใจ แล้วยักยิ้มท้าทายไปให้คนข้างๆผม

ผมมองพี่ยูยะซึ่งกำลังประสานตากับเคย์โตะ รู้สึกเหมือนมีประกายไฟแล่นเปรี๊ยะๆท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดสะท้านเข้าไปในอก และน่ากลัวจนผมต้องบีบมือเคย์โตะแรงๆ

เคย์โตะหันมองหน้าเหลือสองนิ้วของผม แล้วค่อยๆสูดลมหายใจสงบอารมณ์ ก่อนหันไปหาชายหนุ่มที่จ้องจะงาบแฟนตัวเองด้วยดวงตาคมกล้าแลเย็นยะเยือกหนาวเหน็บยิ่งกว่า

อย่ามาลองดี! และอย่ายุ่งกับริวทาโร่!

หวงจริงพี่ยูยะสวนกลับทันควันพลางพ่นลมหายใจพรืดไม่สนใจคำเตือน แถมยังเป็นการท้าทายอีกฝ่ายไปในตัว ก่อนแสยะยิ้มให้เคย์โตะ ก็ใช้ไอ้สองเปี๊ยกนั่นเฝ้าให้ดีๆก็แล้วกัน! เดี๋ยวมาเดินตามฉันไม่รู้ตัว แล้วจะมาโวยวายทีหลังไม่ได้นะ

พี่ยูยะผู้ถือวิสาสะเข้ามาในชีวิตผมเหยียดยิ้มหมายมาด เพราะฉันไม่คืนให้!

สิ้นเสียงอยู่ๆก็มีกระแสลมแรงจนใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อนไปทั่วใต้ตึกเรียน จนผมต้องเอามือป้องตากันฝุ่นผง

เฮ้ย! ลมบ้าหมูรึไงวะเสียงไอ้จูริดังขึ้นใกล้ๆพร้อมกับที่ทุกคนที่นั่งเล่นอยู่ใต้ตึกต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก

ผมเห็นเคย์โตะกวาดตามองผู้คนพวกนั้น เหมือนเป็นคนอื่นที่ผมไม่รู้จัก และครู่เดียวลมแรงนั้นก็สงบ ผมถูกฉุดให้ออกเดินไปพร้อมคนรัก โดยไม่เห็นสายตาที่เคย์โตะทิ้งท้ายให้พี่ยูยะ

สายตาที่แทบจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับคำพูดที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ย หากแต่รู้กันแค่สองคนว่า

ถ้ามันร้อนวิชามากนักก็ไปหาคนอื่น ไม่ใช่กับแฟนฉัน!

บังเอิญถูกใจว่ะ...โอ๊ย!

พี่น้องบุฮิคตบปากกล้าตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อก่อนหายวับไปไม่ทันให้อีกฝ่ายได้เอาคืน จากนั้นเคย์โตะก็ลากผมออกมา และผมสังหรณ์ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาชวนปวดกะโหลกที่ผมจะต้องวุ่นวายไปอีกนาน

ผมมองแผ่นหลังที่ลากผมออกมาด้วยรู้สึกเกรงกลัวนิดๆ เพราะเคย์โตะดูจะอารมณ์เสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แรงบีบจากมือที่ผมนึกชื่นชอบในความเรียวยาวของมัน ทว่าตอนนี้มันทำให้ผมเจ็บจนร้องครางก็แล้ว โอยก็แล้ว พี่เขาก็ไม่รู้สึกตัว ผมจึงต้องร้องบอก

เคย์โตะ เจ็บผมส่งเสียงบอกแต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน หรือไม่ได้สนใจความรู้สึกของผม ด้วยความน้อยใจผสมโมโหผมเลยเอาช่อกุหลายที่ติดมือมาด้วยฟาดใส่หลังเคย์โตะเต็มรัก

และก็ได้ผล เคย์โตะหันมาตีหน้ายักษ์ใส่ พร้อมกับกระชากช่อกุหลาบช้ำๆโยนใส่ถังขยะใกล้ๆ จากนั้นก็หันมาฉุดลากผมไปต่อจนถึงรถยนต์

เมื่อเข้าไปนั่งภายในรถ เคย์โตะก็จับบ่าผมให้หันไปมอง

ริวทาโร่ อย่าไปยุ่งกับเจ้านั่นอีกเด็ดขาดนะ

ถึงไม่บอกผมก็ไม่คิดอยากจะเจอพี่ยูยะอีก แต่พอมาถูกกำชับแบบนี้ทำให้ผมสงสัยตงิดๆ

ทำไมล่ะครับ?” แค่ถามดูเท่านั้นล่ะ ตาเคย์โตะก็แทบจะถลนออกมา ทำเหมือนผมขอมีชู้ยังงั้นล่ะ

แค่นี้ก็แทบจะกราบเช้ากราบเย็นอยู่แล้วคร๊าบ

เคย์โตะเห็นผมหน้าเจื่อนจึงถอนใจก่อนลูบศีรษะผมเบาๆ

พี่ไม่ไว้ใจเขาเคย์โตะเอ่ยพร้อมดึงผมเข้าไปกอด

ผมรู้สึกร้อนวาบที่โพรงจมูก สิ่งที่เคย์โตะสื่อออกมาคือความเป็นห่วง ไม่ใช่การหึงหวง มันทำให้ผมตื้นตันจนน้ำตาซึม แล้วพยักหน้ารับคำพร้อมรับจุมพิตแผ่วๆบริเวณขมับ

ริวทาโร่ แล้วพี่ขอเตือนอะไรไว้อีกอย่าง อย่าทานของคนอื่นหรืออย่ารับของๆใคร แม้จะรู้จักก็ต้องดูให้ดี พี่กลัวใจคน ไม่รู้ว่าใส่อะไรไว้รึเปล่าสายตาเคย์โตะมองผมอย่างร้องขอ ใจผมก็ตกไปอยู่แทบเท้า ไม่คิดจะหาเหตุหาผลให้ยุ่งยากว่าทำไม

“...นะเจอน้ำเสียงอ้อนๆเข้าไปอีกผมเลยพยักหน้ารับอย่างเคลิบเคลิ้ม พร้อมรั้งใบหน้าชวนฝันนั้นเข้ามาจูบด้วยห้ามใจไม่อยู่

ยังไงปากเคย์โตะก็น่าจูบที่สุด...

ผมแลกความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นจนตัวอ่อนเป็นขี้ผึ้ง เคย์โตะจึงเป็นฝ่ายถอนใบหน้าแล้วอมยิ้มมองใบหน้าแดงเรื่อ ยกนิ้วขึ้นปาดน้ำใสๆตรงมุมปากให้

งั้นกลับกันเลยนะ

ผมพยักหน้าคล้อยตาม ก่อนสะดุ้งเมื่อนึกถึงแผนที่อุตส่าห์วางไว้เสียดิบดี ห๊ะ!ผมออกอาการตกใจจนโอเวอร์

มีอะไร?”

เออ...กุ...กุหลาบก็ผมสั่งกุหลาบให้พี่ไว้ จะไปได้ยังไง เสียตังไปแล้วด้วย

เคย์โตะเลิกคิ้วชั่งใจมองผมเม้มปากแน่น ดวงตาดุเปล่งประกายกร้าวใส่หน้าผม ก่อนเอี้ยวตัวไปยังเบาะหลัง

อาลัยอาวรณ์กุหลาบเพื่อนใหม่นักรึไง...เอ๊า!เคย์โตะกระแทกกระทั้นช่อกุกลาบสีชมพูใส่ตักผม แล้วเข้าเกียร์ออกรถด้วยความรวดเร็วจนผมหมดสิทธ์อธิบาย แถมหน้าบูดหน้าบึ้งไปตลอดทาง

หน้าแบบนี้พูดให้ตายก็ไม่ฟัง!

แต่ผมก็ไม่ท้อพยายามจะง้อจะอธิบาย แต่พี่แกก็เงียบแทบอยากกระโดดงับหัวให้รู้แล้วรู้รอด เพราะบทจะดื้อพี่แกก็ดื้อจนอ่อนใจเชียวล่ะ

เว้ย...นี่มันวันอะไรกันแน่วะ

ผมพยายามเค้นหาคนผิด และก็ได้ตัว ก็คือไอ้พี่ยูยะหน้าหล่อนั่นคนเดียว ทำแผนผมเหลวไม่เป็นท่า อย่าได้เจออีกนะมึง พ่อจะ...

พ่อจะ...จะจูบให้ปากเยินเลย

อุ๊บ! ผมรีบเอามือปิดปาก เหลือบมองคนข้างๆอย่างกลัวอีกฝ่ายจะล่วงรู้ความพิเรนทร์ทางความคิดของผม

แล้วแบบนี้มันจะเป็นยังไงต่อล่ะเนี่ย!

ช่วยผมด้วย!...

ผมได้ยินเสียงตัวเองร้องโหยหวนจากก้นบึ้งของจิตใจ ที่ไปเข้าทางคนยืนพิงกำแพงหลับตานิ่ง หากมุมปากยกยิ้มหมายมาด



1 ความคิดเห็น: